สุทิน ชี้นายกฯ ถวายสัตย์ไม่ครบ วิจารณ์กระทบความมั่นคง-นิติรัฐ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๒

สุทิน คลังแสง ตั้งข้อสังเกตการไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน พร้อมแสดงความกังวลต่อพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ รวมถึงการละเมิดหลักนิติรัฐและนิติธรรมที่ทำลายความเชื่อมั่นในระบบกฎหมายและภาพลักษณ์ของประเทศต่างชาติ พร้อมวิพากษ์การใช้สองมาตรฐานทางกฎหมายและการลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรม ซึ่งกระทบต่อความเคารพในผู้นำและสถาบัน จึงเรียกร้องให้ชี้แจงและฟื้นฟูความเชื่อมั่นเพื่อรักษาความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม ขออนุญาตอภิปรายซึ่งก่อนอภิปรายนั้น ผมขออนุญาตทำความเข้าใจว่า เดิมทีนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้านของเราได้รับเวลาที่อภิปรายวันนี้ จนถึง ๖ ทุ่มวันนี้ ซึ่งเราก็วางแผนมาอย่างนั้น แต่เมื่อทราบว่าวันนี้จะมีพระราชพิธีสำคัญ การทำพระราชกุศลอันสำคัญ เราก็ปรับลงมาว่าจะจบลงที่ ๑๘.๐๐ นาฬิกา เพื่อให้พวกเรา ได้น้อมจิตอันเป็นกุศลด้วยกัน แต่เมื่อสถานการณ์การอภิปรายล่วงเลยมาเช่นนี้แล้ว เวลาเหลือไม่มาก ผมขออนุญาตว่าผมก็จะพยายามกระชับถึงที่สุด แต่หากว่าจะล่วงเลยไปบ้าง ก็ขออนุญาตว่าได้เห็นถึงเจตนาอันเป็นกุศลของพวกเรา ท่านประธานครับ การอภิปรายวันนี้ ตั้งแต่เช้าจนถึงขณะนี้ไม่มีอะไรมากมายครับ มีเรื่องใหญ่ก็คือว่า เราเองได้เห็นพฤติกรรมของ ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วเราพบและไม่สบายใจเป็นกังวลว่า ท่านจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายมาอย่างเป็นนิสัย อย่างเป็นประจำ แล้วก็มองไปแล้วในอดีต ยิ่งเห็นชัด ปัจจุบันถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายที่อุกอาจ ชัดเจน แล้วก็เป็นเรื่องใหญ่มาก ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะกังวลไปในอนาคตว่า ถ้าไม่ทำอะไรกับท่าน ถ้าไม่เตือนสติกันบ้าง ไม่สอบถามกันบ้าง แนะนำกันบ้าง ไม่หารือกันบ้าง ท่านจะต้องเป็นอย่างนี้อีกในอนาคต แล้วเผอิญเรื่องที่ท่านทำผิดที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้นั้น คือเรื่องของการละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน แล้วบังเอิญคำที่ท่านไม่พูด ถ้าเป็นเรื่องผิดพลาดและท่านยอมรับว่าผิดพลาด เราสบายใจ เราไม่กังวล แต่เมื่อท่านไม่ได้ บอกอะไรกับเราเลยว่าผิดพลาดหรือจงใจ ท่านไม่ให้ความกระจ่างเลยแม้แต่น้อย ถามแล้ว ถามเล่าด้วยมาตรการใดไป ก็ไม่ได้ให้ความกระจ่างชัด จึงทำให้พวกเรายิ่งกังวลยิ่งขึ้น คนไทยทุกคนก็ยิ่งกังวล เพราะอะไรครับ การไม่ดำรงรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ และไม่ปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญ มันเป็นเรื่องซึ่งน่ากังวล คนทำผิดกฎหมายถ้าเป็นชาวบ้าน ตาสีตาสา เราไม่วิตกนะครับ อานุภาพในการทำลายล้างความเสียหายก็อยู่ในวงจำกัด แต่ถ้าคนระดับ นายกรัฐมนตรีไม่ทำตามกฎหมายแล้วนี่ ท่านครับ อานุภาพของการทำลายล้าง ๖๕ ล้านชีวิต คนไทยทุกชีวิตอยู่ในกำมือของท่าน จะไม่ให้เรากังวลได้อย่างไร ท่านประธานครับ ถ้ามดมันบ้าคลั่ง ไม่น่ากลัวเท่าไรหรอก มันก็ได้แค่บริเวณมด แต่ถ้าช้างมันบ้าคลั่ง มันจะเป็น อย่างไรครับ เราก็ต้องกังวล เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นที่มาของการที่เราจะต้องขอถาม ท่านนายกรัฐมนตรีโดยมาตรการเบา ๆ ถามในสภาท่านไม่ตอบ ไม่ชัดเจน ตั้งกระทู้ก็ไม่มา ครั้งที่ ๒ ก็ไม่มา จำเป็นถึงมีวันนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องการมาถาม ถ้าท่านตอบว่า ท่านผิดพลาด ท่านจะแก้ไข ผมเชื่อว่าเราสบายใจ จบเรื่องนี้ คนทั้งประเทศไม่ต้องพะวง ไม่ต้องกังวล ต่างชาติก็ไม่ต้องมาติดตาม และไม่ต้องมาพูดกันเรื่องความเชื่อมั่น ถ้าท่านจงใจ จงใจเพราะอะไร เราอยากรู้ รู้แล้วเราหวังว่าพวกเราจะได้ผ่อนคลาย บรรยากาศประเทศ จะดีขึ้น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาของประเทศจะได้เดินหน้า ผมเปรียบให้เห็น เรื่องนี้ให้ชาวบ้านได้เข้าใจครับ ท่านประธานเคยนั่งเครื่องบินนะครับ เปรียบเครื่องบิน เป็นประเทศไทย ผู้โดยสารทั้งหมดเป็นคนไทย กัปตันคนขับเครื่องบินคือนายกรัฐมนตรี เครื่องบินลำนี้บินผ่านร้อน ผ่านหนาว ลำบากลำบนมา ๕ ปี พอมาเข้าปีที่ ๖ เลือกตั้งแล้ว เราก็คิดว่าเครื่องบินลำนี้น่าจะปลอดภัยแล้ว เรามีอยู่มีกินแล้ว ปรากฏว่าโชเฟอร์ (Chauffeur) ขับเครื่องบินฉวัดเฉวียน ผิดกฎจราจรตลอด ก็ทำให้เราไม่สบายใจ เราก็อยากถาม โชเฟอร์ (Chauffeur) ถามกัปตันว่า ทำไมขับแบบนี้ มันจงใจหรือว่ามันเป็นเรื่องสุดวิสัย แล้วมันจะแก้ไขได้อย่างไร เรานั่งบนเครื่องบินทุกครั้งถ้ามาเจอภาวะอย่างนี้ ถ้ากัปตัน เขาออกมาพูดว่า สวัสดีครับท่านผู้โดยสารที่เคารพทุกท่าน เรากำลังจะนำท่านไปด้วย ความปลอดภัย จะลงสู่ที่หมายด้วยความปลอดภัยแน่นอน เราโล่งไหมครับ ความอกสั่นขวัญแขวน บนเครื่องบินเราก็โล่ง แต่ถ้ากัปตันไม่พูดอะไรเลย ท่านเคยไหมครับ เราก็กดดันแล้วก็จะเป็นจะตาย ยิ่งกัปตันออกมาขู่ด้วยอาการมึน ๆ เมา ๆ ขู่ผู้โดยสารอีก จะเป็นอย่างไรครับ ผู้โดยสาร บนเครื่องบินครับ ถ้าเปรียบเครื่องบินไม่ชัด เอารถยนต์ชาวบ้านจะได้รู้ รถยนต์คันนี้คนไทย นั่งมาในรถ โชเฟอร์ (Chauffeur) เป็นนายกรัฐมนตรี ฝ่าไฟแดงมาแล้ว ๓-๔ ไฟแดง จะพาเราไปชนตายเมื่อไร ก็เลยอยากถามโชเฟอร์ (Chauffeur) เมาหรือเปล่า เมายาบ้า หรือเมาอำนาจ แล้วจะพาเราไป ถ้าโชเฟอร์ (Chauffeur) หันมาตอบว่าไม่เมาหรอกครับ ผมนั่นนิดเดียวเดี๋ยวก็สร่าง เดี๋ยวก็ไปได้แล้วครับ ให้สบายใจได้นะครับ แบบนี้เราเป็น ผู้โดยสารเราก็สบายใจ แต่ทีนี้โชเฟอร์ (Chauffeur) หันมาด่าผู้โดยสารอีก ไม่ให้ความมั่นใจ กับผู้โดยสาร แล้วเราก็เกิดอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน วันนี้ได้อภิปราย แล้วยกตัวอย่างถึงความกังวลว่า วันนี้สิ่งที่ท่านละเมิดรัฐธรรมนูญคือ พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ ถวายต่อใครครับ ต่อหน้าองค์ประมุขของประเทศท่านยังทำผิด พอฟังไปฟังมาแล้วนี่ เอ๊ะ จงใจหรือเจตนา ทุกคนมีความเห็นว่าจงใจ ทำไมบอกว่าจงใจครับ ก็อดีตท่านเขายกตัวอย่างประกอบวันนี้ คือเขาบอกว่าอดีตมันเป็นการชี้ปัจจุบัน ท่านยึดอำนาจมา หลายคนบอก ท่านใช้มาตรา ๔๔ เป็นเครื่องมือในการบริหารประเทศ คนเขาบอก บางคนบอกว่านี่เลื่อนกฎหมายเลือกตั้งมากี่ครั้ง ออกกฎหมายเลือกตั้งเราใช้ มาตรา ๔๔ เลื่อนได้ ขยายเขตเลือกตั้ง แก้เขตเลือกตั้งได้ เหมืองอัคราท่านก็ทำตามอก ตามใจท่านได้ จนมาถึงการสรรหา ส.ว. ท่านก็ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ส่งพระราชกำหนด เข้ามาในสภา ก็ไม่ได้ดูเลยว่ามันขัดรัฐธรรมนูญชัด ๆ ยังกล้าเสนอเข้ามา นี่คือตัวอย่าง ที่เพื่อนสมาชิกวันนี้ยกตัวอย่างว่าเมื่ออดีตท่านเป็นอย่างนี้ ปัจจุบันอุกอาจเช่นนี้ อนาคต หมายความว่า ท่านไม่ได้รับรองอนาคตเลย ไม่รับปากว่าจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มันก็คิดไปได้ทั้งนั้นละครับ ท่านจะยึดอำนาจ หรือไม่ เพื่อนสมาชิกเขาก็ถามใช่ไหมครับ หลายท่านกังวลว่าท่านจะยึดอำนาจ ยิ่งไปเห็น ท่าที ผบ.ทบ. ออกมาคำราม ที่ท่านแบลงก์ (Blank) ไว้ท่านไม่ได้พูด มันสัมพันธ์สอดคล้อง กับท่าทีของ ผบ.ทบ. หรือเปล่า เหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนกังวล ผมก็กังวล ยึดอำนาจคราวที่แล้ว ผมเคยถูกจับไปขังไว้ที่จังหวัดราชบุรี ๔ คืน ขึ้นรถตู้ทหารคุมไปที่จังหวัดร้อยเอ็ดอีก ๔ คืน มันจะเกิดอย่างนี้อีกไหม เราก็มีสิทธิคิด วันนี้จึงมาถามท่าน แล้วก็แนะนำท่าน ถ้าท่านเจตนา อย่างนั้นจริง ๆ กลับใจใหม่นะ หลายคนบอกแล้วถ้ากลับใจไม่ได้ให้ลาออก หลายคนบอกว่า การแถลงนโยบายที่ไม่บอกแหล่งที่มาของงบประมาณนี่มันชัดมาก ถ้าท่านกล้าทำผิดขนาดนี้แล้ว อนาคตท่านจะทำอะไรอีกบ้างที่จะต้องทำผิดกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือที่มา ของวันนี้ นี่คือที่มาของการต้องพูดกันตั้งแต่เช้ายันเย็น และรอคอยคำตอบ หลายท่าน ไม่ได้พูดเฉย ๆ พูดเสร็จถามท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ทุกคำถาม และทุกคนมีทางออก มีข้อเสนอแนะให้ทุกท่านแล้ว หวังว่าจะได้คำตอบ ถ้าคำตอบ เป็นที่น่าชื่นใจกลับบ้านนอนหลับ ประชาชนพลเมืองวันนี้ก็สบายใจ บรรยากาศของประเทศ การแก้ปัญหาของประเทศไปได้ แต่สิ่งที่เราได้รับ ท่านประธานที่เคารพครับ ๑. เราผิดหวัง อีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๔ เราเสียใจอีกเป็นครั้งที่เท่าไรนับไม่ถ้วน ผิดหวังอะไรครับ นอกจากท่านนายกรัฐมนตรีไม่ตอบ แล้วออกไปให้สัมภาษณ์ข้างนอกเมื่อสักครู่นี้เอง จะไม่ลาออก แล้วจะไม่ปรับ ครม. และที่ไม่ตอบวันนี้ถือเป็นสิทธิของผม ท่านท้าทาย หรือเปล่าครับ ท่านไม่เคารพสภาเลย ไม่สงสารหัวใจของพวกเราที่เป็นตัวแทนของประชาชน ที่มาถามแทนประชาชน แล้วท่านไม่มาไม่เป็นไรครับ ท่านตอบไปเมื่อสักครู่นี้ ท่านไม่ตอบ เรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่ท่านไปตอบเรื่องแถลงนโยบายโดยไม่แสดงแหล่งที่มาของงบประมาณ ก็ไม่ใช่ ท่านเบี่ยงออกไปพูดเรื่องเศรษฐกิจเข้ารกเข้าพงเข้าป่าเข้าดงไป ทำไมท่านไม่แสดง แหล่งที่มาของงบประมาณ ไม่ตอบเลย มีนิดเดียวที่ท่านเผลอพูดออกมาหรือเปล่า หรือละเมอออกมาหรือเปล่า บอกให้ไปดูกฎหมายอยู่ ๒ ฉบับ พ.ร.บ. ๒ ฉบับที่ว่าด้วย เรื่องงบประมาณ พ.ร.บ. ก็ พ.ร.บ. สิครับ มันจะมาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญได้อย่างไร ก็รัฐธรรมนูญมันบอกไว้ชัดว่าต้องแสดงแหล่งที่มาของงบประมาณ ท่านจะไปอ้าง พ.ร.บ. มาหักล้างรัฐธรรมนูญได้อย่างไร นั่นคือเรื่องการแถลงนโยบายโดยไม่บอกแหล่งที่มา ซึ่งผิดหวังจากตัวท่านนายกรัฐมนตรี พูดเสร็จท่านก็กลับ แล้วก็มาหวังต่อกับท่านวิษณุ เอาละท่านนายกรัฐมนตรีไม่ตอบไม่เป็นไร ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุก็คงตอบแทน เราก็รอความหวังจากท่านครับ ท่านครับ ทั้งผิดหวัง ทั้งเสียใจกับท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เคยชื่นชมว่าท่านเก่ง ผมเรียนตรง ๆ ที่ผมพูดอยู่ทุกวันนี้ท่านคือไอดอล (Idol) ผม สมัยท่าน จัดรายการสนทนาปัญหาบ้านเมือง ผมชอบมาก ผมชอบลีลาการพูดของท่าน ส่วนหนึ่ง อยู่กับผมคือลีลาท่าน ชอบความคิด ชอบอุดมการณ์ท่านมาก วันนี้ผิดหวังมากอีกครั้งหนึ่ง ผิดหวังอย่างไรครับ ท่านพูดเท็จ ผมไม่อยากพูดคำนี้กับคนที่ผมเคารพเลย ท่านบอกว่าการที่ นายกรัฐมนตรีล้วงกระเป๋าไปเอากระดาษออกมาทำในพิธีอ่านนั้น ถือเป็นวิธีปกติที่ทุกคน ทำมาตลอด นายกรัฐมนตรีทุกคนทำมาตลอด ท่านครับ ไม่จริง อาจารย์ปิยบุตรพูดแล้ว ดูคลิป (Clip) กันพรุ่งนี้ได้ นายกรัฐมนตรีทุกคน เอานายกรัฐมนตรีประยุทธ์นี่ละครั้งที่ผ่านมา ไม่เคยทำอย่างนี้หรอก แล้วท่านก็บอกว่า ไม่เคยมีอย่างอื่นปฏิบัติเช่นเดียวกัน มีหลักฐาน ที่ชัดกว่านั้น แต่ผมเสียใจ วันนี้ผมหยิบมาไม่ได้ แต่พรุ่งนี้ผมจะแถลงข่าวให้ฟัง ท่านรอง นายกรัฐมนตรีครับ เอกสารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอธิบายแล้วซักซ้อมลำดับพิธีการ ในการถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งนี้ละ เจ้าหน้าที่ที่นั่นเขาให้ผมมา ผมก็อ่าน วันนี้ตั้งใจจะเอามาพูด ในที่นี้ ว่าลำดับการถวายสัตย์ปฏิญาณของสำนักงานเลขาธิการ ครม. เขาลำดับความไว้อย่างไร แต่ผมจำได้ พรุ่งนี้เดี๋ยวผมจะแถลงข่าวให้ เขาพูดไว้เสร็จสรรพขั้นตอนอย่างนั้น อย่างนี้ และพูดไว้ดีมากว่ามีแฟ้มสีน้ำตาลหรือสีน้ำเงิน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ยื่นให้กับนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็จะอ่าน เขาลำดับวิธีการไว้ชัด ผมอ่านชัด ซึ่งมันคนละเรื่องกับที่ท่านพูด อย่างนี้ผมก็เข้าใจว่าท่านพูดไม่จริง แล้วพูดอย่างนี้ ต่อสภา ต่อคนทั้งประเทศ ผมก็ต้องติดใจกับท่านไว้ตรงนี้ต้องพิสูจน์กันว่า พิธีการจริง ๆ เขาทำอย่างนี้ได้ไหม เขาเปิดกีฬา อบต. เขายังมีแฟ้มนะครับ อบต. ยังมีแฟ้มนะทุกวันนี้ นี่ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าประมุขของประเทศ กระดาษแผ่นเดียวออกมาแล้วบอกว่า นี่คือประเพณีปฏิบัติ ชาวบ้านตาสีตาสาฟังแล้ววันนี้ไปถามเลยไม่เชื่อ แต่สิ่งซึ่งผมผิดหวัง มากกว่านั้นก็คือ ท่านก็ตอบไม่ตรงหรอก ท่านก็พยายามขี่ม้าเลียบค่าย ผมก็สงสารม้าอยู่ แต่เลียบไม่เป็นไรครับ ท่านพยายามจะอธิบายให้พวกเราเข้าใจว่า การปฏิญาณตน กับการถวายสัตย์ปฏิญาณมันเป็นคนละเรื่อง ก็เอาเป็นว่าเรื่องเข้าใจไม่ตรงกันกับท่านปิยบุตร ก็ว่าไป แต่ที่แน่นอนที่สุดประเด็นที่ท่านควรพูดคือ จะเป็นเรื่องอย่างไรก็ตาม คำถามคือ ทำไมไม่พูดตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ ถ้าพูดตามนั้นมันผิดไหม ถ้าไม่ผิด ทำไมไม่พูด ถ้าบอกว่าจะธำรงไว้และปฏิบัติซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ถ้านายกรัฐมนตรีพูดแบบนี้ มันผิดอะไร ถ้าไม่ผิดทำไมไม่พูด ถ้าไม่พูดแล้วคืออะไร จะเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ อันนั้นก็ยังแย้งได้ แต่ระหว่างรัฐบาลกับ พระมหากษัตริย์ก็แล้วแต่ แต่พูดคำนี้ไม่ได้หรือครับ เป็นเรื่องรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ แล้วพูดตามถ้อยคำรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๖๑ จะธำรงรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พูดไม่ได้หรือครับ ถ้าเรื่องรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ ผมย้ำครับ หรือมันผิดตรงไหนครับ ถ้าพูดคำนี้ และที่หนักกว่านั้นอีกก็ที่ผมนั่งฟังแล้วผมไม่สบายใจอย่างยิ่งก็คือ ท่านพยายาม จะทำให้เราเข้าใจว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณผิดถูกก็ช่าง กล่าวครบไม่ครบก็ช่าง ถ้ามี พระบรมราโชวาทแล้วถือว่าสมบูรณ์ ท่านพยายามอธิบายอย่างนั้น ให้เข้าใจอย่างนั้นนะครับ ผมว่าไม่ใช่ครับ ท่านเคยอยู่มหาวิทยาลัยมา ผมอยู่มหาวิทยาลัยมา ผมรับผิดชอบ จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรนักศึกษามาไม่น้อยกว่า ๕ ปีการศึกษาติดต่อกัน อะไร รู้ไหมครับ ท่านนึกออกไหมครับ นักศึกษาหรือบัณฑิต มหาบัณฑิตทุกคนที่เข้ารับปริญญาบัตร จากพระหัตถ์นี่ รับปั๊บ สุดท้ายองค์พระมหากษัตริย์ องค์ประมุข องค์พระราชทานปริญญาบัตร ท่านก็ให้พระบรมราโชวาททุกครั้ง ไม่อยู่ในวิสัยที่ท่านจะมาสอบถามว่าปริญญาบัตรนี้ ชอบ ไม่ชอบ ปริญญาบัตรนี้โกงมาหรือเปล่า เช่นเดียวกับไม่อยู่ในวิสัยที่ท่านจะบอกว่าถวายสัตย์ ปฏิญาณครบไหมนี่บอกสิ คำนั้นพูดไหม คำนั้นทำไมไม่พูด ท่อนนี้ทำไมนายกรัฐมนตรีไม่พูด อยู่ในวิสัยท่านหรือครับ พระองค์ท่านหรือครับ เป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเมตตาสูงส่ง ที่ผิดถูก แต่พระองค์ท่านก็พระราชทานพระบรมราโชวาทให้ทุกคน แล้วหลังจาก พระราชทานปริญญาบัตรเกิดอะไรขึ้นท่าน มีปริญญาบัตรปลอมเกือบทุกมหาวิทยาลัย เราต้องไปไล่ยึดปริญญาบัตรกลับมา กลับมา กลับมาหมด นั่นแสดงว่าแม้คุณเข้ารับ พระราชทานจากพระหัตถ์แล้วไม่ได้หมายความว่าปริญญาบัตรของคุณจะสมบูรณ์นะ ไปทำงานแล้วไล่ออกกันถมเถเลยครับ เป็นปริญญาบัตรที่รับจากพระหัตถ์ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นพระบรมราโชวาทเป็นพระราชวินิจฉัย ท่านอย่าไปเอาอันนั้นมาเป็นนัย ทางการเมือง วันนี้ผมเชื่อว่าพระบรมราโชวาททุกครั้งทุกคราไม่มีนัยทางการเมือง ใครจะสมบูรณ์ไม่สมบูรณ์อย่าไปตีความเป็นคุณเป็นโทษแก่ฝ่ายตนเองทั้งนั้น อย่า เพราะฉะนั้นที่สำคัญกว่านั้นอีกก็คือคำว่า เป็นเรื่องรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ สะเทือนใจครับ ผมว่าต้องต่ออีกคำหนึ่งครับ รัฐบาลถวายสัตย์ปฏิญาณกับพระมหากษัตริย์ แต่เป็นการ ถวายสัตย์ปฏิญาณให้คำมั่นสัญญาผ่านพระประมุขมายังประชาชนนะครับ ต้องยึดโยง มายังประชาชน ไม่ใช่เรื่องส่วนพระองค์ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวระหว่างรัฐบาลกับพระองค์ท่าน แต่เป็นการให้คำมั่นสัญญาผ่านองค์ประมุขมายังประชาชนว่าจะบริหารประเทศด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นถ้าไปหยุดตรงที่ว่ารัฐบาลกับ พระมหากษัตริย์ คำนี้ไม่น่าใช้ ได้ยินถึงไหนน้อยใจถึงนั่น พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่พึ่ง ของประชาชน เราจะได้รับความอบอุ่น รับคำมั่นจากรัฐบาลต่อใครที่เรามั่นใจที่สุด องค์ประมุข นายกรัฐมนตรีทำไมไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณกับประธานสภาผู้แทนราษฎรล่ะ เราไม่มั่นใจครับ เราจะมั่นใจและอบอุ่นใจที่สุดก็คือองค์พระบรมโพธิสมภารของเรา เพราะฉะนั้นคำนี้ ต้องคิดกันใหม่ แต่อะไรก็ตามครับ อะไรก็ตาม ท่านจะอธิบายอย่างไรก็ตาม ท่านต้องตอบ ท่านต้องบอกว่าทำไมไม่ใช้ถ้อยคำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถ้าไม่เช่นนั้นท่านกำลังจะสร้าง ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านวิษณุ ๒ ท่าน ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แล้วจากวันนี้เป็นต้นไป ใครจะถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่จำเป็นต้องดูแล้ว มาตรา ๑๖๑ วรรคสอง ตามแต่ที่สะดวก ขอแต่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ครบกระบวนการจบ สาระไม่ต้องโพรเซส (Process) โอเค (OK) คอนเทนต์ (Content) ไม่ต้อง อย่างนั้นหรือครับ ถ้าท่านยืนยันอย่างนั้น วันนี้ประวัติศาสตร์หน้าใหม่เกิดขึ้นแล้ว ถูกสร้างโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านวิษณุ เครืองาม ท่านครับ เท่านั้นยังไม่พอ วันนี้ที่เราเสียใจเป็นที่สุดคือท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าท่านยอมรับแบบลูกผู้ชายเสีย วันแถลงนโยบายไปแก้ไขเสีย คนอื่นเขาก็แก้ โอบามาก็แก้ ใครก็แก้ทั้งนั้นละ ถวายสัตย์ ปฏิญาณใหม่หรืออย่างไรก็ตาม ขอโทษประชาชน ขอโทษสภานิดเดียว ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรครับ วันนั้นผมไม่ได้ตอบท่าน จบ เรื่องจะไม่มาขนาดนี้ นอกจากท่าน ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไม่พอ วันนี้ท่านยังฝากเรื่องใหญ่ไว้เป็นแผลใจ ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ คำที่อธิบายมาทั้งหมดนี่ แม้ท่านจะวนอย่างไรก็ตาม บิดอย่างไรก็ตาม คนข้าง ๆ ผมหลายคนกระซิบว่า ดึงฟ้าต่ำ มาปกป้องตัวเอง แล้วต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้นครับ จากวันนี้เป็นต้นไป

๑. ท่านสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และประวัติศาสตร์อันนั้นจะลงมาถึงว่า ท่านได้ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรมสิ้นเชิง นิติรัฐ นิติธรรมอันนั้นก็คือ อันแรกที่สุดก็คือ ต่อไปนี้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ วรรคสอง ทิ้งได้เลย ตัดออก ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว (๒) ใช่ไหมครับ แล้วเรื่องระบบนิติรัฐ นิติธรรมต่อไปนี้ อย่ามาพึ่งมาหวัง ประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ นายกรัฐมนตรีละเมิดกฎหมายขนาดนี้ทำได้ แล้วกฎหมายเล็ก กฎหมายน้อยต่อไปนี่ ตัวใครตัวมัน

อันที่ ๒ ที่ท่านได้ทำแล้วก็สร้างขึ้นวันนี้ก็คือ ท่านได้ทำลายความเชื่อถือ ของประเทศ ทำลายความเชื่อมั่น ท่านครับ ผมเคยพูดมาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าประเทศใด ไม่มีระบบนิติธรรม อยู่กันแบบไม่มีขื่อไม่มีแป ต่างชาติเขาไม่คบด้วยหรอกครับ เครื่องบินลำนี้ ถ้ากัปตันเป็นคนขี้เมา จะเมายาบ้าหรือเมาอำนาจก็แล้วแต่ ไม่ปฏิบัติตามกฎการจราจรของ กรมท่าอากาศยานแล้วนี่ ต่างชาติใครเขาจะขึ้นเครื่องบินกับเราครับ ไม่มีหรอก

ประการต่อมาที่เกิดขึ้นแน่นอนต่อไปนี้ ก็คือกระทบกับความปรองดอง ในประเทศ เกี่ยวกันอย่างไรรู้ไหมครับ สุทินกำลังออกไปไกลหรือเปล่าท่านฟังนะครับ ถ้าความเหลื่อมล้ำมีอยู่ในสังคมใดความไม่พอใจมีที่สังคมนั้น ความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจ ผมพูดไปแล้วเมื่ออภิปรายคราวก่อน อันนี้คือความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทางการเมือง คืออย่างไรครับ คำพูดที่ทุกคนพูดในประเทศวันนี้ก็คือฝากถามนายกรัฐมนตรีสิ การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ อย่างนี้ แถลงนโยบายโดยไม่แสดงแหล่งที่มาอย่างนี้ ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีคนอื่นท่านยอมได้ไหม ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีชื่อทักษิณ ชื่อยิ่งลักษณ์ หรือชื่อสุทิน แหลกเป็นจุณแล้วครับ แต่นี่เป็น นายกรัฐมนตรีชื่อประยุทธ์ รองนายกรัฐมนตรีชื่อวิษณุ จึงอยู่ได้สบายมาก คำ ๆ นี้คืออะไรครับ เขาทำอะไรไม่ผิด ชาวบ้านพูด แต่พวกเราทำผิดหมด นี่มันคือแผลใจ นี่คือเงื่อนไขของ การแตกความสามัคคี ความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด ความสามัคคีไม่เกิด ความปรองดองไม่มาหรอก การที่ท่านคิดว่าท่านอยู่เหนือกฎหมายแล้วไม่มีใครทำอะไรท่านได้ ใช่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่นี้ปลดไม่ได้หรอก เหมือนกับบอกว่าอะไรก็ทำไม่ได้ ก็จะอยู่ต่อไป ลาออกไม่ได้หรอก แถมท่านกับท่านวันมูหะมัดนอร์ผมรู้ว่าท่านท้าทาย กันว่าอย่างไรใช่ครับ วันนี้คนไทยเขาอาจจะทำอะไรท่านไม่ได้ เถียงสู้ท่านไม่ได้ แต่เขา ไม่ยอมรับท่าน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าสังคมนี้ ประเทศนี้ลักลั่นกันทางข้อกฎหมาย รัฐบาลนี้ ทำอย่างนี้ได้โดยไม่ผิด อีกรัฐบาลหนึ่งทำอะไรผิดทุกอย่าง แผลนี้มันตอกย้ำอยู่ตลอด ๆ ท่านทำผิดซ้ำ ผิดซ้ำตลอด ยึดอำนาจมาบอกว่าจะสร้างความปรองดอง วันนี้ท่านกำลังสร้าง ความเหลื่อมล้ำทางข้อกฎหมายและยิ่งใหญ่ด้วย ทำผิดขนาดนี้อยู่ได้ลอยชาย ออกไปท้าทาย ข้างนอก ความสามัคคี ความปรองดองเกิดไหมครับ ผมว่าไม่ใช่ นี่ยิ่งจะไปกันใหญ่

และประการที่สำคัญที่สุด สิ่งที่จะเกิดแล้วและจะเกิดต่อไปข้างหน้า สถาบัน ซึ่งเราเคารพ พิธีกรรมซึ่งเคยศักดิ์สิทธิ์ ต่อไปนี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์นะครับ ไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อไปนี้ใครจะพูดอย่างไรก็พูดไป ต่อหน้าพระพักตร์อยากพูดอะไร ก็พูดไป อย่างนั้นหรือเปล่าครับ ถ้าอย่างนั้นพิธีกรรมนี้หมดความศักดิ์สิทธิ์ แล้วอะไรหมด ความศักดิ์สิทธิ์ครับ มันไปจนถึงคนที่เคารพเทิดทูน ถูกลดทอนพระเกียรติยศไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าในหมู่บ้านเขามีศาลพระภูมิ มีพระภูมิเจ้าที่ ที่เขาเป็นที่ยึดเหนี่ยวของหมู่บ้าน สิ่งซึ่งผู้นำหมู่บ้านจะต้องนำลูกหลาน ทายาทเขาทำคือ ต้องกราบไหว้ศาลพระภูมิ พระภูมิเจ้าที่ตลอดในเทศกาลสำคัญ ถ้าเขา ไหว้ตลอด สวดมนต์ตลอด เทิดทูนตลอด ลูกหลานเกิดมาเขาก็ยกยอให้สูงขึ้น สูงส่งขึ้น เขาก็ใช้ ศาลพระภูมินั้นละเป็นต้นโพธิสมภารได้พึ่งพิง แต่ถ้าหมู่บ้านใดผู้นำพาลูกหลานไม่กราบไหว้ ศาลพระภูมิ เดินผ่านเฉย หรือไปกราบไหว้แป๊บหนึ่ง อยากสวดมนต์ก็สวด ไม่อยากสวด ก็ไม่สวด ในที่สุดพระภูมิเจ้าที่ ศาลพระภูมิซึ่งเคยศักดิ์สิทธิ์ลดลง ลดลง ลดลง ในที่สุด หมูหมากาไก่มันเยี่ยวใส่ คนเป็นนายกรัฐมนตรีคิดไหม นอกเหนือจากท่านมาบริหารประเทศ แก้ปัญหาปากท้องชาวบ้าน สิ่งหนึ่งต้องทำก็คือ ท่านต้องทำให้ประเทศมีขื่อมีแป ระบบกฎหมาย ระบบนิติธรรมต้องสูงส่งให้มันเข้าที่เข้าทาง ให้มันศักดิ์สิทธิ์ ให้เป็นระบบ คนในประเทศจะได้อยู่ ท่านละเลยข้อนี้และที่สำคัญที่สุด ทำไมท่านไม่ยกยอพระเกียรติยศ ถ้ารู้ว่าถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบแล้ว ก็เหมือนกับลูกหลานที่อาจจะมองว่าศาลพระภูมิ ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ท่านก็ทำเสียสิ เวลาที่เราเตือนท่าน ท่านก็ไปทำอะไรที่ให้ศักดิ์สิทธิ์คืน ทำได้ ไม่ทำ ก็ไม่ทำหมายความว่าอย่างไรครับ ก็หมายความว่านอกจากไม่พยายามที่จะทำให้ ศาลพระภูมิศักดิ์สิทธิ์ ให้ลูกหลานกราบไหว้มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นแล้วนี่ อยู่เฉย ๆ ก็เท่ากับ ลดทอนลง พวกผมไม่ได้เรียนโรงเรียนทหารเหมือนท่านนายกรัฐมนตรี ไม่เคยดื่มน้ำ พิพัฒน์สัตยา ไม่ได้เหรียญรามาธิบดี จึงไม่มีต้นทุนพอที่จะไปชี้หน้าด่าใครว่า ไม่จงรักภักดี จงรักภักดีคนนั้น คนนั้นจงรัก คนนี้จงรัก พวกผมไม่มีต้นทุนอย่างนั้น มีแต่มือชาวบ้านให้มา ๕๐,๐๐๐ เสียง บอกเขาก็จะเชื่อหรือไม่ก็ไม่รู้ วันดีคืนดีก็ชี้มาไม่จงรักภักดี แต่คนที่ดื่มน้ำ พิพัฒน์สัตยา ได้เหรียญรามาธิบดี ทำไมไม่ได้แสดงออก เรื่องแค่นี้ทำไมแสดงออกไม่ได้ เพราะฉะนั้นทางออกหลายท่านเสนอมาแล้วเรื่องนี้ เสนออย่างไรครับ เขาเสนอดีมาก น่าสงสารด้วย ที่สงสารเพราะว่าดูท่าทีนายกรัฐมนตรีที่ออกไปแถลงข้างนอกวันนี้ไม่แยแส เขาบอกว่าท่านควรจะถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ ควรจะปรับตัว ปรับใจ ปรับชีวิต ปรับฐานจิต ปรับวิธีคิดให้เข้ากับระบอบประชาธิปไตย เขาก็เสนอแบบดีงาม ก็เหมือนไม่ฟัง เพราะฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ท่านจะต้องทำต่อไปนี้ อันดับแรก ท่านฟื้นฟูความเชื่อมั่นของคนในประเทศก่อน ท่านจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านได้มั่นใจว่าโชเฟอร์ (Chauffeur) คนนี้จะพาเขาไปไม่ชนตึกตาย ไม่ไส้กิ่ว งบประมาณไม่แถลง ก็เพราะปิดบังข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจ ทำอย่างไรคนในรถ เขาจะบอกว่าไปกับโชเฟอร์ (Chauffeur) คนนี้แล้วไส้ไม่แห้ง ทำอย่างไรไปไม่ชนตาย ท่านทำได้ ท่านจะออกเสีย ปรับ ครม. ใหม่ ถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ก็ทำได้ แต่สิ่งซึ่งสำคัญ ท่านทำกับประชาชนท่านต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่น ว่ารัฐบาลนี้ชอบธรรมด้วยกฎหมาย เป็นรัฐบาลที่สมบูรณ์ และให้ประชาชนอุ่นใจว่าท่านจะไม่ละเมิดกฎหมายหรอก ทำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านต้องทำควบคู่ไปด้วยก็คือ ท่านต้องยกยอเทิดทูนทำนุบำรุงให้สิ่งซึ่งพวกเรา เคารพได้สูงส่งยิ่งขึ้น ทำอย่างไรครับ พันท้ายนรสิงห์เขาทำอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีนี่รู้ดี ท่านเป็นทหารต้องรู้จักพันท้ายนรสิงห์ พลีชีพเพื่อรักษาเทิดทูนสถาบัน ทำไมบอกว่า คนดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยาตายแทนราชบัลลังก์ได้ ผมชื่นชมคนหนึ่งผมฝากด้วย นอกจาก พันท้ายนรสิงห์แล้ว ผมชื่นชมคนหนึ่งนักต่อสู้ หลายคนอาจจะลืมแล้ว พันตำรวจตรี อนันต์ เสนาขันธ์ เป็นนักต่อสู้ที่เด็ดเดี่ยวมากในยุคผมเป็นเด็กวัยรุ่น เขาทำอย่างไรรู้ไหมครับ พันตำรวจตรี อนันต์ เสนาขันธ์ เขาบอกว่า ถ้าผมตายด้วยฝีมือเผด็จการช่วยเอากระดูก ของผมป่นดี ๆ แล้วเอาไปฝังใต้ต้นลานโพธิ์ธรรมศาสตร์ ทำไมเขาเจาะจงต้องเอากระดูกเขา ไปที่ลานโพธิ์ เพราะเขาศรัทธาในธรรมศาสตร์มาก ว่าธรรมศาสตร์นี้คือแหล่งผลิตคนออกมา เป็นนักประชาธิปไตย สัญลักษณ์ของธรรมศาสตร์ก็คือลานโพธิ์ เขายอมเอาชีวิตของเขา กระดูกของเขาไปบำรุงลานโพธิ์ให้สูงส่ง ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะสละตัวเองแค่ลาออกเพื่อไป บำรุงต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อบำรุงพระบรมโพธิสมภารให้สูงส่ง ให้พวกเราได้ยึดเหนี่ยว เป็นที่ปกปักษ์พวกเราต่อไปทำไมท่านจะทำไม่ได้ครับ ลาออกแล้วก็จะเป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่า ศาลพระภูมินี่เฮี้ยนนะ ศักดิ์สิทธิ์นะ ฉันเองยังต้องลาออกนะ แล้วจะกลับมาใหม่มันยากอะไร ครับ มือของท่านก็เต็มอยู่แล้ว ส.ว. ๒๕๐ คน ท่านจะทำอะไรก็ยกให้ท่านหมดอยู่แล้ว ทำอย่างนั้นเพื่อยกยอแล้วกลับมาอีกรอบ พวกผมก็ยินดีเป็นฝ่ายค้านต่อไม่มีอะไร แต่ถ้าท่าน ไม่ทำอย่างนี้ ต่อไปนี้คนไทยจะคิดอย่างไร เอาละ ไม่มีใครทำอะไรท่านได้ท่านว่า ท่านก็จะอยู่ ไปอย่างนี้ ใช่ครับ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งมาอย่างนั้น พวกผมก็จำใจไม่พึ่งแล้ว ไม่เป็นไร ท่านวันมูหะมัดนอร์ท่านจะยื่นอีกต่อไปก็เป็นความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกผม ก็จะหวังกันไป แต่สิ่งหนึ่งซึ่งพวกเราคาดหวังและท่านจงตระหนัก เลือกตั้งคราวหน้า เก่งอย่างไรผมเชื่อว่าท่านอยู่ไม่เกิน ๔ ปี ถ้ามีเลือกตั้งเมื่อไรพวกผมไม่รอศาลรัฐธรรมนูญ หรอกครับ ไม่รอองค์กรอื่นใดหรอกครับ ประชาชนนั่นคือที่หวังของพวกเรา พฤติกรรม ของท่านวันนี้ ความอหังการของท่านนายกรัฐมนตรี เจอกันตอนเลือกตั้ง วันนี้พวกเรา ได้ทำหน้าที่สมบูรณ์ แม้จะถูกลดทอนโอกาสเป็นลำดับ ๆ จากหกทุ่มก็มาเหลือหกโมงเย็น ผมกราบขอโทษที่ต้องเกินเวลาไป ๑๒ นาที ท่านประธานครับ หวังว่าจะได้รับความเข้าใจกัน ในการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเราฝ่ายค้านวันนี้ครับ ขอบคุณครับ