สุเทพ อู่อ้น แสดงความเห็นคัดค้านรัฐประหารที่ส่งผลต่อการละเมิดสิทธิของแรงงานและทำให้สหภาพถูกกดทับ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลคืนความเป็นธรรม สร้างรัฐสวัสดิการที่ทั่วถึง กระจายอำนาจ ยกเลิกกลไกเผด็จการ และลดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบทเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและคุณภาพชีวิตที่เท่าเทียม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วน แรงงาน ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการอภิปรายเกี่ยวกับญัตติการที่จะตั้งคณะ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับรัฐประหาร ผมในฐานะเป็นผู้ใช้แรงงานที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการ มามากกว่า ๓๐ ปี เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมในการก่อตั้งองค์กรสหภาพแรงงาน จากผลกระทบที่เกิดขึ้น เมื่อปี ๒๕๔๙ ที่มีการรัฐประหารอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าสภาพการเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ มีผลถดถอยทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเอง ในฐานะผู้ใช้แรงงานผมอยากสะท้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ชมอยู่ทางบ้าน วันนี้รัฐประหาร ดีจริงคงทำให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ๒๐-๓๐ ล้านคนนั้นดีขึ้นแล้ว และสิ่งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า เมื่อมีรัฐประหารเข้าไปแทรกแซงในเรื่องการบริหารจัดการองค์กรสหภาพแรงงาน เห็นได้ชัดเจน จากที่คณะกรรมการบอร์ดประกันสังคมที่บริหารเงินในส่วนของประกันสังคมที่มีลูกจ้าง นายจ้าง และภาครัฐ มีการใช้มาตรา ๔๔ ในการแต่งตั้งบอร์ดประกันสังคม และมีผลมาถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีการที่จะดำเนินการเลือกตั้งจากตัวแทนของผู้ประกันตน ผลสืบเนื่องมาจากรัฐประหาร ทั้งนั้น ทั้งหมด ทั้งสิ้น แล้วถามว่าถ้ารัฐประหารจริงแล้วทำไมไม่ใช่ มาตรา ๔๔ สั่งให้รัฐบาลสมทบเงินที่คงค้าง อีก ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ดังนั้นระบบของประชาธิปไตยคือ ระบบที่พี่น้องผู้ใช้แรงงานมีการรวมตัวตั้งสหภาพแรงงานโดนการแทรกแซง เพราะโดยระบบ สหภาพแรงงานต้องมีการประชุมหารือ โดยเฉพาะกฎหมายกำหนดว่าต้องมีการประชุมปีละ ๑ ครั้ง เพื่อที่จะให้สมาชิกมาทำการตรวจสอบในเรื่องการบริหารจัดการ แต่เมื่อมีรัฐประหาร เกิดขึ้น เมื่อมีการจัดประชุมรวมตัวกันของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องบอกว่า เป็นการรวมตัวกันขัดกับ คสช. ถามว่าเมื่อพี่น้องประชาชนไม่มีโอกาสรวมตัวกันที่จะแสดงสิทธิ เรียกร้องสิทธิที่ควรจะได้จากการทำงานให้กับผู้ประกอบการแล้วจะใช้เวทีไหน สิ่งเหล่านี้ โดนกดทับที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด พี่น้องครับวันนี้แม้กระทั่งในระบบของการปรับค่าจ้างที่ผ่านมา ที่มีในเรื่องการบริหารจัดการโดยเผด็จการ เราไม่ได้รับการพิจารณาปรับในเรื่องนี้ต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าผมเองเป็นตัวแทนของพี่น้องคนงานที่เข้ามาทำงานในรัฐสภาแห่งนี้ มีการติดตาม ผลักดันจนมีการให้ติดตามเรื่องงบประมาณในเรื่องของประกันสังคมจากภาครัฐที่ติดค้างอยู่ เพิ่มขึ้นมา ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ระบบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะเป็นตัวยึดโยงเหนี่ยวนำคัดค้าน ระบบประชาธิปไตยให้เกิดความเป็นธรรม เห็นได้อย่างเมื่อเรารวมตัวกันวันที่ ๑ พฤษภาคม วันแรงงานเรามีสิทธิที่จะเรียกร้องปีละ ๑ ครั้ง ที่มาชูป้ายนำเสนอปัญหาสะท้อนความเดือดร้อน ให้กับนายกรัฐมนตรีให้กับผู้บริหารประเทศ แต่โดนทหารยึดป้ายเก็บป้ายไม่ให้เรามีสิทธิ รวมตัวเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเราโดนกดทับในช่วงของเผด็จการเข้ามาครอง ถามว่า ไม่เปิดโอกาสให้เราแสดงเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชนพี่น้องผู้ใช้แรงงาน พี่น้อง นักศึกษาเองก็พยายามที่จะเข้ามาร่วมรณรงค์ให้ผู้บริหารประเทศได้รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นกดทับ แม้กระทั่งมอเตอร์ไซค์วิน (Win) แท็กซี่ อาชีพอิสระก็โดนคุกคามด้วยการบริหารจัดการ ในระบบประชาธิปไตยมีส่วนเอี่ยวในการที่จะเข้าไปหาผลประโยชน์ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ถามว่า พี่น้องผู้ใช้แรงงานในประเทศนี้ลองติดตามดู ระบบประชาธิปไตยที่เรามีพรรคการเมือง ถึงแม้พรรคการเมืองที่มีการหาเสียงไว้ในวันนี้ยังไม่ได้ประกาศหรือปฏิบัติตามการหาเสียง ก็ยังดีที่เรามีสิทธิในการติดตาม แต่ถามว่าในช่วงเผด็จการเราจะมีโอกาสเสนอได้อย่างไร นั่นอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่อยากจะเห็นก็คือเรื่องของพรรคการเมืองที่หาเสียงกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานไว้ ก็ควรปฏิบัติตาม เพราะตัวชี้วัดในคราวหน้าพี่น้องแรงงานโดยเฉพาะผมเป็นตัวแทนได้สื่อ ในสภาแห่งนี้แล้วว่าคนที่หาเสียงกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานนั้นต้องปฏิบัติตาม ดังนั้นในวันนี้ผมก็จะ พยายามสะท้อนและจะนำเสนอปัญหาที่มีการฝากมาให้กับผมได้นำเสนอในรัฐสภาแห่งนี้ ในเรื่องของแนวปฏิบัติ ๔ แนว ในเรื่องของการที่จะให้รัฐบาลนำเสนอนั่นก็คือ
๑. การกระจายอำนาจลากถอนในเรื่องการบริหารจัดการชีวิตประชาชน เพื่อการตรวจสอบความเป็นเจ้าของประเทศนี้
๒. สร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจรเพื่อพี่น้องมีชีวิตที่ปลอดภัย มีความมั่นคง เพื่อให้ประชาธิปไตยมีความหมาย
๓. การปกครองด้วยนิติรัฐ นิติธรรม ลบล้างในเรื่องของการรัฐประหาร ยกเลิก มาตรา ๔๔ คำสั่ง คสช. เพราะเป็นอนุสรณ์เผด็จการในชีวิตประจำวัน
๔. ลดความแตกต่างระหว่างชนบท ชนเมือง กระจายอำนาจให้ไปสู่พี่น้อง ประชาชน เพราะทุกวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นของพี่น้องที่มาจากภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกมากระจุกตัวอยู่ในเมืองมาทำงานเพื่อที่จะหาเงิน ถามว่าถ้าเกิด เรามีการกระจายอำนาจ กระจายอุตสาหกรรมไปสู่พื้นภาคที่ผมได้กล่าวไปแล้ว พี่น้องประชาชน ได้มีโอกาสอยู่กับครอบครัว ทำงานอยู่ใกล้บ้าน มีโอกาสที่จะสร้างในเรื่องของครอบครัวที่อบอุ่น มีเงินที่จะยังชีพ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าระบบประชาธิปไตย ระบบการกระจายอำนาจ จะเป็นระบบที่ทำให้ประเทศนี้มีความมั่นคง มีความเจริญ ถามว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศ พี่น้องผู้ใช้แรงงานยังมีรายได้ไม่เพียงพอกับการดำรงชีพเลี้ยงครอบครัว ใน ๑ วันที่การทำงาน ต้องทำงานมากกว่า ๘ ชั่วโมง เพราะว่าในระบบสากลการทำงาน ๘ ชั่วโมง ๘ ชั่วโมงแรก คือการทำงาน ๘ ชั่วโมงที่ ๒ คือการเรียนรู้พัฒนาตนเอง ๘ ชั่วโมงที่ ๓ คือการพักผ่อน ขออนุญาตต่ออีกสักนิดครับ คือการผักผ่อน แต่สภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นไม่สามารถ ทำอย่างนั้นได้ เพราะในเรื่องของกระจายในเรื่องของอุตสาหกรรมไปสู่ท้องถิ่นไม่มี มารวมตัว กระจุกอยู่ในเมือง บ้านเช่า ข้าวซื้อ สิ่งเหล่านี้เป็นภาระ จึงต้องทำงานมากกว่า ๘ ชั่วโมง สิ่งที่กดทับอยู่ และทำให้ในเรื่องการขยายการเจริญเติบโตของพี่น้องประชาชนลดน้อยลง นั่นก็คือการเกิด วันนี้เข้าสู่วัยชราภาพแล้วนะครับ ถ้าเกิดเราไม่ส่งเสริมให้วัยเจริญพันธุ์มีการ ขยายพันธุ์ประเทศนี้ต่อไปแล้วจะมีวัยทำงานมาจากไหน สิ่งเหล่านี้เป็นระบบ เป็นเกี่ยวเนื่อง ที่จะต้องมีการสร้าง โดยสรุปแล้วก็คือต้องฝากให้รัฐสภาแห่งนี้ช่วยผลักดันให้ประเทศนี้ มีรัฐสวัสดิการเพื่อเลี้ยงดูคนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงตาย ขอบคุณมากครับ