อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้แจงความจำเป็นและกรอบการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก (EEC) โดยย้ำว่าการจัดทำผังเมืองดำเนินตามหลักวิชาการ มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชน และไม่กระทบพื้นที่อนุรักษ์ ขณะที่พื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยถูกใช้ไปพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขออนุญาตเรียนตอบข้อซักถาม กระทู้ดังนี้ ก่อนที่จะไปเรื่องของการดำเนินการเป็นอย่างไร ผมก็อยากเรียนให้ทราบถึงโอกาส ของเราในการทำพื้นที่เศรษฐกิจทางภาคตะวันออก โดยภาพรวมก็คือว่าโครงสร้างเศรษฐกิจ ของประเทศเรานั้น ทุกท่านทราบดีว่าอยู่ในเรื่องของการเกษตร ประชาชนเกือบครึ่งประเทศ เราทำเรื่องของการเกษตรอยู่ อย่างไรก็ตามผลิตผลการเกษตรของเราทุกตัวจะมีปัญหา เรื่องการตลาดทั้งสิ้น สิ่งสำคัญก็คือว่าเราได้มูลค่าเพิ่ม คือประชาชนที่ทำเกษตรสามารถ ทำเงินได้น้อยมาก เรายังมีศักยภาพอื่น ๆ อีกที่เราคิดว่าเราน่าจะใช้โอกาส หรือว่าหาโอกาส ที่เราจะต้องพัฒนา ก็คือประชาชนส่วนหนึ่งของเราน่าจะมีความสามารถในเรื่องการผลิต มีความสามารถในเรื่องอินโนเวชัน (Innovation) หรือนวัตกรรม ขออนุญาตใช้ศัพท์ อินเทรนด์ (Intrend) มันมีเรื่องนวัตกรรมการค้นคว้าวิจัย ซึ่งในบางส่วนก็จะเป็นเรื่อง เกี่ยวกับการเกษตร เช่นเกษตรอุตสาหกรรม ในบางเรื่องอาจจะเกี่ยวกับการอุตสาหกรรมอื่น ๆ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสของประเทศเราที่จะสร้างเศรษฐกิจได้บ้าง ในส่วนนี้เป็นที่มาในการที่จะมี โครงการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก หรือที่เราเรียกกันว่า อีอีซี (EEC) การดำเนินการดังกล่าวนั้น ก็ไปใช้พื้นที่ที่เรามีศักยภาพอยู่เดิม คือการที่เราเรียก อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) เดิม เป็นที่ที่พิจารณาและมีความพร้อมในการที่จะไปทำ ในตอนท้ายผมจะเรียนว่า แล้วผลกระทบที่ไปเกี่ยวข้องกับเกษตรเป็นอย่างไร ในการดำเนินการนั้น คำถามเรื่องของ การทำผังเมืองนั้น ก็เรียนว่าเป็นไปด้วยความโปร่งใส เจ้าหน้าที่ทุกคนนั้นไม่ได้มีส่วน เกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์ ทำไปตามหลักการ โดยการดำเนินการนั้น เราทำผังไปในขณะนี้ ที่ท่านเรียกว่า ผังการใช้ประโยชน์พื้นที่ ได้พิจารณาถึงข้อมูลในภาพรวมทั้งสิ้นของพื้นที่ ที่หน่วยงานต่าง ๆ จะไปดำเนินการวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ทั้งสิ้นว่าจะเป็นอย่างไร การขยายตัวของเมืองหรือพื้นที่ชุมชนเมืองของพี่น้องประชาชนทั้งปัจจุบันและอนาคต ทั้งหมดนั้นเอามาเป็นข้อมูลในการดำเนินการทั้งสิ้น โดยใช้หลักวิชาการผังเมือง และที่สำคัญ อย่างยิ่งก็คือการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ในการดำเนินการนั้น ถ้าดูในภาพรวมแล้ว การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมนั้นในเรื่องพื้นที่ป่า พื้นที่ลุ่มน้ำชายทะเล แม่น้ำลำคลองสำคัญ รวมทั้งพื้นที่ชุ่มน้ำไม่ได้รับผลกระทบจากการนำพื้นที่ไปใช้ในการพัฒนา เช่น อุตสาหกรรม พื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมในเขตชลประทานทั้งสิ้น อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น ไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้ หมายถึงว่าเราไม่ได้เอาพื้นที่ที่มีศักยภาพที่จะทำด้านการเกษตรให้พี่น้องประชาชน เรายังคง ประกอบอาชีพอยู่ เราไม่ได้ไปทำ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเรียนในรายละเอียดนะครับ สรุปว่า การดำเนินการนั้นได้ใช้หลักวิชาการดำเนินการ แล้วรับฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชน ตามหลักการทำผังเมือง ทำให้การพัฒนาเมืองและชุมชน และด้านของเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว มีการดำเนินการอย่างสอดคล้องกับพื้นที่ รวมทั้งโครงสร้าง พื้นฐานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ให้มีการอนุรักษ์พื้นที่ด้วย กระผมขออนุญาตเรียนถึง จำนวนสิ่งที่น่าสนใจของเรื่องการไปพัฒนาพื้นที่โดยเรื่องของผังเมือง เรื่องแรก พื้นที่ทั้งหมด ที่ดำเนินการนั้นไม่ได้ไปใช้พื้นที่อนุรักษ์ เช่นป่า ไม่ได้ใช้นะครับ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก็จะเป็นในส่วนของเกษตร แต่พื้นที่ดังกล่าวนั้นก็อยากจะเรียนว่าถ้าเราแยกทั้งหมด พื้นที่ เกษตรได้รับผลกระทบประมาณ ๘.๒๙ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เกษตรทั้งหมดในพื้นที่ ในพื้นที่ ๘.๒๙ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นพื้นที่เมืองที่มีอยู่เดิมและเป็นพื้นที่เมืองที่จะขยายในอนาคต ประมาณ ๓.๓๗ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบ พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ๒.๙๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งหมดประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ คงเป็นพื้นที่ประมาณ ๑.๙๙ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบ กระผมอยากจะ เรียนภาพให้สภาผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่า ที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่าโครงสร้างเศรษฐกิจเรานั้น เราน่าจะได้ให้โอกาสกับพี่น้องประชาชนคนไทยที่ยังมีศักยภาพที่จะไปพัฒนาในส่วนนี้ ถ้าผมเรียนให้ฟังโดยง่าย ๆ ที่สุดก็คือว่าราษฎรไทยที่เกิดในอนาคตส่วนหนึ่งก็ยังคงทำเกษตร ซึ่งเราจะต้องไปพัฒนาเขา แต่อีกส่วนหนึ่งเราก็น่าจะให้เข้าไปอยู่ในการพัฒนา ด้านอุตสาหกรรม ถ้าเขามีความสามารถ เราจึงขอโอกาสนี้ เราใช้พื้นที่การเกษตร ที่ไม่เหมาะสมที่จะใช้ประมาณ ๑.๙๙ เปอร์เซ็นต์นั้นเอาไปพัฒนาในเรื่องของ ด้านอุตสาหกรรมนะครับ ในการดำเนินงานนั้นเป็นไปตามที่กระผมได้เรียนให้ทราบแล้ว ก็คือว่าเราทำตามหลักกฎหมายทุกอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามผังเมืองที่เราออกมานั้น เป็นแผนผังการใช้ประโยชน์พื้นที่ ในการดำเนินการขั้นต่อไปนั้นจะต้องไปทำผังเมืองรวม โดยตามกฎหมายผังเมืองอีกครั้งหนึ่งโดยเร็วที่สุดนะครับ นั่นคือเรื่องที่จะต้องดำเนินการ ต่อไป กระผมอยากขอขอบคุณท่านผู้ถามกรุณาได้เกริ่นว่า ก็ไม่ได้ขัดขวางแต่ขอทราบเหตุผล กระผมก็คงจะเรียนว่าการดำเนินการนั้นเป็นการออกผังการใช้ประโยชน์พื้นที่ โดยคำนึงถึง หลักผังเมือง โดยดูในภาพรวมทั้งสิ้นทั้งหมดแล้วเราไม่ได้ไปกระทบกระเทือนในเรื่องของ สิ่งแวดล้อม พื้นที่แวดล้อม ไม่กระเทือนและเพิ่มขึ้น เช่น บริเวณริมแม่น้ำลำคลองใหญ่ ๆ เรากันพื้นที่ไม่ให้เข้าไปนะครับ ในพื้นที่ป่าเรากันพื้นที่ไม่ให้เข้าไปใกล้ ๑ กิโลเมตร การพัฒนา อีอีซี (EEC) ไม่ให้ใช้พื้นที่นี้นะครับ มีส่วนกระทบคือพื้นที่เกษตรซึ่งพอจะอธิบาย ให้เห็นชัด เช่น พื้นที่ปลูกมันบ้าง อะไรบ้างนะครับ ซึ่งในพื้นที่ส่วนนี้น่าจะมีศักยภาพที่ไป พัฒนาในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องอุตสาหกรรม หรืออินโนเวชัน (innovation) ได้นะครับ ขอโอกาสใช้พื้นที่ประมาณ ๑.๙๙ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เกษตรนั้นเอาไปสร้างอนาคตของ ประเทศชาติตามหลักกฎหมาย แล้วผังทั้งหมดจะต้องไปออกผังใหม่โดยเร็วที่สุด เป็นผังเมือง รวมนะครับจะต้องไปดำเนินการตามกฎหมายผังเมืองอีกครั้งหนึ่ง ขออนุญาตเรียนตอบ ข้อชี้แจง