อนันต์ เสนอตั้งกรรมาธิการแก้ปัญหาเกษตรกร ยึดวิจัยนำนโยบาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒

อนันต์ ศรีพันธุ์ หารือปัญหาความยากจนของเกษตรกรจากสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ วิพากษ์การบริหารที่ขาดวิสัยทัศน์ และเรียกร้องนโยบายส่งเสริมการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภูมิอากาศ เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอให้ตั้งระบบสหกรณ์ เสริมการวิจัยด้านเกษตร ใช้ทูตสำรวจตลาดต่างประเทศ และตั้งกรรมาธิการเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบโดยยึดงานวิจัยและส่งเสริมความคิดเสรีเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย เขต ๒ จังหวัดอุดรธานี วันนี้เราจะเห็นได้ว่าทุกพรรค ทุกคน ทุกภาค ในประเทศไทยนั้นที่เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร จะมองถึงปัญหาเดียวกันหมดที่เกษตรกร เกิดขึ้นในพื้นที่แต่ละพื้นที่ นั่นคือปัญหาภาคเกษตรกรรม ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เพราะประเทศไทยเรานั้นมีอาชีพการเกษตรเป็นหลัก รายได้ของประเทศนั้นก็มาจาก ภาคเกษตรเป็นส่วนใหญ่ แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ของประเทศถึงยากจน ก็ต้องมีปัญหา พื้นที่ทั้งหมดของประเทศไทยมีอยู่ ๓๒๑ ล้านไร่ พื้นที่ทำการเกษตรประมาณ ๑๕๐ ล้านไร่ ครัวเรือนเกษตรกรมีอยู่ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เกษตรกรที่ทำการเกษตรทั้งหมดจากประชากรทั้งหมด ๖๕ ล้านคน ประมาณนั้น แต่เกษตรกรที่ทำการเกษตรจริง ๆ ๓๐ ล้านคน นั่นคือคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ทำ การเกษตร ประมาณ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ แต่คนเหล่านี้ทำไมยากจนครับ ถือว่าเป็นปัญหาของ ประเทศทุกภาคส่วน ประเทศไทยเรานั้นเขาให้สมญานามว่าเป็นครัวของโลก ปลูกพืชได้ ทุกชนิดในโลกนี้ เพราะประเทศไทยนั้นมี ๓ ฤดู ไม่ว่าจะเป็นฤดูฝนเราก็ปลูกได้ ฤดูแล้งเราก็ ปลูกได้ ฤดูหนาวเราก็ปลูกได้ แต่ประเทศอื่นนั้นมีอยู่แค่ ๒ ฤดู แต่เราเป็นครัวของโลกนั้น ก็ถือว่าเราได้รับสมญานามจากต่างประเทศที่เขาให้โอกาสเราตรงนี้ แต่เป็นกรรมของประเทศไทย หรือเปล่าครับ ที่ว่าเป็นครัวของโลกนั้นราคาสินค้าด้านการเกษตรที่เราผลิตนั้นตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นข้าว เป็นมันสำปะหลัง เป็นอ้อย เป็นปาล์มน้ำมัน นั่นก็เป็นพืชเศรษฐกิจพืชหลัก นอกจากนั้นก็มีพืชทั่ว ๆ ไป เช่น มะพร้าว ผลไม้ต่าง ๆ นั้นก็ตกต่ำ นั่นคือปัญหาของประเทศ แต่สาเหตุจากการตกต่ำนั้นก็เกิดจากการบริหารของภาคราชการเอง หรือของรัฐบาลที่มอบ ให้กับทางภาคเกษตร เกษตรกรนั้นถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ แต่กระดูกสันหลังนั้น ตอนนี้มันกำลังจะผุกร่อนแล้วครับตอนนี้ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น เนื่องจากสินค้าเกษตรทุกตัวนั้นขายแล้ว ผลิตแล้วราคาขาดทุน ไม่ว่าจะเป็นอย่างพืชที่ผม กล่าวมาแล้ว ๔-๕ ตัว ไม่ว่าจะเป็นอ้อย เป็นมันสำปะหลังก็ตาม อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่เกษตรกรนั้น เมื่อขาดทุนก็ต้องหาที่พึ่ง ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินที่จะต้องไปกู้ ธ.ก.ส. ไปกู้กองทุนหมู่บ้าน ไปกู้หนี้ นอกระบบ นั่นคือสิ่งที่เป็นปัญหาของครัวเรือน หนี้สินครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น วันดีคืนดี ในรัฐบาลปัจจุบัน หรือรัฐบาล คสช. เกษตรกรมาร้องบอกว่าราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขายไม่ได้ราคา มีผู้นำประเทศเราบอกให้ไปขายที่ดาวอังคาร ท่านประธานครับ ท่านทราบ หรือไม่ครับว่าดาวอังคารไปทางไหน ผมจะได้พาเกษตรกรของผมที่ขายสินค้าตกต่ำ ไปขายด้วย นี่คือปัญหาของผู้นำประเทศที่ไม่มีวิสัยทัศน์ในการที่จะพัฒนาเกษตรกร แทนที่ จะบอกว่าจะแปรรูปทำอะไร จะไปขายต่างประเทศ ประเทศไหน ต้องหาตลาด นั่นคือ สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาของประเทศเศรษฐกิจชาวบ้านผมบอกว่าอย่างไร ในขณะนี้ชาวบ้าน เขาบอกว่าเศรษฐกิจนั้นย่ำแย่ทุกหย่อมหญ้า ยาบ้านั้นมีขายทุกแห่งหน เกษตรกรชาวนา แสนยากจน แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไรครับท่านประธาน นี่คือคำถามของภาคเกษตรเรา เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคเหนือ แต่ในทางวิธีการนั้น สาเหตุก็อย่างที่ผมว่าก็คือรัฐบาลนั้น ขาดความเอาใจใส่ในการที่จะแก้ปัญหาของภาคเกษตรที่แท้จริง เกิดจากการบริหารของรัฐ คนองค์กรของรัฐที่มาบริหารด้านการเกษตรนั้นไม่มีองค์ความรู้ในการที่จะบริหารจัดการ เรื่องตลาด ไม่มีการหาตลาด ถ้าหากจะพัฒนาแล้วก็จะต้องมีการให้รัฐบาลนั้นนำนโยบาย ในการส่งเสริมการเกษตรให้ถูกกับพื้นที่ ถูกกับภูมิอากาศเพื่อที่จะให้ผลผลิตต่อไร่นั้น มันสูงขึ้น ลดต้นทุนการผลิตให้มากขึ้น ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมมากขึ้น นั่นเป็นการที่จะต้อง ให้เกษตรกรนั้นได้รับการส่งเสริมตรงนี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่เป็นสาเหตุ ของราคาสินค้าตกต่ำ

ส่วนที่ ๒ นั้นอย่างที่ท่านผู้มีเกียรติได้แจ้งให้ท่านประธานทราบแล้ว ก็คือ เรื่องของการเกษตรที่เรานำเข้า ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นมะพร้าว ไม่ว่าจะเป็น กระเทียม เราผลิตอยู่แล้วทำไมต้องสั่งซื้อมาจากต่างประเทศ ทำให้สินค้าเกษตรที่เราปลูกมัน ตกต่ำ นั่นคือการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกทาง เมื่อขาดแล้วเราก็ส่งเสริมในภาคเกษตรของเราให้มี การพัฒนามากขึ้น ให้ราคามันสูงเถอะครับ จะได้ทำให้เกษตรกรนั้นอยู่ได้ ถ้าเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นมีรายได้ที่ดีขึ้น นั่นก็คือความมั่นคงของประเทศ เพราะฉะนั้นวิธีแก้นั้นไม่ยากในการแก้ปัญหาสินค้าราคา ตกต่ำ เมื่อมีสาเหตุมันก็ต้องมีวิธีแก้ เมื่อแก้ต้องทำอย่างไรครับ ๑. ต้องตั้งระบบสหกรณ์ มันต้องตั้งระยะยาว มีระบบสหกรณ์ทั่วประเทศครับ ไม่ว่าจะเป็นระดับตำบล ระดับหมู่บ้าน ให้เขาบริหารจัดการกันเอง โดยระบบสหกรณ์ใครปลูกยางก็มาว่ากันด้วยเรื่องของยาง ใครปลูกข้าวก็ว่าด้วยเรื่องของข้าว นั่นคือวิธีการแก้โดยภาครัฐจะต้องเอาเงินมาสนับสนุน หรือซัพพอร์ต (Support) เรื่องสหกรณ์ให้มีความมั่นคง ไม่ต้องไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จ่ายไร่ละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ไม่ต้อง ให้เกษตรกรเขาบริหารกันเอง นั่นคือสิ่งหนึ่งที่รัฐ จะต้องเอาเงินตรงนี้มาช่วยดูแลภาคเกษตรอย่างจริงจัง อย่างยุทธศาสตร์ของชาติที่รัฐบาลชุดนี้ หรือชุดอดีตที่ผ่านมาวางแผนยุทธศาสตร์ที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพนั้นนะครับ แต่ไม่บอกว่า ด้านการเกษตรนั้นจะพัฒนาอย่างไร นั่นคือสิ่งหนึ่งที่เป็นการขาดความเอาใจใส่ ขาดความ ดูแลของภาครัฐบาล เรื่องเหล่านี้ถ้าหากว่าเราจะใช้เงินดูแลภาคเกษตรไม่ต้องไปซื้อ ยุทโธปกรณ์ ไม่ต้องไปซื้อเรือดำน้ำ ไม่ต้องซื้ออาวุธได้ไหมครับ เอามาดูแลภาคเกษตร ซึ่งเป็น คนส่วนใหญ่ของประเทศมันจะได้ลดภาระของประเทศลง จะทำให้เกษตรกรนั้นลืมตาอ้าปาก และยืนบนขาของตัวเองได้ ไม่ต้องมาประกันราคา ไม่ต้องแทรกแซงราคา ไม่ต้องประกัน ล่วงหน้าอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ละครับคือการแก้ปัญหาที่ถาวรนะครับ

ส่วนที่ ๒ นั้นก็คือการวิจัย การวิจัยในประเทศเราขาดมาก เรื่องการวิจัย นั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่เงินงบวิจัยไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒ เปอร์เซ็นต์ อย่างน้อยมันควรจะเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะการวิจัยนั้นมันจะเป็นสิ่งที่มันจะเกิดประโยชน์ กับภาคเกษตร อย่างผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นอย่างไร มันต้องวิจัย อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรนั้น จะลืมตาอ้าปากได้ ท่านประธานครับ ท่านเชื่อไหมครับ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาพันธุ์อ้อย พันธุ์มัน หรือพันธุ์พืชอื่น ๆ เราขาดการวิจัยมาเป็นสิบ ๆ ปี ผลผลิตยังอยู่คงเดิมแต่ต้นทุนการผลิตนั้น มันเพิ่มขึ้นแล้วเกษตรกรไม่ขาดทุนได้อย่างไร นั่นคือสิ่งหนึ่งที่มันจะเป็นประโยชน์กับ เกษตรกรถ้ามีการวิจัย

แล้วสิ่งที่ ๒ นั้นนะครับ วิธีแก้รัฐบาลมีทูตอยู่ทุกประเทศ ทูตนั้นมีหน้าที่ ไม่เพียงแต่เจรจาเท่านั้น จะต้องไปสอบหาว่าประเทศนั้นเขาต้องการสินค้าเกษตรเรา คือชนิดไหนบ้าง ให้ทูตแต่ละประเทศหาข้อมูลมาสิครับ แต่ละประเทศนั้นเขาต้องการอะไร ในโลกนี้ เมื่อหามาแล้วได้ข้อมูลมาทั้งหมดมาประมวลในระดับประเทศเรา ว่าแต่ละประเทศ เขาขาดสินค้าเกษตรเรื่องอะไร แล้วก็เอามาทำเป็นยุทธศาสตร์ชาติในการที่ว่าเราจะผลิต อะไรให้กับความต้องการของตลาดโลก เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับเป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศนั้น จะต้องให้ทูตแต่ละประเทศนั้นไปศึกษาปัญหาแต่ละประเทศนั้นเขาต้องการสินค้าอะไร แล้วมาทำเป็นยุทธศาสตร์ในการปลูกพืชที่จะส่งไปขายในต่างประเทศนั้นแบบที่เขาขาด การเกษตรนั้นต้องหาตลาดก่อนการผลิต ไม่ใช่ผลิตแล้วไปหาตลาด เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับ คือสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำของประเทศ ไม่ใช่ว่าผลิตแล้วจึงไปหาเร่ขาย ไม่ใช่ ต้องหาตลาดก่อน อันนี้คือสิ่งที่อยากจะให้เกิดขึ้นในจังหวัดหรือในประเทศเรา

ส่วนสุดท้ายครับ ก็อยากจะฝากถ้าท่านให้เวลาผม ๑๐ นาที ก็เหลือเวลาอีก ๒๐ วินาที ผมสรุปก็แล้วกันว่าตรงนี้ก็ขอให้งานวิจัยเป็นหลัก และอันที่ ๒ ก็ขอให้มีการตั้ง กรรมาธิการเพื่อที่จะแก้ปัญหาหลาย ๆ ทางในการช่วยกันทุกคนนั้นมีแนวความคิดมีอิสระ ในความคิด ก็อยากจะให้ตรงนี้ตั้งกรรมาธิการเพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศครับ กราบขอบคุณครับ สวัสดีครับ