ปรีดา บุญเพลิง หารือปัญหาการบริหารงานองค์การค้าของ สกสค. ที่มีการทุจริตเชิงระบบและขาดสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมสอบถามความรับผิดชอบในการกู้ยืมเงินที่ไม่ผ่านบัญชีขององค์กรโดยตรง และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการชี้แจงระเบียบการทวงหนี้
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทรงเกียรติ ผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอตั้งกระทู้ถามสด ด้วยวาจา ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตามมาตรา ๑๕๐ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เรื่องวิกฤติองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือที่เรียกสั้น ๆ และเข้าใจง่ายก็คือองค์การค้า ของ สกสค.
ท่านประธานที่เคารพ องค์การค้าของ สกสค. จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ โดยใช้ชื่อว่าองค์การค้าของคุรุสภา ตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ โดยมีวัตถุประสงค์คือ ๑. เพื่อจัดหาผลประโยชน์ให้แก่คุรุสภา ๒. เพื่ออำนวยความสะดวก ให้แก่การศึกษาของชาติ โดยมีทุนประเดิมจากการยืมเงินจาก ๑. กรมการศาสนา ๒. คณะลูกเสือ แห่งชาติ เป็นเงินจำนวน ๑ ล้านบาท องค์การค้าของคุรุสภาจึงมีภารกิจในการผลิต จำหน่าย และพัฒนาหนังสือ สื่อการเรียนการสอน ตรงตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ โดยยึดมั่น และปฏิบัติภารกิจตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งด้วยดีตลอดมา โดยมิได้มุ่งหวังกำไรสูงสุด และไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากการดำเนินงานจากรัฐบาลหรือหน่วยงานใด ขอเน้นย้ำว่า ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากการดำเนินงานจากรัฐบาลและหน่วยงานใดแม้แต่สตางค์แดงเดียว และสามารถดำเนินกิจการจนมีผลกำไร จึงได้จัดสรรผลกำไรสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ให้กับคุรุสภาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็นต้นมา และจัดสรรอีกส่วนหนึ่งให้กับหน่วยงาน ในกระทรวงศึกษาธิการควบคู่กันตลอดมา
ต่อมามีพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ และโอนงานองค์การค้าของคุรุสภาเป็นองค์การค้าของ สกสค. มีผู้อำนวยการและรักษาการ ผู้อำนวยการ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบันมี ๑๕ คน ผมได้เฝ้าติดตาม การบริหารงานของผู้บริหารองค์การค้าของ สกสค. มาโดยตลอด ได้ทนเห็นพฤติกรรม การฉ้อฉลที่ส่อทุจริตการบริหารงานในองค์การค้าของ สกสค. จนไม่สามารถจะรับได้ เพราะมีการใช้อำนาจในการแสวงหาผลประโยชน์มาโดยตลอด การบริหารที่ประสบภาวะขาดทุน ของฝ่ายบริหารองค์การค้าของ สกสค. จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ ต่อมาองค์การค้า ของ สกสค. ประสบภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นมา การขาดทุนสะสมเป็นผลมาจากการถูกแทรกแซงจากอำนาจทางการเมืองและข้าราชการ ระดับสูงในคณะกรรมการ นำมาสู่การทุจริตเชิงระบบและเชิงนโยบาย และมิได้รับการแก้ไข อย่างจริงจัง ปล่อยปละละเลย ไม่ติดตาม ตรวจสอบ ปล่อยให้มีการทุจริตในหลาย ๆ โครงการ จนกระทั่งถึงปัจจุบันองค์การค้าของ สกสค. ได้ทำการกู้ยืมเงินจากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ซึ่งยืมเงินจากกองทุนพิเศษ ช.พ.ค. ที่เป็นรายได้จากดอกเบี้ยของครูที่จ่ายให้กับธนาคารออมสิน ธนาคารออมสินจ่ายคืนจากดอกผลที่จ่ายไปร้อยละ ๕๐ สตางค์ถึง ๑ บาท ดังนี้ มีรายการกู้เงิน ทั้งหมดจำนวน ๗ ครั้งขององค์การค้าของ สกสค. ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๙ จำนวน ๕๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐ จำนวน ๖๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๑ จำนวน ๔๔๕ ล้านกว่าบาท ครั้งที่ ๔ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๒ จำนวน ๖๖๐ กว่าล้านบาท ครั้งที่ ๕ วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒ จำนวน ๔๐ ล้านกว่าบาท ครั้งที่ ๖ วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ จำนวน ๖๗๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๗ วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๓ จำนวน ๒๒๓ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๓,๑๓๐ ล้านบาท ในจำนวนนี้การยืมครั้งที่ ๑ จาก สกสค. ได้นำเงินจำนวนนี้เข้าสู่ระบบบัญชีขององค์การค้า ของ สกสค. ครั้งที่ ๒ ถึงครั้งที่ ๗ เงินที่กู้ทั้งหมดไม่ได้นำเงินเข้าสู่ระบบขององค์การค้าของ สกสค. สำนักงาน สกสค. ได้รับเงินจากกองทุนพิเศษของ ช.พ.ค. นำไปจ่ายให้กับเจ้าหนี้ โดยตรง โดยองค์การค้าของ สกสค. ไม่ได้เป็นคนกู้เงินโดยตรง สิ่งนี้ที่ทำให้มองเห็นว่า การกู้ยืมเงินโดยทั่วไปสัญญาเงินกู้ในจำนวนนี้ไม่ผ่านบัญชีขององค์การค้า สกสค. การกู้เงิน บางสัญญามีการออกเช็คถือจ่าย สั่งจ่ายโดยตรงไปยังเจ้าหนี้ขององค์การค้าของ สกสค. ๓. เมื่อไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเงินการรับเงินผ่านบัญชีขององค์การค้าของ สกสค. แล้ว อยากทราบว่าเป็นการผิดระเบียบหรือไม่ ถึงเวลาทวงหนี้จะทวงหนี้กับใคร ผมขอเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะคณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลาการทางการศึกษาว่า
ข้อ ๑ ท่านจะดำเนินการตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิด เริ่มตั้งแต่องค์การค้าของ สกสค. ประสบภาวะการขาดทุนสะสมมาจนถึงปัจจุบันเป็นเงิน ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่
ข้อ ๒ จากมติคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. ในคราวประชุม ครั้งที่ ๕/๒๕๖๓ วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ ให้เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน ๙๖๑ คน ตามคำสั่งองค์การค้าของ สกสค. ที่ ๘๕/๒๕๖๓ เรื่อง ให้เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การค้า ของ สกสค. สั่ง ณ วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ ขออนุญาตให้ท่านได้ทราบนี่คือคำสั่งของเลขาธิการ กศน. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค. คือนายดิสกุล เกษมสวัสดิ์ จากคำสั่งดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ชอบด้วยหลักคุณธรรม รวมทั้งหลักการบริหารตามขั้นตอนของระเบียบและแบบแผนของ องค์การของรัฐหรือไม่ และขอให้ทบทวนยกเลิกคำสั่งขององค์การค้าของ สกสค. ที่ ๘๕/๒๕๖๓ โดยทันที
ข้อ ๓ ขอเรียนถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน กรรมการ สกสค. ว่าท่านคิดจะขายที่ดินขององค์การค้าของ สกสค. ที่โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าวมาใช้หนี้ และจะยุบองค์การค้าของ สกสค. หรือไม่ ขอบพระคุณมากครับ