โกวิทย์ พวงงาม หารือเรื่องการปราบปรามยาเสพติด โดยมีปัญหาเกี่ยวกับการอบรมความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และการกำหนดอำนาจในการควบคุมตัวบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นอกจากนี้ยังเรียกร้องการปรับปรุงรายงานเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ผมขออภิปรายเสนอความเห็นต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของ เจ้าพนักงานปราบปรามยาเสพติดในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี ๒๕๖๐ ในประเด็น ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ หากเราไปดูรายงานในหน้า ๓๘ ซึ่งผมคิดว่า หน้านี้มีความสำคัญที่รายงานกล้าที่จะพูดถึงการใช้อำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่เป็น ประเด็นปัญหาอุปสรรคอยู่ อันนี้ก็คือสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้นจะต้อง มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามในหลักสูตรที่อบรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้มีความรู้นั้นพบว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ที่ได้รับการแต่งตั้งในรายงานระบุว่า ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการอบรมความรู้ จึงทำให้เกิดปัญหาขาดความรู้ในกฎหมาย และระเบียบ ประเด็นนี้ผมคิดว่ายังไม่มีข้อเสนอที่ชัดเจนว่าการอบรมของเจ้าพนักงานทำไม จึงขาดความรู้และให้ความสนใจในการอบรมน้อย อันนี้เป็นประเด็นที่ ป.ป.ส. ต้องดำเนินการ ให้ชัดเจน
ประเด็นต่อมา เรื่องอำนาจของเจ้าพนักงานตามระเบียบ ในการกำหนด ในเรื่องของสถานที่การควบคุมจับกุม ซึ่งมีการเปิดกว้างเหมือนกันว่าอาจจะไปจับกุม ควบคุมตัวที่โรงแรมหรือรีสอร์ต (Resort) ความไม่ชัดเจนในการควบคุมตัว ประหนึ่งว่า ในรายงานก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะให้ทำอย่างไร นี่คือประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ คดีการจับกุมผมเห็นว่ายังไม่มีการเปรียบเทียบ ยกตัวอย่างเช่น ในปี ๒๕๖๐ คดีการจับกุมมีจำนวน ๑๘๓,๘๐๖ คดี ผู้ต้องหา จำนวน ๑๙๓,๕๕๕ คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากขึ้น แม้ว่าปรากฏอย่างนี้เรายังไม่พบว่าการเปรียบเทียบให้เห็น ในปี ๒๕๐๙ ในรายงานก็ยังไม่ปรากฏตัวเลขที่ชัดเจนแต่อย่างใด ซึ่งผมคิดว่ารายงานอาจจะมี ข้อบกพร่องที่ทำให้เห็นเป้าหมายของปีที่ดำเนินการ ในประเด็นที่ ๓ จากข้อมูลเราพบ หลายเรื่อง ผมยกตัวอย่าง เช่น ในหน้า ๙ พูดถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีพันธกิจ มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและปราบปราม ซึ่งมองในเชิงนี้พูดได้ทั้ง ๒ ประเด็น คือในรายงานส่วนหนึ่งก็จะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรายงานในเรื่องของการปราบปราม นั่นก็คือการจับกุม การยึดของกลาง การสกัดกั้นแหล่งลำเลียง เป็นต้น ข้อมูลตัวเลข ที่ได้นำเสนอไม่ว่าจะเป็นหน้า ๓๘ ก็ดี หน้า ๓๙ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นพูดถึงการจับกุมที่แม้ว่าจะมีการจับกุมที่ลดลง แต่จำนวนคดีกลับมีเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการยึดยาบ้าของกลางเฮโรอีน ในรายงานก็ไม่ได้แสดงเหตุผลว่าทำไม จึงเป็นอย่างนั้น ผมจึงคิดว่า ๓-๔ ประเด็นที่ผมพูดมาจะต้องทำให้ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนก็พูดในทำนองเสนอเรื่องการปราบปราม แต่ความสำคัญ ของอำนาจของสำนักงาน ป.ป.ส. ผ่านไปยังเจ้าพนักงานยาเสพติด ว่าอำนาจหน้าที่ ในการป้องกันก็มีความสำคัญ ผมเข้าใจว่าการดำเนินการเรื่องยาเสพติดมีวิธีการทั้งปลายทาง ก็คือการปราบปราม ส่วนต้นทางผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้นทางที่สำคัญผมขอยกสัก ๔ เรื่อง เช่น มาตรการการควบคุมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการลำเลียง การที่ต้องลด เกี่ยวกับยาเสพติด การสร้างการมีส่วนร่วมกับต่างประเทศในการยุติแหล่งผลิต เป็นต้น ประการที่ ๓ การสกัดกั้นยาเสพติด ประการที่ ๔ การใช้บุคคลหรือกลุ่มประชาชน กลุ่มพลเมืองที่มีความรักในสิ่งที่เราไม่พึงประสงค์ในเรื่องยาเสพติด ให้มีส่วนร่วม ในการป้องกันและช่วยเหลือเจ้าพนักงานปราบปรามยาเสพติด ช่วยสอดส่องดูแลพื้นที่เสี่ยง เกี่ยวกับยาเสพติด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ยังไม่ปรากฏในรายงานเพิ่มเติมว่า ต้นทาง กลางทาง แต่เราไปเน้นที่ปลายทาง ซึ่งเป็นเรื่องของการปราบปราม แต่คำอธิบายในปลายทางก็ยังมี ประเด็นที่ชวนสงสัยหลายเรื่องอย่างที่กระผมได้นำเรียนมาแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อทำให้ รายงานนี้สมบูรณ์ ผมอยากจะนำเรียนว่าในเรื่องการอบรมที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ให้ความสนใจ ความรู้น้อยนั้นเป็นอย่างไร เรื่องของการควบคุมตัวจะเอาอย่างไร ซึ่งอาจจะเป็นช่องทางหนึ่ง ในการทำให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เรียกเงินหรือผลประโยชน์อะไรก็ได้ แล้วในการใช้ภาคส่วน ที่เป็นเรื่องการมีส่วนร่วมในการควบคุมการแก้ไข การสร้างความร่วมมือ การสกัดกั้น เป็นเรื่องที่ต้องทำ อย่างไรก็ตามจะต้องใช้มาตรการทั้งป้องกันและปราบปรามคู่กันไป เพื่อจะเป็นเป้าหมายหนึ่งของชาติ เพราะว่าเป็นปัญหาที่สำคัญของชาติประเด็นหนึ่ง ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและประชาชน ขอบคุณท่านประธานครับ