ฐิตินันท์ แสงนาค สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาระบบน้ำ แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความท้าทายจากการผันน้ำจากแม่น้ำโขงที่อาจส่งผลต่อต่างประเทศและต้องใช้งบประมาณสูงถึง 2 ล้านล้านบาทใน 20 ปี พร้อมเสนอให้เปลี่ยนแนวทางการจัดการน้ำในภาคอีสานด้วยการกระจายแหล่งน้ำผ่านระบบชลประทานขนาดเล็กทั่วพื้นที่แทนโครงการใหญ่ที่ใช้เวลานาน และเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาแนวทางที่เป็นจริงได้เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ เขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเมืองครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาอภิปราย เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาระบบน้ําทั้งระบบ โขง ชี มูล เลย ป่าสัก และอีกหลายลุ่มน้ําด้วยกัน ท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านได้พูดกันมาถึงผลดี ถึงความจําเป็นของการมีคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมจะให้ท่านมองอีกมุมหนึ่งครับ ที่ผมพูดผมไม่ใช่ว่าจะคัดค้านนะครับ ผมเห็นด้วย ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา แต่ผมจะตั้งข้อสังเกตว่ามีผลดีและผลเสีย ผลดีพวกท่านพูดกันไปเยอะแล้วคือเรื่องระบบน้ํา การจัดหาน้ําเพื่อเกษตร อุปโภคบริโภค ของภาคอีสานและของที่อื่น ๆ ที่รวมอยู่ในญัตตินี้ ท่านประธานครับ การจะทําโครงการผันน้ํา ผมมีข้อมูลล่าสุดมาว่าต้องใช้งบประมาณทั้งหมด ๑.๙๖ ล้านล้านบาท หรือตีตัวเลขกลม ๆ ประมาณ ๒ ล้านล้านบาท ระยะเวลา ๒๐ ปี ก่อนอื่นผมต้องขอให้ดูภาพที่ ๑ เรื่องของน้ําโขงก่อน เจ้าหน้าที่ขอภาพที่ ๑ ครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
น้ําโขงที่เราพูดกันในภาพท่านจะเห็นว่า เป็นแม่น้ํานานาชาติมีประเทศผู้ใช้อยู่ ๖ ประเทศด้วยกัน เราอยู่ตรงกลาง เมื่อเช้ามีสมาชิก ผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้พูดไปแล้วว่าเราจะเห็นน้ําหลาก น้ําโขงไหลเอ่อทะลักยากเต็มทน ปัจจุบันนี้สิ่งที่เราเห็นคุ้นตาก็คือดอน เนินทราย น้ําโขงแห้งขอดเพราะอะไรครับ ก็เพราะด้านบน ท่านประธานครับ สีฟ้า ๆ ที่เห็น เขื่อน ๑๐ เขื่อนจากประเทศจีนและอีกหลายเขื่อน ของประเทศลาวกําลังก่อสร้างอยู่ ถ้าเราจะผันน้ําจากตรงนี้มา แน่นอนน้ําต้นทุนข้างบน ก็จะเหลือน้อยเพราะว่าประเทศจีนก็จะจัดเก็บไว้เกือบหมด แล้วถ้าเราทําได้มีน้ํามาจริง ๆ ก็จะส่งผลกระทบด้านล่างครับ ท่านประธานครับ ประเทศเวียดนามที่อยู่ข้างล่างเรา ประเทศกัมพูชาก็จะไม่มีน้ําให้ใช้มันจะเป็นปัญหาระดับระหว่างประเทศ
ขอภาพต่อไปภาพที่ ๒ ภาพนี้ผมจะให้ดูว่าเขื่อนในเมืองไทยมีเยอะมากครับ ท่านประธานครับ พอดีไม่ได้ซูม (Zoom) ให้ดู ทุกเขื่อนที่มีอยู่ไม่มีเขื่อนไหนได้ใช้ปริมาณน้ํา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือแม้กระทั่งว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในตารางนี้จะมีใช้น้ําได้แค่ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ บางเขื่อนติดลบด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นการบริหาร จัดการน้ําระบบเขื่อน ระบบขนาดใหญ่เขาเรียกว่าระบบแข็งเริ่มจะไม่ได้ผลแล้ว เพราะว่า ระบบธรณีวิทยาเปลี่ยนไป ระบบนิเวศน์เปลี่ยนไป ฤดูกาลเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้น วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือเรามาบริหารจัดการที่เรามีอยู่ให้มีปริมาณน้ําให้พอเพียงในการที่จะ กักเก็บไว้ใช้ มีท่านผู้ทรงเกียรติเสนอมาว่าน้ําใต้ดินซึ่งก็ใช่ครับ น้ําใต้ดินก็เป็นของเราเอง เราจะหวังพึ่งน้ําโขงอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะปัจจุบันนี้ก็จะเห็นแล้วว่าท่วมอยู่อาทิตย์หนึ่ง แล้งอยู่หลายเดือน นั่นหมายความปริมาณน้ําโขงนั้นไม่สามารถจะพอเพียงในการเลี้ยงดู ภาคอีสานได้แล้ว พื้นที่ ๑๐๓ ล้านไร่ ของภาคอีสานเป็น ๑ ใน ๓ ของประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมว่าระบบที่ดีที่สุดก็คือระบบที่ต้องหาแหล่งน้ําจากฟ้า คือน้ําธรรมชาติ ทําอย่างไรครับ การชลประทานระบบใหม่เขาใช้วิธีทําคล้าย ๆ ว่าชลประทานแบบขนมครก คือมีลุ่มน้ํา มีแอ่งน้ําทั่วไปกระจายอยู่ตามสายน้ํา เอาภาพลงได้แล้วครับ กระจายอยู่ ตามแหล่งน้ําทั่ว ๆ ไป ธรรมชาตินะครับ แม่น้ําชี แม่น้ํามูล แม่น้ําเลย หรือแม่น้ําป่าสัก เป็นแหล่งน้ําขนาดเล็กคล้าย ๆ เส้นเลือดฝอย อย่าหวังพึ่งแค่น้ําโขงอย่างเดียว เหมือนการลงทุน เหมือนระบบเศรษฐศาสตร์ครับ เขาบอกว่าไม่เอาไข่ใส่ไว้ตะกร้าเดียวกัน เพราะว่าถ้าตะกร้านั้นหลุดไข่ทั้งตะกร้าจะแตก การชลประทานก็เช่นเดียวกันครับ เราต้องกระจายความเสี่ยงคือเอาแหล่งน้ําที่มีอยู่ทั่ว ๆ ไปในประเทศไทยหรือในภาคอีสาน มาทําเป็นหลุมเป็นแอ่ง พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นบ่อจัดเก็บ ผมยกตัวอย่างจังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่ จัดเก็บน้ําได้อีกเยอะครับ ท่านประธานครับ เฉพาะแก่งน้ําต้อนประมาณ ๔๐,๐๐๐ ไร่ แก่งละว้าอีกหลายหมื่นไร่ ยังมีบึงทุ่งสร้างอีกหลายหมื่นไร่ นี่ผมยกตัวอย่างเฉพาะ จังหวัดขอนแก่นที่เดียวนะครับท่านประธาน ผมว่าในภาคอีสานหลาย ๆ จังหวัดก็มีพื้นที่ รกร้างว่างเปล่าอย่างนี้ที่จะให้เราใช้บริหารจัดการน้ํา ผมไม่เห็นด้วยที่จะไปทําชลประทาน ขนาดใหญ่มูลค่าสูงระยะเวลานาน เพราะว่าความเดือดร้อนพื้นที่เกษตร ความเดือดร้อน ของประชาชนจะรอไม่ได้ โครงการนี้ ๒๐ ปี ผมก็ได้ยินมาตั้งแต่เด็กแล้ว โครงการโขง ชี มูล แล้วโครงการใหม่ ๒๐ ปี ผมขอสไลด์ (Slide) แผ่นสุดท้ายครับ ที่เป็นไทม์ไลน์ (Timeline) จะให้ดูครับ ท่านประธานครับ นี่คือไทม์ไลน์ (Timeline) ที่โครงการนี้ทําไว้ ๒๐ ปี ๓ ปีแรก เป็นโครงการที่ศึกษาวิจัย ระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ ระยะที่ ๓ ระยะที่ ๔ ระยะที่ ๕ เห็นโครงการ ในตารางนี้แล้วก็เลิกหวังได้เลยครับว่าโครงการนี้จะเป็นจริงได้ เรามาช่วยกันหาโครงการ ที่เป็นไปได้โดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษา ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ