ณัฏฐ์ชนน หารือวิกฤตยางพารา เสนอแก้ทั้งระบบ-เร่งยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ หารือปัญหายางพาราที่รุนแรงตั้งแต่ปี 2557 ถึง 2560 โดยเสนอแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบจากข้อเรียกร้องของเกษตรกรใน 4 อำเภอ เน้นการสนับสนุนราคาอย่างเร่งด่วน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน การขยายตลาดและส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลราคาอย่างโปร่งใสและการแต่งตั้งผู้บริหารการยางที่มีความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังผลักดันการแปรรูปยางในประเทศด้วยนวัตกรรมจากงานวิจัยมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดการพึ่งพาสิทธิบัตรต่างชาติ พร้อมเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เข้าถึงเทคโนโลยี และเสนอตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาความเป็นธรรมในวงจรผลิตผลทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำและความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ เนื่องจากเพื่อนสมาชิกท่านภราดรจากพรรคภูมิใจไทยได้เสนอญัตติแก้ไขปัญหา ราคาพืชผลทางการเกษตรร่วมกับสมาชิกพรรคภูมิใจไทยอีก ๒๐ ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะลูกชาวสวนยาง เกิดในสวนยาง โตจากยางพารา เรียนหนังสือจากยางพารา วันนี้ ผมจะอธิบายเรื่องของยางพาราให้กับเพื่อนสมาชิกทั้ง ๕๐๐ ท่านและคนไทยทั้งประเทศ ได้รู้ว่าวิกฤตยางพาราเกิดขึ้นได้อย่างไร ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ยางพาราถือว่า เป็นวัตถุที่ยืดหยุ่นดีที่สุดในโลก เกิดขึ้นที่ประเทศบราซิลครับ แต่วันนี้ราคายางพารา เกิดวิกฤตขึ้นก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หรือว่าก่อนการปฏิวัติรัฐประหาร ตอนนั้น ราคายาง กิโลกรัม ๗๐-๘๐ บาท มีการเรียกร้องที่ควนหนองหงษ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราชจากรัฐบาล ๑๒๐ บาท แต่รัฐบาลในขณะนั้นให้ได้แค่ ๙๐ บาท นี่ก็คือเป็นปฐมบทวิกฤตยางพารา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผ่านระยะเวลาไปเกือบ ๓ ปี วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ ชาวสวนยางบอกว่า ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาทครับ เกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ ผมเองพยายามรวบรวม ข้อมูลนำเสนอให้กับท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะนั้น ให้แก้ปัญหาวิกฤตยางพาราในระยะยาว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองได้ทำหนังสือ ๑ ฉบับ วิกฤตเกิดวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ ผมเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลมายื่นหนังสือ ให้กับนายกรัฐมนตรี เป็นข้อเสนอในการแก้ปัญหายางทั้งระบบ ๗ ข้อ วันนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะ เป็นเรื่องเชยนะครับ ขอนำเรียนท่านประธานสภาอีกครั้งหนึ่ง นี่ก็คือเป็นการรวบรวมจาก เกษตรกรในพื้นที่ ผมในนามตัวแทนเกษตรกร ๔ อำเภอ จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย ในขณะนั้น

๑. ให้รัฐบาลเปิดตลาดยางพาราเพิ่มขึ้นในประเทศที่ต้องการใช้ยางพารา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ยางพาราเราผลิตได้ประมาณ ๔.๙ ล้านตัน ใช้ในประเทศ ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ตัน ส่งออกไปยังประเทศจีนครึ่งหนึ่งครับ ประมาณเกือบ ๒.๕ ล้านตัน ที่เหลือเป็นประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่การขยายตลาดไปยังประเทศแอฟริกา ประเทศอเมริกาใต้หรือประเทศคู่ค้าอื่นแทบจะไม่มี เกษตรกรเลยบอกว่ารัฐบาลต้องไปหา ตลาดเพิ่ม

๒. รัฐบาลร่วมมือกับพ่อค้าหรือโรงงานส่งออกไปในทิศทางที่เดียวกัน แสดงว่าเกษตรกรคิดว่าวันนี้ทิศทางในการส่งออกระหว่างพ่อค้ากับโรงงานนี่คนละทิศทางกัน

๓. รัฐบาลให้ข้อมูลเกษตรกรที่เป็นจริงในระบบยางพาราโลก เห็นหรือไม่ครับ ยางราคาเท่าไรแต่ละวันท่านประธานรู้หรือไม่ครับ ไม่มีใครรู้ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร และสหกรณ์รู้หรือไม่ครับ ไม่รู้ครับ การยางแห่งประเทศไทยรู้หรือไม่ครับ ไม่รู้ครับ คนกรีดยาง ยังไม่รู้ครับท่านประธาน เขากรีดยางตั้งแต่ตีหนึ่ง ไปขายน้ำยางพาราประมาณ ๑๑ โมงก่อนเที่ยง ยังไม่รู้ราคาเท่าไร ไปชั่งน้ำยางทำเปอร์เซ็นต์น้ำยางถึงจะรู้ว่ากิโลกรัมละเท่าไร ถามว่า ในระบบยางทั้งหมด ไม่มีคนรู้ราคา เกษตรกรเลยบอกว่าให้รัฐบาลแจ้งข้อมูลความจริงให้กับ เกษตรกร

๔. ให้รัฐบาลสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและเข้าใจเข้ามาบริหาร การยาง ท่านประธานที่เคารพครับ การยางแห่งประเทศไทย เราตั้งขึ้นปี ๒๕๕๘ หลังจากมี การยุบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ซึ่งตั้งมาปี ๒๕๐๓ ใครมาเป็นบอร์ด (Board) การยางครับ ท่านไปดูรายชื่อไม่มีความรู้เกี่ยวกับยางพารา ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย คนแรกไม่มีความรู้เรื่องยางพาราแล้วจะมาแก้ปัญหายางพาราได้อย่างไร

๕. รัฐบาลส่งเสริมแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราภายในประเทศเพิ่มขึ้น นี่คือสิ่งที่พวกเราชาวสวนยางนำเรียนตลอดมา ท่านประธานรู้หรือไม่ครับว่าผลผลิต จากยางพาราทั้งหมดในประเทศไทยในวันนี้ เราส่งออกเป็นส่วนใหญ่ ท่านสมาชิกที่นั่ง อยู่ในที่นี้ท่านอาจจะไม่รู้ว่าผลิตภัณฑ์ยางพาราอยู่ในตัวของท่าน ไม่ว่าจะเป็นปกเสื้อที่ยืดได้ ถุงเท้าที่ท่านใส่ ป้ายบัตรที่ยืดๆ ตัวนี้นะครับ นี่ก็คือทำจากยางพารา แต่รัฐบาลส่งเสริม ทำที่นอน ทำหมอน ทำรองเท้าบู๊ต (Boot) แล้วสินค้าอย่างอื่นครับ ท่านประธานทำไม ทำไม่ได้ เพราะติดในเรื่องสิทธิบัตร วันนี้นะครับมหาวิทยาลัยที่มีงานวิจัยเกี่ยวกับยางพารา เป็นพันๆ เล่ม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่านรู้หรือไม่ครับ เกษตรกรที่จะเป็นผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) จะไปซื้อลิขสิทธิ์ ไม่ได้ครับ มีบริษัทจาก ประเทศจีนมาจ้างงานวิจัย แล้วเอางานวิจัยกลับไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์

๖. งานวิจัยที่ผมกล่าวถึงให้นำงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยไปแปรรูปยางพารา ทำครีมได้ครับ ทำอย่างอื่นได้หลายชนิดครับท่าน ไม่ใช่เฉพาะที่นอนกับรองเท้าบู๊ต (Boot) และถุงยางอนามัย

๗. ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลนำนโยบาย ๔.๐ มาใช้ในขณะนั้นเราก็ เสนอบอกว่าใช้ระบบ ๔.๐ เข้ามาบริหารระบบยางพารา

นี่คือ ๗ ข้อที่พี่น้องเกษตรกรได้นำเสนอรัฐบาลในขณะนั้น ผมเองนะครับ วันนี้เวลาน้อยนิดจะอธิบายให้กับพี่น้องที่เกิดวิกฤตขึ้นในวันนี้ ผมขออธิบายสั้น ๆ ยางกิโลกรัม ๔๐ บาทในวันนี้ ยาง ๑๐๐ กิโลกรัมยางดิบ ต้องไปกรีดตั้งแต่ตีหนึ่ง ไปขาย ๑๑ โมง ใช้เวลาเกือบ ๑๒ ชั่วโมงครับท่าน ยาง ๑๐๐ กิโลกรัม กิโลกรัมละ ๔๐ บาท คิดเป็น เงิน ๔,๐๐๐ บาท นี่คือโลกแห่งความฝัน โลกแห่งความเป็นจริงครับ ยาง ๑๐๐ กิโลกรัม ไปทำเปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ได้เท่าไรครับ ได้ ๑,๒๐๐ บาท แต่ที่รัฐบาลเข้าใจว่า ๔,๐๐๐ บาท กับ ๑,๒๐๐ บาท มันต่างกันเยอะครับ ๑,๒๐๐ บาท แบ่งครึ่งลูกโกหลีเถ้าแก่ คนละ ๖๐๐ บาท ตัดสองผัวเมียได้แบ่งกันเท่าไรครับ คนละ ๓๐๐ บาท นี่คือความเป็นจริง หลายคนเข้าใจว่ายางกิโลกรัมละ ๕๐ บาท น้ำยางสด ๑ กิโลกรัม คูณ ๕๐ บาท ไม่ใช่ครับ สมมุติวันนี้ยางกิโลกรัมละ ๕๐ บาท ท่านรู้ไหมครับเกษตรกรได้เท่าไร ยาง ๑ กิโลกรัม ทำเป็นเปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ได้ ๑๕ บาทครับท่านประธาน น้ำยางสด ๑ กิโลกรัม ได้ ๑๕ บาท มันไม่ใช่ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาทแล้วครับ มันเป็น ๗ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท วิกฤตทั้งหมดวันนี้พี่น้องเกษตรกรหวังที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเองในนาม พรรคภูมิใจไทยไปลงในพื้นที่บอกพี่น้องชาวสวนยางว่าวันนี้ถ้าเกิดรัฐบาลยังแก้ไขปัญหา ยางพาราแบบเดิมไม่มีทางที่จะฟื้นชีวิตของชาวสวนยาง เราเลยใช้นโยบายโพรฟิต แชร์ริง (Profit Sharing) แบ่งปันกำไร ในการอธิบายรายละเอียดผมค่อยมาบอกในที่ประชุมแห่งนี้ อีกสักครึ่งหนึ่งในการยื่นญัตติในครั้งต่อไป ผมก็เลยอยากบอกว่าวันนี้พี่น้องชาวสวนยาง ผมกลับไปในพื้นที่วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ เสียงตอบรับจากพี่น้องรู้สึกเบื่อการเมือง เบื่อนักการเมือง แย่งชิงอำนาจ แย่งชิงตำแหน่ง วันนี้ขอบอกพี่น้องชาวสวนยางครับ ถึงเวลา ที่พวกเรา ส.ส. ทั้ง ๕๐๐ ท่านจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาสินค้าเกษตรของ คนไทยทั้งประเทศ เราต้องยอมรับนะครับว่าวันนี้สินค้าทุกตัว เกษตรกรทุกคนไม่มีใครรวย พ่อค้าคนกลางรวย ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรเป็นเศรษฐี ถามว่าระบบสินค้าเกษตรทั้งหมด ที่เกิดขึ้น ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับ รัฐบาลชุดนี้ สภาชุดนี้จะ เป็นที่พึ่ง เป็นที่หวังให้กับเกษตรกรคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ยางพารา ปาล์ม ลำไย หอม กระเทียม ข้าวโพด ทุกชนิด ขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณมากครับ