สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ หารือเรื่องการบริหารจัดการขององค์การค้า สกสค. และแสดงความเสียใจต่อการลาออกของพนักงาน 961 คน โดยอธิบายว่าเงินชดเชยที่ได้รับแต่ละคนมีตั้งแต่ 500,000 ถึง 1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสอบสวนผู้กระทำผิดที่ทำให้องค์การค้าหนี้ 6,000-7,000 ล้านบาท และเรียกร้องการดำเนินการตามแผนในการชำระหนี้

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ปรีดา บุญเพลิง ที่ได้ให้ความสนใจ แล้วก็ห่วงใยการบริหารจัดการ ขององค์การค้า สกสค. ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามในวันนี้ ขออนุญาตตอบ ๓ ข้อที่ท่าน ส.ส. ปรีดา ได้พูดถึงนะครับ แต่ก่อนจะตอบขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่งถึงข้อมูลเบื้องต้นขององค์การค้า วันที่ผมเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในช่วงแรก ๆ ต้องยอมรับว่า องค์การค้า สกสค. เป็นหน่วยงานที่มีเรดแฟลก (Red flag) หรือว่าธงแดง เพราะว่ามีการขาดทุน อย่างต่อเนื่อง อย่างที่ท่าน ส.ส. ปรีดาได้พูดถึงว่ามีการโอนองค์การค้าจากคุรุสภามาที่ สกสค. ถ้าหากดูตัวเลขจากกราฟที่ขึ้นมาจะเห็นได้ว่าเมื่อมีการเปิดเสรีในการพิมพ์หนังสือ ๒-๓ ปีแรกไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะว่าทางเอกชนอาจจะไม่มีความเข้าใจเพียงพอถึงการแข่งขัน แต่หลังจากนั้นเมื่อมีการแข่งขันเข้ามาอย่างต่อเนื่ององค์การค้า สกสค. ขาดทุนมาตลอด และขาดทุนเป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าผู้บริหารเข้ามาดูตัวเลขตรงนี้ก็ต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง จริง ๆ แล้วถ้ามีประสบการณ์การทำงานก็สามารถตัดสินใจได้ทันที แต่ทีนี้การพิมพ์หนังสือ มีเรื่องที่เกี่ยวข้องก็คือนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งผมต้องเรียนตามตรงว่าในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าไปดูกิจการขององค์การค้า ได้กำชับให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปดูว่าจะมี ทางแก้ไขพลิกฟื้นหรือทำให้ธุรกิจนี้สามารถแข่งขันได้ในโลกแห่งการพิมพ์หรือไม่ อย่างไร ๑ ปีที่ผ่านมาได้เห็นแล้วครับว่าการพิมพ์หนังสือถึงแม้ว่าจะมีจำนวนมาก แต่ระยะเวลา ในการพิมพ์ไม่น่าจะเกิน ๒ เดือน การจัดส่งไม่น่าจะเกิน ๑ เดือนครึ่ง การจ่ายเงิน รับเงิน ก็น่าจะใช้เวลาอีกประมาณ ๒ เดือน ฉะนั้นเมื่อคณะกรรมการขององค์การค้า สกสค. มีความ เข้าใจในบริบทของการบริหารจัดการอย่างมั่นคงแล้วก็ต้องตัดสินใจอะไรบางอย่างครับ

ตอบท่าน ส.ส. ปรีดาในข้อ ๒ การที่มีการเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ขององค์การค้า สกสค. ผมต้องเรียนท่านว่าเป็นเรื่องที่ลำบากใจมาก ๆ จริง ๆ แล้วทางกระทรวงศึกษาธิการ พยายามจะไม่ให้ข้อมูลฟุ่มเฟือย เพราะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบในวงกว้าง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่วันนี้ในสภาเป็นโอกาสที่เราจะได้เอาข้อมูลมาดูกัน ผมต้องเรียนว่าผู้ที่ถูกเลิกจ้างทุกคน ๙๖๑ คนจะมีผู้ที่ได้รับชดเชย ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท ๑๒ คน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑ ล้านบาท ๓๖๕ คน ๑ ล้านบาทถึง ๒ ล้านบาท ๔๑๓ คน ๒ ล้านบาทถึง ๓ ล้านบาท ๑๒๖ คน ๓ ล้านบาทขึ้นไป ๔๕ คน ต้องยอมรับว่าเป็นเงินจำนวนมาก ทางคณะกรรมการ ขององค์การค้า สกสค. ได้ให้ความเชื่อมั่นว่าในการที่จะเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดต้องคำนึงถึง ความถูกต้องทางด้านกฎหมาย มีการประกาศล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย ๓๐ วัน และในขณะที่ยังไม่สามารถชดเชยได้ทันทีเพราะว่ามีการประกาศเลิกจ้างเดือนสิงหาคม ทางคณะกรรมการขององค์การค้าก็ได้จ่ายเงินชดเชยบางส่วนให้พนักงานถูกเลิกจ้างทันที คนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความมั่นใจ ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่จะสามารถดำเนินชีวิตไปได้ไม่แตกต่างจากที่เป็นพนักงาน อย่างที่ผมเรียน ให้ทราบเป็นการตัดสินใจที่ลำบากสำหรับคณะกรรมการ แต่เป็นการตัดสินใจที่พยายาม รักษาไว้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษา หรือว่า สกสค. ซึ่งเป็นองค์กรแม่ขององค์การค้า สกสค.

ทีนี้ผมขออนุญาตตอบคำถามข้อ ๑ ที่ท่านถามว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการ สืบสวนสอบสวนผู้กระทำความผิดที่ทำให้องค์การค้าเป็นหนี้ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท หรือไม่ หลังจากที่เห็นตัวเลขทั้งหมดได้เอาตัวเลขที่เป็นหนี้ จะเป็นหนี้ และทรัพย์สินมาดู ติดตามแน่นอนครับ สืบสวนสอบสวนแน่นอนครับ เราต้องหาที่มาที่ไปว่าเกิดอะไรขึ้น ในองค์กรนี้ ก็คงไม่ง่ายครับ เพราะถ้าเผื่อง่าย ๒๐ ปีที่ผ่านมาเราคงไม่ประสบภาวะขาดทุน อย่างต่อเนื่องแบบนี้ ในการใช้หนี้ที่มีอยู่ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทต้องยอมรับว่าวิธีการหนึ่งของ สกสค. ก็คือเอาสินทรัพย์ตีราคามาชดใช้หนี้ของ สกสค. ส่วนความเหมาะสมในราคา ขั้นตอน ผู้อำนวยการองค์การค้าคนใหม่ซึ่งได้รับการแต่งตั้งไปเมื่อไม่กี่วันมานี้จะนำเสนอแผน ที่เหมาะสม และหาทางทำให้ สกสค. มีความมั่นคงในเรื่องของการได้รับคืนหนี้จากองค์การค้า สกสค. อย่างแน่นอน ขออนุญาตตอบ ๓ คำถาม ขอบคุณครับ