ญาณธิชา ชี้ล้งจีนผูกขาดลำไย กระทบเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ญาณธิชา บัวเผื่อน หารือปัญหาการผูกขาดและการซื้อขายลำไยที่ไม่เป็นธรรมโดยล้งจีน พร้อมเรียกร้องมาตรการคุ้มครองเกษตรกรและมาตรฐานการคัดแยกที่โปร่งใส

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ วันนี้ ดิฉันขออนุญาตมาสะท้อนปัญหาในเรื่องของรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาลำไย เรื่องล้งจีน ผูกขาดสินค้าลำไย ท่านประธานคะ ดิฉันอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นพื้นที่ของ เกษตรกรรม มีการทำสวนผลไม้หลายชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย ลองกอง เงาะ ซึ่งวันนี้ จะขอมากล่าวถึงในเรื่องของลำไย ท่านประธานคะ ปริมาณผลผลิตลำไยในปี ๒๕๖๑ รวมทั้ง ประเทศนั้นมีปริมาณ ๑,๐๖๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งแบ่งออกเป็นภาคเหนือ ๖๖๐,๐๐๐ ตัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๖,๐๐๐ ตัน ภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงจังหวัดจันทบุรีด้วย ๓๘๐,๐๐๐ ตัน และประเทศที่เรามีปริมาณการส่งออกมูลค่ามากที่สุดก็คือเราส่งออกไป ประเทศเวียดนามเป็นอันดับที่ ๑ มีมูลค่า ๑๑,๕๐๐ ล้านบาท ประเทศที่ ๒ ก็คือประเทศจีน ๕,๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตค่ะท่านประธานว่าสินค้าลำไยที่เราส่งออกไป ประเทศเวียดนามนั้นสุดท้ายแล้วปลายทางก็จะไปอยู่ที่ประเทศจีนค่ะ แต่ว่าเราส่งออกไปที่ ประเทศเวียดนามก่อนเนื่องจากว่ามีปัจจัยในเรื่องของต้นทุนการขนส่ง และประเทศเวียดนามนั้น มีชายแดนติดอยู่กับประเทศจีน ซึ่งเขาก็จะได้สิทธิทางการค้าพิเศษเรื่องนโยบายการข้ามแดน ท่านประธานคะ เวลาที่ชาวสวนซื้อขายลำไยกันเขาจะซื้อกันผ่านล้งค่ะท่านประธาน ล้ง หมายถึงโรงคัดแยกผลไม้ ซึ่งถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ กว่านั้นก็คือพ่อค้าคนกลางนั่นเอง ซึ่งพ่อค้าคนกลางนี้คนในพื้นที่ก็จะเข้าใจกันดีว่าเป็นล้ง เราเรียกกันสั้น ๆ ว่าล้งจีนค่ะ อนุมาน ได้ว่าเจ้าของเป็นคนจีนและเป็นนายทุนที่มาจากประเทศจีน ท่านประธานคะ มีบางครั้งที่เรา ก็เชื่อได้ว่าอาจจะมีการที่คนไทยนั้นไปจดทะเบียนแทน ซึ่งกรณีนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ที่เราควรจะให้ความสำคัญเช่นกัน ทีนี้เวลาเขาซื้อขายกันเขาก็จะทำการตกลงซื้อขายกัน โดยที่ทำสัญญาล่วงหน้าไว้ก่อนนะคะ เราจะเรียกว่าการขายใบ ซึ่งการขายใบนั้นเวลาซื้อขาย จะมีการมัดจำไว้ด้วย และจะมีเงื่อนไขพิเศษว่าทางชาวสวนจะต้องขายลำไยลูกร่วง ให้กับล้งด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ขายลำไยลูกร่วงให้ล้ง ล้งก็จะไม่รับซื้อนะคะ ทีนี้ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ลำไยลูกร่วงนั่นเองค่ะ ดิฉันจะขอเล่าต่อไปว่าลำไยลูกร่วงนั้น ท่านประธานคะ ท่านประธาน อาจจะหมายถึงลำไยที่ร่วงเป็นลูก ๆ นะคะ แต่ว่าไม่ใช่เช่นนั้นค่ะท่านประธาน ลำไยลูกร่วง หมายถึงลำไยช่อที่อาจจะตกไซส์ (Size) หรือสีผิวไม่สวย อันนี้ก็จะถือว่าเป็นลำไยลูกร่วงเหมือนกัน ดิฉันจะสมมุติสถานการณ์ การซื้อขายให้ฟังสถานการณ์หนึ่งนะคะ เขาจะซื้อขายกันว่า เหมาเบอร์ ๑ ถึงเบอร์ ๔ ในราคาสมมุติว่า ๓๒ บาท แล้วก็ตามที่บอกนะคะก็จะมีเงื่อนไขในเรื่องของลูกร่วงด้วย แล้วก็ จ่ายเงินค่ามัดจำกัน ๒๐๐,๐๐๐ บาทในวันที่ทำสัญญา หลังจากนั้นพอลำไยสุก ล้งก็จะส่งคน เข้าไปเก็บ ซึ่งปัญหามันก็เกิดตรงนี้ละค่ะว่าพอส่งคนเข้าไปเก็บก็จะมีการต่อรองราคาว่า ราคาที่ปลายทางนั้นราคามันตกไม่สามารถที่จะซื้อได้ในราคา ๓๒ บาท ก็ต่อรองกันตัวเลข สมมุติว่า ๒๘ บาท ท่านประธานคะ ในราคานี้ชาวสวนลำไยก็จำเป็นที่จะต้องขายเนื่องจากว่า ลำไยเป็นผลไม้ที่สุกแล้วไม่สามารถที่จะรอไว้ได้ ดังนั้นชาวสวนต้องจำใจกล้ำกลืนฝืนทนขาย เพราะถ้าไม่ขาย ยืดระยะเวลาต่อไปก็จะกลายเป็นลำไยตกไซส์ (Size) ซึ่งจาก ๒๘ บาท ก็จะเหลือแค่ราคา ๕ บาทเท่านั้นค่ะท่านประธาน อันนี้ก็เป็นกรณีหนึ่งที่ล้งไม่ทำตามสัญญา ไม่ทำตามข้อตกลงที่บอกว่าจะซื้อในราคา ๓๒ บาท มีอีกกรณีหนึ่งค่ะท่านประธาน อย่างที่ บอกว่าเมื่อสักครู่เราสมมุติสถานการณ์ว่า ล้งมัดจำไว้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท พอมาเก็บจริงก็เก็บ เท่ากับมูลค่า ๒๐๐,๐๐๐ บาทตามที่ให้เงินไว้ หลังจากนั้นก็ไม่มาเก็บอีก พอชาวสวนโทรตาม ทางล้งก็แจ้งว่าไม่มีแรงงานมาเก็บ หรือแรงงานกำลังไปเก็บที่สวนอื่นอยู่ เพราะฉะนั้น พอได้รับคำตอบดังนี้จากที่บอกแล้วว่าลำไยเป็นสินค้าที่รอไม่ได้ ดังนั้นชาวสวนก็เก็บลำไย ไปขายเอง แต่ผลปรากฏว่าเมื่อเก็บลำไยไปขายเองแล้วก็ถูกทางล้งฟ้องว่าชาวสวน ทำผิดสัญญาค่ะ มีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกันอยู่หลายคดี แล้วอันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงนะคะ ดิฉันได้รับการสะท้อนมาจากชาวสวนลำไยค่ะท่านประธาน นอกจากนั้นก็ยังมีในเรื่องของ มาตรฐานในการเก็บลำไยนะคะ เบอร์ ๑ เบอร์ ๒ เบอร์ ๓ อาจจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่จะมี ปัญหาในเรื่องของเบอร์ ๔ กับส่วนที่มันตกไซส์ (Size) ท่านประธานคะ เบอร์ ๔ อย่างที่บอก เมื่อสักครู่ที่ตกลงกันก็คือในราคา ๒๘ บาท แต่ว่าถ้าเป็นตกไซส์ (Size) เหลือ ๕ บาทนะคะ ทีนี้เวลาเขาเก็บนี่เขาก็จะส่งแรงงานไปเก็บ เมื่อส่งแรงงานไปเก็บแล้ว มาตรฐานในการคัดค่ะ บางที่ที่มีเครื่องคัดลำไยก็จะไม่มีปัญหา ซึ่งปกติแล้วเราก็ใช้แรงงานในการคัดลำไย แรงงานก็จะกะประเมินด้วยสายตาว่าไซส์ (Size) ขนาดนี้ควรเป็นเบอร์อะไร แต่ท่านประธาน คะ จากที่ดิฉันไปรับฟังปัญหามาปรากฏว่า ชาวสวนเล่าว่าผลผลิตประมาณ ๒๐ ตัน ๑๐ ตัน จะถูกคัดเป็นลำไยร่วงซึ่งเหลือราคา ๕ บาทเท่านั้นค่ะท่านประธาน เป็นไปได้อย่างไรคะ นี่คือวิธีการคัดแบบเอาเปรียบชาวสวนหรือเปล่า อันนี้ดิฉันตั้งข้อสังเกตไว้ ที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐกับสมาคมชาวสวนลำไยก็ร่วมกันหาทางออก โดยวิธีการช่วยกัน ร่างสัญญากลางขึ้นมาฉบับหนึ่งเพื่อให้ล้งนำไปใช้ในการทำสัญญากับชาวสวน แต่ว่าล้ง ก็ไม่นำสัญญานี้ไปใช้นะคะท่านประธาน และหน่วยงานภาครัฐก็ไม่ได้มีความพยายามที่จะ บังคับให้ล้งใช้สัญญาฉบับนี้ด้วยเช่นกัน เมื่อเราพึ่งพาอยู่ตลาดเดียวก็คือตลาดประเทศจีนนั้น ท่านประธานลองดูในพื้นที่ได้นะคะ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นล้งจีนทั้งหมด ทำให้เขามีอำนาจ ในการต่อรองกับเราสูงมาก ในขณะที่ชาวสวนแทบจะไม่ได้มีอำนาจในการต่อรองใด ๆ เลย หรือจะเรียกได้ว่าไร้การต่อรองโดยสิ้นเชิงก็ได้ค่ะท่านประธาน นอกจากนี้ยังทำให้อาชีพพ่อค้า แม่ค้าคนกลางของคนไทยได้ล้มหายตายจากไปจากตลาดด้วย เนื่องจากว่านายทุนจีนเป็นคนที่มีทุนสูงมากนะคะ พ่อค้า แม่ค้าคนกลางของคนไทย ก็ไม่สามารถที่จะมีทุนสู้ได้นะคะ ท่านประธานคะ เรามีพระราชบัญญัติในการประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าว พุทธศักราช ๒๕๔๒ เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจเกี่ยวข้องกับการเกษตรนะคะ รัฐบาลควรกวดขันเกี่ยวกับกฎหมายข้อนี้ด้วยหรือไม่คะ เพราะว่าถ้าเราไม่แก้ไขอะไรเลย ปล่อยให้เขาควบคุมตลาดอยู่แบบนี้ไม่ใช่ว่าจะเกิดปัญหาแค่ลำไยเท่านั้นค่ะท่านประธาน อย่างที่ดิฉันบอกนะคะ จังหวัดจันทบุรีเองมีทั้งทุเรียน มีทั้งมังคุดนะคะ ซึ่งตอนนี้ล้งจีนก็ได้ เข้ามาทำแบบเดียวกันกับลำไย ในช่วงต้นฤดูที่ผ่านมามังคุดค่ะท่านประธานจะเจอปัญหา เดียวกันนะคะ เป็นไปได้อย่างไรวันเดียวราคาลดลงจาก ๑๐๐ บาท ลดลงทุกวันค่ะ วันละ ๒๐ บาท เหลือ ๘๐ บาท ๖๐ บาท ๔๐ บาท จนกระทั่งเหลือ ๒๕ บาท ก็ผ่านมาแล้ว ช่วงที่ดิฉันเพิ่งได้รับการประกาศผลการเลือกตั้งได้แค่ ๓ วันเท่านั้นนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ได้บอกว่ามีแต่ล้งที่ไม่ดี แต่ล้งที่ดีมีมาตรฐานก็มีเช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องขอขอบคุณเขา ส่วนล้งที่ไม่ได้มาตรฐาน รัฐก็ควรที่จะหาวิธีการแก้ไขต่อไป เราจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไรคะว่า จะหาจุดสมดุลระหว่างล้งผู้ที่ทำธุรกิจกับชาวสวนให้คู่นี้ได้ประโยชน์สูงสุดวินวิน (Win Win) ทั้ง ๒ ฝ่ายนะคะท่านประธาน นอกจากจะมีปัญหาในเรื่องของล้งจีนผูกขาดแล้วยังมี เรื่องของสารตั้งต้นในการทำลำไยด้วยค่ะท่านประธาน ซึ่งชื่อว่าสารโพแทสเซียมคลอเรต (Potassium Chlorate) ซึ่งสารนี้เป็นสารที่ทำให้ลำไยออกนอกฤดู สารนี้จะถูกปล่อยออกมา ในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งทำให้เกษตรกรต้องทำสารทำลำไยนอกฤดูในช่วงเวลาเดียวกัน ปริมาณที่สุกก็พร้อมกัน ดังนั้นก็จะมีปัญหาในเรื่องของราคาผลผลิตตกต่ำ มีปริมาณมาก แล้วก็จะมีปัญหาในเรื่องของแรงงานในการเก็บไม่เพียงพอด้วยค่ะ ท่านประธานคะ สารโพแทสเซียมคลอเรต (Potassium Chlorate) นี้ปกติแล้วจะเป็นสารที่ถูกควบคุมโดย กระทรวงกลาโหม เพราะมันเป็นสารที่สามารถจะนำมาเป็นสารตั้งต้นในการทำระเบิดได้ ทีนี้ผู้ที่นำเข้ามาก็จะต้องได้รับอนุญาต และสารนี้ถูกนำมาเจือจางให้มาทำเป็นสารตั้งต้น ในการทำลำไย ซึ่งก็จะมีแค่ ๒-๓ บริษัทเท่านั้นนะคะท่านประธาน ทีนี้พอมีผู้ขายน้อยราย ก็เป็นการผูกขาดสินค้าไปทำให้สารตัวนี้มีราคาแพง ถ้าเป็นราคาปกติก็จะราคา ๑,๒๕๐ บาท ต่อ ๒๕ กิโลกรัม แต่ถ้าช่วงที่ขาดตลาดราคาก็จะสูงขึ้นไปถึง ๒,๕๐๐ บาท ต่อ ๑ กระสอบ ก็คือ ๒๕ กิโลกรัม ท่านประธานคะ ดิฉันอยากให้การแก้ไขปัญหาของรัฐหรือว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้เป็นไปเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เป็นการ แก้ไขปัญหาในระยะสั้น หรือเป็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องราคาเท่านั้นนะคะ เพราะว่า ทุกคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมาเป็นเงินจากภาษีของประชาชนค่ะท่านประธาน ดังนั้นเราควรใช้ ภาษีของประชาชนให้คุ้มค่ามากที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน