บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ หารือเรื่องการบริหารจัดการน้ำในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในหลายจังหวัด และเรียกร้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำในลุ่มน้ำยม
ท่านที่เคารพครับ ผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดพะเยา ท่านประธานครับ วันนี้ผมคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ายิ่งของสภาแห่งนี้ที่ได้มีโอกาสมาคุยกัน เรื่องน้ํา ในแต่ละปีมีการจัดงบประมาณเพื่อไปแก้ไขปัญหา เพื่อไปบริหารจัดการน้ํา ปีหนึ่งนับแสนล้านบาท แต่ทําไมทุกปีเราก็จะเจอปัญหาน้ําท่วม ทุกปีก็จะเจอปัญหาน้ําแล้ง ไม่ว่ากับบ้านผม ไม่ว่าที่บ้านของท่านประธานเจอเหมือนกัน แล้วผมก็คิดว่าเจอกันทั่วประเทศ ท่านประธานครับ วันนี้มีการแบ่งพื้นที่ของประเทศไทยซึ่งเราบอกว่าพื้นที่เราทั้งหมดมีอยู่ ประมาณ ๓๒๐ ล้านไร่ หรือเป็นพื้นที่เกษตรประมาณ ๑๕๐ ล้านไร่ แต่ว่าปัญหาก็เกิดขึ้น อยู่ทุกปี ๆ เมื่อมาดูภาพรวมของทั้งประเทศวันนี้แบ่งพื้นที่ของประเทศไทยเป็นลุ่มน้ํา แบ่งเป็นทั้งหมด ๒๕ ลุ่มน้ํา กําลังมีการปรับว่า ๒๕ ลุ่มน้ําอาจจะคลาดเคลื่อนจะปรับเหลือ ๒๒ ลุ่มน้ํา ไม่ว่าจะเป็น ๒๕ ลุ่มน้ําก็ตาม เป็น ๒๒ ลุ่มน้ําก็ตาม ถ้าหากว่าการบริหารจัดการน้ํา ยังเป็นแบบเดิม ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ปัญหาก็ยังจะเกิดต่อไปอีกในอนาคต ท่านประธานครับ น่าตกใจผมจะเอาข้อมูล ณ วันนี้ข้อมูลรายงานเรื่องของปริมาณในอ่าง ขนาดใหญ่ ท่านประธานครับ เขื่อนอุบลรัตน์วันนี้น้ําเหลือร้อยละ ๒๓ เขื่อนลําพระเพลิงวันนี้ น้ําเหลือร้อยละ ๑๗ เขื่อนลํานางรอง เหลือร้อยละ ๒๐ เขื่อนแม่กวงเหลือร้อยละ ๒๗ เขื่อนทับเสลา เหลือร้อยละ ๒๔ เขื่อนกระเสียวเหลือร้อยละ ๒๑ อ่างทั้งหลายเหล่านี้เหลือน้ําไม่ถึง ๑ ใน ๔ ซึ่งจริง ๆ แล้วเขื่อนทุกเขื่อน อ่างทุกอ่างต้องมีการสํารองน้ําไว้ นี่เข้าหน้าแล้งก็มีปัญหาว่า จากนี้ไปอีก ๖-๗ เดือน ซึ่งจะเข้าฝนปีต่อไปจะบริหารจัดการน้ําอย่างไร จะเอาน้ําที่ไหนมาใช้ อุปโภคบริโภค จะเอาน้ําที่ไหนมาใช้เพื่อการเกษตร จะเอาน้ําที่ไหนมาใช้เพื่อการ อุตสาหกรรมและอื่น ๆ นี่คือโจทย์ใหญ่ นี่คือปัญหาใหญ่ของประเทศ ท่านประธานครับ ผมอยู่จังหวัดพะเยาผมขออนุญาตยกเรื่องของน้ําในพื้นที่ภาคเหนือขึ้นมาพูดสักลุ่มน้ําหนึ่ง นั่นก็คือลุ่มน้ํายม ลุ่มน้ํายมเป็นลุ่มน้ําหนึ่งใน ๒๕ ลุ่มน้ํา แล้วเป็นลุ่มน้ําที่ไม่มีโครงสร้างน้ํา ขนาดใหญ่หรือขนาดกลาง นี่ละที่เป็นประเด็น มีการพูดกันมาตลอดเวลาว่าจะบริหารจัดการน้ํา อย่างไร เมื่อไม่มีโครงสร้างน้ํานั่นก็คือไม่มีเขื่อน ไม่มีอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ ทั้งหมดความยาว ของลุ่มน้ํายม ๗๓๕ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ๗๓๕ กิโลเมตร เริ่มจากต้นน้ําคือที่ จังหวัดพะเยา อําเภอปง อําเภอเชียงม่วน ไหลไปที่จังหวัดแพร่ ไหลไปที่จังหวัดสุโขทัย ไหลไปที่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ ๗๓๕ กิโลเมตร ใน ๗๓๕ กิโลเมตร มีปัญหาทั้งต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ําตลอดเวลา ต้นน้ําท่านประธานครับ ความลาดชัน ของลุ่มน้ํายมที่ต้นน้ําอยู่ประมาณ ๑ : ๗๐๐ นั่นแปลว่ามีความลาดชันสูง เวลาฝนตก น้ํามาแต่ละครั้งมันไหลไวมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันเกิดขึ้นในต้นน้ําคืออะไร คือน้ําหลาก มาแต่ละครั้งบ้านเรือน พี่น้องประชาชน ๒ ข้างลําน้ําเจอน้ําหลากเสียหาย บางครั้งถึงชีวิต ตลิ่ง ๒ ข้างลําน้ําเมื่อน้ําหลาก มันมาไวเซาะตลิ่งเสียหายตลอดสาย ปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นทุกวัน ๆ ทุกเวลา เวลาน้ําหลากน้ํามา แต่ว่าการแก้ไขต้องเรียนตรง ๆ ว่าเราดูแลได้ไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ได้ อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้น ที่จะต้องไปแก้ไข พอไปปลายน้ําจากความลาดชัน ๑ : ๗๐๐ ปลายน้ํา ๑ : ๓๕,๐๐๐ นั่นแปลว่าปลายน้ําความลาดชันแทบไม่มีเลยนิดเดียว แปลว่าอะไรครับ น้ํามันเดินช้า พอเดินช้าตรงปลาย ๆ น้ํา กลางน้ํา ปลายน้ําก็จะเจอปัญหาน้ําท่วม น้ําแช่ น้ําท่วมขังอย่างนี้ ตลอดเวลาทุกปี ๆ โดยเฉพาะที่จังหวัดสุโขทัย ที่จังหวัดพิษณุโลกก็จะเจอปัญหาอย่างนี้ จังหวัดพิจิตรด้วย ปัญหาอย่างนี้แก้มาหลายปีไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ได้นะครับ ในขณะที่พื้นที่ของลุ่มน้ํายมทั้งหมดมีประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านไร่ ในขณะที่พื้นที่ทั้งหมด ที่ผมเรียน ตอนบนซึ่งจะมีน้ําสาขาอยู่ประมาณ ๔ สาขา คือลุ่มน้ํายมบน น้ําควน สาขาน้ําปี้ และสาขาน้ํางาว ๔ สาขานี้ ช่วงตอนบนมีน้ําปีหนึ่งประมาณ ๑,๐๐๐ ล้าน ๑,๐๐๐ ล้าน แก่งเสือเต้นที่เราเคยคุยว่าจะทํา ๙๐๐ แต่ทําไม่ได้ ๙๐๐ ล้าน เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าหากว่า เราไปกักเก็บน้ําอยู่ในพื้นที่ของช่วงบนแก่งเสือเต้นบริหารจัดการน้ําให้ได้สัก ๕๐๐ ล้าน ก็สามารถแก้ปัญหาน้ําได้แล้ว โดยเฉพาะวันนี้ผมอยากจะเรียนว่าต้องเร่งทําเขื่อนอ่างเก็บน้ํา น้ําปี้ให้เสร็จโดยไวที่อําเภอเชียงม่วนครับ ขอบคุณครับ