สมเกียรติ ศรลัมพ์ วิพากษ์การรายงานของ ป.ป.ส. ที่ขาดสาระและไม่ทันสถานการณ์ พร้อมเรียกร้องให้ทำหน้าที่เป็นผู้นำการบูรณาการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเน้นการมีแผนยุทธศาสตร์ ข้อมูลเชิงพื้นที่ ความร่วมมือทุกภาคส่วน และมาตรการที่เป็นธรรม แทนการจับกุมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามรูทีน
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ที่ผ่านมาท่านสมาชิกไม่ว่าท่านวีระกร แล้วก็ท่านขจิตร ผมคิดว่าหลาย ๆ คนได้พูดปัญหาเกือบครบถ้วน แล้วผมอยากให้ ป.ป.ส. ครั้งนี้น่าจะเป็น ครั้งสุดท้ายที่ท่านส่งเอกสารแบบนี้ให้สภา การส่งเอกสารแบบนี้ที่ไม่ได้มีสาระอะไรเลย จะทำให้รู้สึกว่า ป.ป.ส. ทำงานแบบสักแต่ว่าเอาละเดี๋ยวถึงเวลาเป็นงานรูทีน (Routine) จริง ๆ แล้วผมเคย เขาเรียกไม่รับทราบ ท่านต้องทำใหม่ แล้วอยากฝากเรียนท่านว่าเอกสาร ผมมองว่าทำอย่างไรที่จะให้ ป.ป.ส. เป็นเร็กกูเลเตอร์ (Regulator) เป็นหน่วยงานที่เป็น พี่เลี้ยงทุกหน่วยงาน รายงานของ ป.ป.ส. มิใช่เป็นรายงานของตัวเอง เป็นรายงานของตำรวจ เป็นรายงานของทหาร เป็นรายงานทหารเขาฝึกเยาวชนที่ติดยาเสพติด เป็นรายงานของ ชุมชน อบต. ทุกจุดนะครับที่ทำงานบูรณาการร่วมในการแก้ไขยาเสพติด ท่านต้องเป็นพี่เลี้ยง ใครปราบ ใครรักษา แล้วก็คุกจับกุมอย่างไร คือถ้าเราทำทุกกระบวนการทุกขั้นตอน ยาเสพติดอย่างที่ท่านขจิตรได้พูดไว้แล้วว่ามิใช่ว่าจะต้องทำโดย ป.ป.ส. ท่านทำไม่สำเร็จหรอกครับ แต่ต้องทำโดยรัฐบาล ทำโดยทุกองคาพยพของข้าราชการ แล้วสิ่งที่สำคัญจุดชนะแพ้มันอยู่ที่ชุมชนครับ ผมจะถาม ป.ป.ส. อยู่ประมาณ ๓-๔ ข้อนะครับ อยากจะทราบว่าความรุนแรงสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน มีแต่คนพูดแต่ผมยังไม่เชื่อ ผมอยาก ฟังคำพูดจาก ป.ป.ส. ว่าสถานการณ์รุนแรงของยาเสพติดปัจจุบันที่เขาบอกว่าเพิ่มเป็น จำนวนมหาศาลเป็น ๑,๐๐๐ ล้านเม็ด จริงหรือไม่ แล้ว ๒. จุดยุทธศาสตร์ที่จะต้อง ดำเนินการเป็นอย่างไร ไม่ใช่รายงานอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นแล้วจุดยุทธศาสตร์ที่ท่านได้ วางไว้เป็นอย่างไร ประการที่ ๓ ชุมชนหมู่บ้านในประเทศไทยเรามีไหมที่ประกาศว่า เป็นเขตปลอด เขาเรียกเอาชนะชิงชัยที่หมู่บ้านปลอดยาเสพติด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดไหนปลอด หมู่บ้านไหนปลอด อำเภอไหนปลอด ท่านต้องกล้าประกาศ ไม่ใช่มีคนมา บอกว่าประเทศไทยทุกตารางเมตรมียาเสพติด ประเทศนี้จะเป็นประเทศได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ป.ป.ส. จะต้องมีแมป (Map) ขึ้นเลยอันไหนสีแดง สีเหลือง สีเขียว ให้เราในปีหน้า แล้วสิ่งที่สำคัญคือผลการประเมินของยาเสพติด ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ท่านดำเนินการอย่างไร ต้นน้ำผลิตที่ต่างประเทศ มีการเจรจากับเมืองยอนไหม มีการเจรจา กับประเทศพม่าหรือไม่ มีการกระทำอย่างไรบ้างต้นน้ำ กลางน้ำคือการขนยาเสพติดผ่านมา ทางไหนบ้าง และจุดพักยาเสพติดมีที่ไหนบ้าง ผมได้สอบถามแล้วครับ ข้อมูลท่านมีหมด ท่านได้เปิดข้อมูลนี้ให้กับบุคคลสำคัญของประเทศได้ทราบหรือไม่ สถานการณ์ยาเสพติดนี้ เป็นอย่างไร แล้วก็ปลายน้ำ จุดปลายน้ำก็คือจุดจำหน่าย แล้วก็จุดส่งยาที่กระทำกันตามผับ ตามทั้งหลายแหล่นี่นะครับ ผมอยากเรียนว่าไม่มียาเสพติดใดที่เกิดขึ้นแล้วตำรวจ แล้วปกครองหรือกำนันผู้ใหญ่บ้านไม่รู้นะครับ เด็กอายุ ๑๕-๑๖ ปียังรู้เลยว่าไปซื้อที่ไหน แล้วเราเป็นข้าราชการ เป็นนายอำเภอ เป็นผู้กำกับ เป็นผู้การไม่รู้ได้อย่างไร ทุกอย่างแก้ได้ แต่ว่าท่านอย่าไปรับแก้ด้วยตนเอง ท่านต้องเป็นหน่วยงานเร็กกูเลเตอร์ (Regulator) ในการจัดการอำนวยการให้ทุกองคาพยพขับเคลื่อน แล้วมีตัวชี้วัดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ให้ชัดเจนว่าจุดไหน มีมอนิเตอร์ (Monitor) เลยนะครับ แต่ละสัปดาห์ว่าเกิดอะไรขึ้น และดำเนินการอย่างไร ถ้าท่านทำได้อย่างนั้นยาเสพติดจะมีการรายงานทุกสัปดาห์ แต่ไม่ใช่ ๒ ปีครั้งแบบกรณีนี้ ถ้าท่านทำอย่างนี้เสียดายประเทศชาติเรา เด็กเยาวชนจะเป็นอนาคต ของประเทศ ถ้าพวกเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่ไม่ตระหนัก แล้วใครที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ตระหนัก เหมือนกับทำงานข้าราชการประจำเป็นงานรูทีน (Routine) อย่างนี้มันจะ เอาชนะยาเสพติดไม่ได้ ผมขอกราบเรียนเป็นจุดสุดท้ายก็คือว่า สิ่งที่สำคัญนะครับ ผมไม่อยากจะพูด ตำรวจ อัยการ ศาล คุก เป็นกระบวนการทั้งหลายแหล่ต้องเอกซเรย์ว่า มันมีมาตรการอย่างไรบ้างที่จะทำให้เยียวยา ที่จะทำให้การจัดการเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด มันสมบูรณ์ มันไม่จำเป็นที่ต้องเอาทุกคนเข้าคุก อย่างที่ได้รายงานแล้วมีตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านคิดดู คนที่ติดยาเสพติดคือผู้ป่วย คนที่ขายยาเสพติดคือคนจน เขาไม่ได้เป็นคนเลวร้าย แต่มันจน บ้านเมืองเราคนรวยที่สุดในประเทศแค่ ๒๐ ครอบครัวมีเงิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศ แล้วคนจน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มันไม่มีเงินเลยนะครับ ท่านจะให้เขาทำอย่างไร คนที่โกงชาติบ้านเมือง ที่โกงทั้งหลายแหล่เหล่านี้เราไม่เคยทำ แต่เราไปจับคนจน เพราะฉะนั้น แม้จับมาเกี่ยวกับยาเสพติดต้องเอาไปบำบัด ต้องมีมาตรการ ถ้าไม่มีมาตรการท่านจับคน เข้าคุกอย่างนี้มันเป็นปัญหา พอเป็นปัญหาแล้วมันก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขยาเสพติดได้ ผมอยากฝากเป็นอันสุดท้ายครับ สมัยก่อนเราใช้ทหารฝึกให้คนมีวินัย มีความอดทน แล้วใช้กิจการศาสนาให้คนเรานั่งสมาธิ ให้คนเรารู้จักความสุขภายใน คนที่สูบยาเสพติดก็คือว่าต้องการการบำบัดต้องการความสุข เพราะฉะนั้นฝากเป็นประการสุดท้ายก่อนจะหมดเวลาว่า ให้ท่านไปดูสถิติว่าสมัยก่อนเป็นยาม้า มีเท่าไร พอท่านเปลี่ยนเป็นยาบ้ามันเพิ่มขึ้นนะครับ สมัยก่อนพวกเรายังกินยาม้าอ่านหนังสือ ตอนเรียน มศ. ๕ อ่อนหน่อยก็กินป๊อปปิ้น เพราะฉะนั้นแล้วอันนี้กรรมกรเขากินอยู่ในการ ทำงานไม่ใช่คนเลว พอท่านเปลี่ยนอันนี้มาเป็นยาเสพติดปุ๊บมันทำไม่ได้เลย เขาก็ถูกจับติดคุก หมดเลย อันนี้ละครับขอกลับไปดูสักนิดหนึ่งเพื่อถอนหายใจว่าเรากลับไปตั้งที่เดิมสิสมัยก่อน เป็นอย่างไร แล้วอนาคตเราจะแก้ได้ ขอบคุณครับ