ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เสนอให้ใช้ระบบเซลล์บรอดแคสติงผ่าน SMS เพื่อแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินอย่างทันท่วงที โดยอ้างอิงการใช้งานจริงในต่างประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดระบบเตือนภัยที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อคุ้มครองชีวิตประชาชน
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ก่อนอื่นคงขอเป็นตัวแทนอีกคนหนึ่งที่แสดงความเสียใจ ต่อผู้ประสบเหตุและผู้สูญเสียทุกท่าน แล้วก็เป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำงานกัน อย่างขันแข็ง แล้วก็วันนี้ผมถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงความเคารพต่อผู้สูญเสีย ด้วยการทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎร โดยการนำเสนอมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคตหรือว่า ถ้าหากเกิดขึ้นในเหตุสุดวิสัยอันใดก็ตาม เราควรจะมีมาตรการที่พร้อมรับมือกับมันได้ทุกเมื่อ สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอในการอภิปรายของผมในวันนี้ก็คือระบบที่เรียกว่า เซลล์บรอดแคสติง (Cell broadcasting) เพื่อนำมาใช้แจ้งเตือนเหตุการณ์ฉุกเฉินโดยผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) อธิบายโดยคร่าว ๆ ระบบเซลล์บรอดแคสติง (Cell broadcasting) คือเป็นระบบที่เราสามารถ ส่งเอสเอ็มเอส (SMS) โดยระบุพื้นที่ที่จะส่งตามสิ่งที่เรียกว่าเซลล์ไซต์ (Cell site) หรือว่า เสาสัญญาณที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นระบบนี้สามารถทำให้เราส่งเอสเอ็มเอส (SMS) เตือนประชาชนโดยระบุเป็นตำบล อำเภอหรือจังหวัดหรือแม้กระทั่งส่งให้ทุกคนทั่วประเทศ ที่มีโทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งเรื่องนี้มันไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่หรือไม่ใช่นวัตกรรมอะไรเลยนะครับ มันมีมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วนะครับ หลาย ๆ ท่านหรือท่านประธานเองก็อาจจะเคยเจอที่เวลา เราเดินเข้าห้างสรรพสินค้าแล้วมีเอสเอ็มเอส (SMS) เด้งเข้ามาเป็นโปรโมชัน (Promotion) ของร้านในห้างสรรพสินค้านั้น ๆ นี่ล่ะครับคือการเซลล์ บรอดแคสติง (Cell broadcasting) ที่จะเลือกส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ไปตามเสาสัญญาณที่อยู่ในห้างสรรพสินค้านั้นโดยเฉพาะ ผมได้เผยแพร่เรื่องนี้ลงในทวิตเตอร์ (Twitter) ส่วนตัวของผมเอง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับ อย่างล้นหลาม มีผู้ตอบกลับข้อความมาเกือบร้อยข้อความผมจะยกตัวอย่างการใช้ระบบนี้ ในต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้ผมได้ข้อมูลมาจากประชาชนที่ตอบกลับข้อความในทวิตเตอร์ (Twitter) ของผม ประเทศญี่ปุ่นเวลามีพายุเข้าจะมีการแจ้งสถานการณ์ล่าสุดผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) อยู่อย่างต่อเนื่อง มีการเตือนแผ่นดินไหวโดยที่โทรศัพท์ของทุกคนจะดังแม้ว่าจะ ปิดเสียงอยู่ก็ตาม อันนี้ถือเป็นเหตุฉุกเฉินที่ต่อให้คุณปิดเสียง เสียงก็จะดัง หลับอยู่ตี ๒ แผ่นดินไหวโทรศัพท์ก็จะดัง เขาถือว่าเป็นเรื่องฉุกเฉินมาก ๆ ที่สำคัญเวลานักท่องเที่ยวไทย ไปเที่ยวเขาจะได้เอสเอ็มเอส (SMS) เป็นภาษาไทยด้วยครับ ที่ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศจีน และประเทศไต้หวัน นอกจากเรื่องภัยธรรมชาติ ทุกวันนี้มีการแจ้งสถานการณ์ของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) ทุกวัน ที่ประเทศนอร์เวย์ช่วงหน้าร้อนลมแรงจะมี เอสเอ็มเอส (SMS) เตือนว่าอาจเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ง่าย ให้เตรียมป้องกัน เช่นการงดการย่าง บาร์บีคิวในที่สาธารณะหรืออย่าใช้น้ำเกินความจำเป็นเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้หากเกิดเพลิงไหม้จริง ๆ นี่คือกรณีที่ยังไม่เกิดเหตุอะไรเลยเขาแจ้งเตือนกันแล้วครับ ที่ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย แจ้งเหตุไฟป่าผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) พร้อมส่งพิกัดจีพีเอส (GPS) ของจุดเกิดเหตุ ที่รัฐอื่น ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการแจ้งเหตุต่าง ๆ ผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) เช่น น้ำท่วม แก๊สรั่ว รถคนร้ายกำลังหลบหนี ส่งมาพร้อมกับรูปของรถคนร้าย แจ้งประกาศเด็กหายผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) อันนี้คือที่ต่างประเทศเขาใช้กันมานานแล้วนะครับ กลับมาดูที่ประเทศไทยอย่างที่ผม บอกว่าไม่ใช่เราไม่มี เรามีครับ มีประชาชนส่งรูปให้ผมดูเหมือนกันว่าตอนเทศกาลหยุดยาว ก็จะมีเอสเอ็มเอส (SMS) ส่งมาบอกว่าคุณกำลังอยู่บนถนนเส้นไหน มีจุดพักรถตรงจุดไหนบ้าง ส่งพิกัดจีพีเอส (GPS) มาให้ มีจุดไหนที่เปิดช่องทางพิเศษบ้าง แสดงว่าเรามีแล้วและจริง ๆ เราสามารถใช้ได้ทันทีด้วย ทีนี้ก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงแค่ไหนที่จะผลักดันให้ระบบนี้ สามารถใช้กับเหตุการณ์ฉุกเฉินทุกรูปแบบและสามารถสั่งการเตือนประชาชนได้ทันท่วงที ในระดับนาที อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โคราช การใช้การสั่งการ การอนุมัติหลายต่อหลายทอด แบบระบบราชการทั่วไปคงไม่สามารถทำได้ทันท่วงทีได้ ถ้าเรามีการวางระบบที่สามารถทำได้ รวดเร็วในระดับนาทีก็อาจจะป้องกันเหตุเหล่านี้และแจ้งเตือนเหตุเหล่านี้ได้ มีความเห็น ในรีทวิต (Retweet) ที่น่าสนใจที่ตอบกลับมา เขาบอกว่าตอนที่เขาไปต่างประเทศและเขาได้รับ การแจ้งเตือนแบบนี้ ความรู้สึกของเขาก็คือรัฐบาลของเขาให้ความสำคัญกับชีวิตประชาชน ตอนนี้ผ่านเหตุการณ์นี้มาสัปดาห์กว่า ๆ แล้ว ผมยังไม่เคยเห็นความคิดเห็นหรือแนวทางใด ๆ ที่รัฐบาลออกมาบอกว่าจะป้องกันเหตุเหล่านี้ในอนาคตอย่างไร ถ้าเกิดเหตุอีกเราจะรับมือ มันอย่างไร สิ่งที่รัฐบาลพูดมาตลอดและให้ความสำคัญกับมันก็คือความสงบและความมั่นคง แต่ความมั่นคงของชาติมันคือความมั่นคงของประชาชน ความมั่นคงของชีวิตประชาชน มันคือการที่เขาได้รู้ว่าเขาจะออกไปและสูดอากาศที่เป็นพิษหรือเปล่า มันคือการที่เขาได้รู้ว่า กำลังจะมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นและเขาจะสามารถรับรู้มันได้อย่างไร ความมั่นคงของประชาชน มันคือการที่ได้รู้ว่าสถานที่ใดที่ไม่ปลอดภัยต่อชีวิตของเขาแล้วก็ชีวิตของคนที่เขารัก ถึงแม้วันนี้โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้นมาแล้วและผ่านไป แต่ยังมีสิ่งที่พวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลสามารถทำได้ แล้วสิ่งนั้นมันไม่ใช่การกล่าวคำขอโทษ มันไม่ใช่การบีบหยดน้ำตาครับ มันคือการกระทำ การกระทำที่จะพิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นว่าความปลอดภัยในชีวิตของ พวกเขามันยังมีค่าอยู่ในสายตาของพวกท่านอยู่บ้างนะครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ