สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งคำถามถึงการปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ ของกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. การใช้อำนาจพิเศษในการจับกุม ตรวจค้น และปัญหาการขาดความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการรายงานผลต่อคณะรัฐมนตรีและสภาอย่างโปร่งใสและครบถ้วน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาท พรรคอนาคตใหม่ บัญชีรายชื่อครับ กราบเรียนว่าวันนี้เป็นวันที่ผมภูมิใจในวันหนึ่ง เพราะว่าผมเป็นอดีต พนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเคยทำงานในหน้าที่นี้มาก่อนนะครับ ในปี ๒๕๒๖-๒๕๓๐ บัตร ป.ป.ส. ที่อยู่ในมาตรา ๑๔ ในรายงานฉบับนี้ สิ่งที่สำคัญคือเขากำหนดให้ในวรรคท้ายของมาตรา ๑๔ ผมจะอ่านให้ฟัง ให้เลขาธิการรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ ที่อื่นไม่ใช่นะครับ บอกว่ามาตรา ๑๔ มาตราเดียว ต่อคณะรัฐมนตรีและรายงานผลการปฏิบัติประจำปี และรายงานข้อเท็จจริง ปัญหาอุปสรรค ปริมาณการปฏิบัติงาน ความสำเร็จการปฏิบัติงาน โดยละเอียด เพื่อให้คณะรัฐมนตรี ย้ำนะครับ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีเสนอรายงานดังกล่าว พร้อมข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีต่อสภาแห่งนี้ นี่คือสาระสำคัญครับ ผมถึงถามว่า เป็นหน้าที่ใคร เป็นหน้าที่ของท่านเลขาธิการรับมอบหมายมาถูกต้องหรือเปล่าครับ สิ่งสำคัญตรงนี้คือสาระ ที่กฎหมายฉบับนี้บรรจุว่าทำไมสภาแห่งนี้ต้องรับรายงานในมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๔ นี้ เป็นอำนาจที่ล้นฟ้าของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเหนือกว่า ป. วิ. อาญา ท่านทั้งหลายครับ ถ้าท่าน อ่านเผิน ๆ ท่านอาจจะไม่รู้ ท่านอาจจะมองเห็นว่าภาพนั้นมันเป็นภาพปกติเรื่องการรายงาน ปราบปราม เดี๋ยวผมจะอธิบายเป็นส่วน ๆ เพราะในรายงานฉบับนี้มีอยู่ ๔ ส่วน ส่วนแรก ว่าด้วยคณะกรรมการ ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี ๘ กระทรวง ๙ รัฐมนตรี ๑ นายกรัฐมนตรี แล้วก็มี ผบ. เหล่าทัพ ๒๐ ตำแหน่ง บวกอีก ๓ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก คณะรัฐมนตรี นั่นคือสาระสำคัญว่า ๓ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งนั้น ใช้คุณวุฒิอะไรเข้าไปบริหารเพื่อเป็นบอร์ด บอร์ดในที่นี้ผมกราบเรียนว่าในอดีตผมเคยเป็น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เคยทำงานที่หน่วยปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล สมัยก่อนนั้น ท่านเลขาธิการท่านอาจจะอยู่ในยุคหลังผมนิดหน่อย เขาเรียกว่า ศูนย์นานา เป็นเซฟเฮาส์ (Safe house) ใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งขึ้นตรงกับกองบัญชาการ ตำรวจนครบาลและมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ เชื่อไหมครับว่าผมเป็นผู้หมวดใหม่ ๆ ทำงาน สอบสวน ทำงานสืบสวน ทำงานสายตรวจไป เขาคัดเลือก เข้าไปที่แห่งนั้นไปตัวเปล่า ๆ ไม่ต้องเอาอะไรไปเลย รถมีให้ใช้ จักรยานยนต์มีให้ใช้ เงินมีให้ใช้ มีเบี้ยเลี้ยง ขึ้นทางด่วน ก็จ่ายสตางค์เบิกได้ ไปเข้าห้องอาหาร ไปสืบสวนคนร้ายก็เบิกได้ เงินเดือนไม่เคยใช้ครับ บอกได้ตรง ๆ แถมมีเงินรางวัล หน่วยนี้โตมาพอสมควร สำนักงาน ป.ป.ส. เพิ่งเกิดได้ ประมาณ ๘-๙ ปีเอง ผมเรียนให้ทราบ ผมทำงานตั้งแต่ระดับล่อซื้อรายย่อย ล่อซื้อรายใหญ่ จนคอนโทรล เดลิเวอรี (Control delivery) ข้ามประเทศ ขอโทษที่ใช้ภาษาอังกฤษ คือสะกดรอยข้ามไปต่างประเทศแต่ละประเทศ อย่างประเทศออสเตรเลีย หมู ๆ แต่ที่ไป ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปประเทศอังกฤษ ทำไมครับ เพราะว่ามันมีความร่วมมือระหว่าง ประเทศในเรื่องการปราบปราม ผมจะเข้าไปถึงในมาตรา ๑๔ เลย ว่าในประเด็นมาตรา ๑๔ ที่อยู่ในรายงานฉบับนี้ ขอย้ำนะครับทุกท่านว่าหนังสือฉบับนี้จะพูดถึงมาตรา ๑๔ เท่านั้น ผมเข้าใจครับว่าท่านเลขาธิการท่านคงอึดอัดว่ามีหลาย ๆ ท่านถามถึงเรื่องการป้องกัน ถามเรื่องภาพใหญ่ ๆ อันนั้นต้องไปถามท่านคณะรัฐมนตรีเลยครับ เพราะผมเข้าใจว่า รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่รักษาการเรื่องนี้คงอยู่ในที่นี้ด้วย นั่นคือสาระสำคัญ ในมาตรา ๑๔ จะว่าด้วยการค้น ว่าด้วยการจับ ว่าด้วยการเข้าไปตรวจค้นเคหสถาน และใช้อำนาจพิเศษ ตรงนี้มันเป็นสาระครับท่านประธาน คือการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ท่านเชื่อหรือไม่ครับ ๑๗,๙๒๑ นาย ที่ปรากฏอยู่เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นทหาร ๒,๑๖๐ นาย มาจากไหนครับ มาจากองทัพ มาจากแหล่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาจจะอยู่ขอบชายแดน แต่ถามว่าในรายงาน ของท่านในส่วนที่ ๔ ท่านบอกเลยว่าท่านเกิดปัญหา มาตรา ๑๔ (๑) ถึง (๕) ไม่มีปัญหา และอุปสรรค แต่ (๕) เกิดปัญหา เกิดปัญหาอะไรครับ เกิดปัญหาของเจ้าพนักงาน ขาดความรู้ จับกุม ขยายผล ใช้กระบวนการ ตลอดจนการรายงาน ในการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มันจะต่างกับเจ้าพนักงานอื่น ถ้าเมื่อท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ท่านสามารถใช้บัตรนี้เข้าตรวจค้นโดยมีเหตุอันควรสงสัยว่าคนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดจะหลบหนีจะซุกซ่อน จะทำลายหลักฐานได้โดยพลัน แล้วแถมกลางคืนก็มีเหตุ อันที่จะเข้าได้ โดยมีระดับผู้บังคับบัญชาที่เหนือสูงขึ้นไป ในกฎหมายเขียนชัดเลย โดยในระเบียบออกมารองรับ อันนี้คืออำนาจที่เห็น และนอกจากนั้นแล้วในมาตรา ๑๕ ครับท่าน ยังบอกเลยว่าควบคุมก่อนได้ ๓ วัน ป. วิ.อาญา ช้า ๆ ๔๘ ชั่วโมง จิ๊บจ้อยนะครับ ๓ วันเอามาขัง เอามาสอบ แต่สิ่งที่สำคัญที่มันเกิดขึ้น ในอดีตมันอะไรครับ มีกลุ่มบุคคลที่ทำตัวเหมือนเจ้าพนักงาน หรือใช่เจ้าพนักงานก็ไม่รู้ แล้วก็ไปใช้อำนาจตามมาตรา ๑๔ เอาตัวไปอยู่โรงแรม รีสอร์ต ไปอยู่สถานที่ซึ่งไม่ใช่ ที่สอบสวนของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือของสถานีตำรวจนะครับ แล้วก็บอกว่าเป็น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะจับกุม จะดำเนินคดีนะครับ นี่คือสาระสำคัญที่เกิด ภาคใต้ มีเยอะแยะครับที่เอาถุงคลุม บางทีเอาถุงคลุมเราไป และบอกเราไปค้ายานะครับ นี่คือสาระ ที่เกิดขึ้นยังไม่ได้ไปต่างประเทศเลยครับ