ชลน่าน ชี้รายงานปฏิรูปประเทศขาดความชัดเจน ต้องเร่งแก้ไข

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความลำบากใจแต่จำเป็นต้องแถลงมติเอกฉันท์ของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ไม่สามารถรับทราบรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ได้ เนื่องจากรายงานขาดความโปร่งใส ไม่เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด และคณะรัฐมนตรีไม่ให้เกียรติสภาระหว่างการนำเสนอเรื่องสำคัญของชาติ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้กระผมได้ลุกขึ้นอภิปรายในวาระรับทราบรายงานความคืบหน้า ในการดําเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เป็นคนแรก ก่อนอื่นกระผมเองต้องกราบขอบคุณท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้เกียรติสภาอย่างยิ่งในฐานะตัวแทน ของคณะรัฐมนตรี ที่ได้มาร่วมรับฟังในการรายงานความคืบหน้าของการปฏิรูปในครั้งนี้ ซึ่งเป็น ข้อทักท้วงที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราทุกครั้งที่รับทราบรายงานฉบับนี้ได้ตั้งข้อสังเกต ผ่านท่านประธานไป เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสําคัญ แล้ววันนี้กระผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ กระผมจะพูดประเด็นนี้เป็นประเด็นหลักเลย รายงานความคืบหน้าในการ ดําเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รอบเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ตามเอกสารที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งมา โดยสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศ ได้จัดทํารายงานส่งให้สภา กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าวันนี้ในการพิจารณาวาระนี้ที่ประชุมของกรรมการประสานงาน ร่วมพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคปวงชนชาวไทย มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าเราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยากจะมากราบเรียนท่านประธาน โดยมอบหมายให้กระผมเอง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว มาเป็นตัวแทนของกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน มากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในฐานะเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรี และทุก ๆ ท่านที่ได้กรุณาให้เกียรติสภามาชี้แจงในรายงานฉบับนี้ สิ่งที่ผมจะพูดกับ ท่านประธานในการอภิปรายนี่เป็นความลําบากใจอย่างยิ่งแต่จําเป็นต้องกราบเรียน เพราะเป็นมติของที่ประชุมร่วมของกรรมการประสานงานวิป (Whip) ร่วมฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ถือว่าจัดทําได้สมบูรณ์แบบ ในลักษณะของรูปเล่มและ ตัวรายงาน เนื้อหาสาระก็เป็นไปตามที่ถูกบังคับไว้ให้เป็นตามพระราชบัญญัติแผน และขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ หมวด ๑๖ ว่าด้วยการ ปฏิรูปประเทศ และรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ วรรคแรก แต่สิ่งที่กรรมการประสานงาน พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเห็นนี่เราพิจารณารายงานนี้อย่างน้อย ๓ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ สิ่งที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้เป็นสิ่งที่พวกเราต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และฝ่ายที่เป็นเลขานุการ ของคณะกรรมการชุดนี้ด้วยความเคารพ ด้วยความเกรงใจด้วยว่าเราไม่สามารถ ที่จะพิจารณารับทราบรายงานฉบับนี้ได้ในครั้งนี้จริง ๆ เราให้โอกาสท่านทํางานนําเสนอต่อ รัฐสภา เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรมาอย่างน้อย ๒-๓ ครั้ง สิ่งที่เป็นประเด็นที่เราไม่อาจ รับทราบได้ เรื่องที่ ๑ รายงานฉบับนี้ถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูป ประเทศ มาตรา ๒๕๗ ถึงมาตรา ๒๖๑ แล้วไปเขียนย้ําในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ซึ่งเป็น บทเฉพาะกาล สิ่งที่เขียนให้ชัดในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ วรรคหนึ่ง บรรทัดท้าย ๆ เขียนว่าคณะรัฐมนตรี ต้องแจ้งความคืบหน้าในการดําเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ทุก ๓ เดือน ไม่ใช่ทุกรอบ ๓ เดือน ไม่ใช่ทุกรอบ ๑ ปี รายงานที่สภาแห่งนี้เป็นฝ่ายตรวจสอบ รับทราบการทํางานของฝ่ายบริหารหรือฝ่ายปฏิบัติจะถูกระบุไว้ในกฎหมายของแต่ละ หน่วยงานเลยว่ารอบการรายงานจะเป็นอย่างไร ยกตัวอย่าง รายงานการตรวจสอบสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ เขาก็อ้างตามกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน มาตรา ๗๗ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอ่านให้ท่านประธานได้รับทราบ ให้สํานักงานทํารายงานการปฏิบัติงานประจําปีเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบภายใน ๒๑๐ วัน นับแต่วัน สิ้นปีงบประมาณ ทั้งนี้ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการที่คณะกรรมการมอบหมาย และผู้มาแถลงรายงานดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย เห็นไหมครับ เขาเขียนชัดว่าใครจะต้องทํา ใครจะมารายงาน รายงานอย่างไร รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เขียนชัด คณะรัฐมนตรีต้องเสนอ ต้องรายงาน ต้องแจ้งความคืบหน้า วันนี้พออนุโลมได้ กระผมกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติสภา เพราะถ้าท่านไม่มาประเด็นที่กระผมตั้งข้อสังเกตมาตลอด ก็คือว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่ได้ ให้เกียรติสภามาตลอด ไม่ว่าเรื่องใด ๆ ที่จะต้องเข้าสู่สภา เห็นสภาเป็นตรายางตลอด เห็นว่า สามารถแสตมป์ให้ท่านได้ตลอด ท่านประธานที่เคารพ รายงานปฏิรูปประเทศเป็นหมุดหมาย ที่สําคัญ และเป็นข้ออ้างที่ท่านใช้เข้ามาในการยึดอํานาจจากรัฐบาลพลเรือนมาบริหาร ประเทศ จริงอยู่ครับ เข้าสู่การเลือกตั้งหลังจากยึดอํานาจไป กระผมต้องขออนุญาตบอกกับ ท่านประธานว่าเราไม่สามารถที่จะรับทราบรายงานฉบับนี้ แต่สิ่งที่ท่านเมินเฉย เพิกเฉยกับ การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัตินี่ท่านต้องรายงานความคืบหน้าต่อเราทุก ๓ เดือน แต่สิ่งที่ แย่ที่สุดในรายงานฉบับนี้คือผลงานการปฏิบัติ ปฏิรูปอะไรครับ เขียนมา ๑๒ ด้าน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่มีความคืบหน้าอะไรเป็นรูปธรรมตามตัวชี้วัด ตามหมุดหมาย ตามเป้าหมายให้เห็นเลย ในรายงานนี้บอกเพียงแต่ว่าขณะนี้ ครม. กลับไปปรับทบทวนแผน ท่านต้องมีแผนให้พวกเรา แล้วก็ดูว่าความก้าวหน้าเป็นอย่างไร ทําอะไรบ้างปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินท่านทําอะไร เป็นลักษณะงานประจําที่เขียนไว้ในนี้ทั้งหมดเลย เป็นข้ออ้าง เพราะฉะนั้นตราบใดถ้าผลงานเชิงผลสัมฤทธิ์ไม่เกิดขึ้น กระผมว่าท่านอย่าเอามา รายงานให้สภาทราบให้เสียเวลาดีกว่า สภาแห่งนี้เป็นสภาที่ทรงเกียรติมาจากตัวแทน พี่น้องประชาชนครับ ท่านรายงานต่อสภาคือรายงานต่อประชาชน ถ้าไม่มีความก้าวหน้า ไม่มีผลงานอย่าได้มารายงานต่อสภาดีกว่า อย่าได้เห็นสภาเป็นตรายาง แต่วันนี้ผมยอมรับ มองไปครับ ท่านบอกก็ตรายางจริง ๆ ดูสิโหรงเหรงมาก ไม่มีใครสนใจ ปฏิรูปประเทศแม้แต่ ซีกรัฐบาล ส.ส. ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจเลย มีอยู่ไม่กี่คน เพราะฉะนั้นพวกกระผมเอง ไม่สามารถที่จะรับทราบรายงานฉบับนี้ได้ ท่านจะถอนหรือไม่ถอนไม่รู้ครับ แต่พวกเรา ขออนุญาตไม่รับทราบ เราจะมีมาตรการของสภาเราเองที่จะไม่รับทราบ ท่านประธาน ที่เคารพ สิ่งที่ท่านอ้างมาตลอดว่าจะปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง จะปฏิรูปประเทศเพื่อให้ พี่น้องประชาชนมีเป้าหมายชัดเจนว่าประเทศต้องสงบสุข สามัคคี ปรองดอง พัฒนาอย่าง ยั่งยืน สมดุลระหว่างจิตใจและวัตถุ เพื่อสังคม เพื่อประชาชน เขียนชัด แต่สิ่งที่ได้ไม่มีอะไรสักอย่างครับ จริงอยู่ครับท่านบอกว่าหลังจากรัฐธรรมนูญท่านไปออก กฎหมายแผนและขั้นตอนการปฏิรูป เก่งมากครับ รัฐธรรมนูญประกาศใช้วันที่ ๖ เมษายน วันที่ ๒๖ กรกฎาคมออกเป็นกฎหมายแล้ว แต่ออกกฎหมายแล้วทําไมล่าช้าอย่างนี้ นี่ปี ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ได้รูปได้รอย ได้เรื่องราวอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้อย่าว่ากัน สําหรับวาระนี้พวกกระผมในฐานะซีกฝ่ายค้านไม่สามารถให้การตรวจสอบ ไม่สามารถให้การ รับรองรายงานฉบับนี้ได้ ไม่ใช่ดื้อครับ แต่ว่าไม่ได้จริง ๆ กระผมอยากกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีเป็นหน้าที่ของท่านต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่ทําอะไรจริง ๆ ก็ถอนออกไปเสีย อย่ามาอ้างว่าเป็นเรื่องในการปฏิรูป ไปแก้รัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ อย่าเขียนเข้ามา แค่เขียนเข้ามาก็ตราหน้าตัวท่านเองแล้วทําไม่ได้ ทําไม่สําเร็จ เพราะฉะนั้น วันนี้ซีกฝ่ายค้านเรามีมติเป็นเอกฉันท์เราไม่ขอรับทราบ เราไม่ขอรับรู้ และเพื่อนสมาชิกผม จะขอบอกกับท่านประธานว่าด้วยสภาลักษณะแบบนี้เราจะขอตรวจสอบในการทําหน้าที่ของ สภาด้วยครับ กระผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกผมจะขึ้นมาว่า เราจะตรวจสอบอย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ