ประเสริฐ จันทรรวงทอง หารือเหตุกราดยิงที่นครราชสีมา โดยตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินของรัฐ ทั้งการไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ความล้มเหลวในการแจ้งเตือนประชาชน และการขาดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ พร้อมวิพากษ์บทบาทของกองทัพและรัฐบาล รวมถึงภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี ขณะเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพและการจัดการวิกฤติอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำอีก
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๕๖ เรื่อง เหตุการณ์ทหารคลั่งยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตที่จังหวัดนครราชสีมา ถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่เสียดายเป็นอย่างยิ่งวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบเองได้ ท่านเดินทางไปราชการที่จังหวัดน่านเพื่อไปปลูกป่า ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่กระทบจิตใจคน ทั้งประเทศที่ถูกต้องแล้วท่านต้องมาตอบเอง ท่านประธานที่เคารพ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ สะเทือนขวัญ โศกนาฏกรรมที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประชาชน ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ๓๐ ราย บาดเจ็บ ๕๘ ราย ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ชาวโคราชและคนไทยทั้งประเทศต่างเศร้าสลดกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น รุนแรงที่สุดในประเทศ ส่งผลกระทบต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และกระทบกระเทือนจิตใจ ของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศและคนโคราช ก่อนอื่นสภาแห่งนี้จะต้องขอแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของผู้สูญเสียทุกคน และต้องขอขอบคุณท่านผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกท่านที่ได้ปฏิบัติ หน้าที่อย่างเต็มกำลัง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนทำให้เหตุการณ์ได้คลี่คลายด้วยดี เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา สิ้นสุดเมื่อเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น รวมเป็นเวลา ๑๗ ชั่วโมงเศษครับ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน สาเหตุที่ยาวนานอาจจะเกิดจากสาเหตุเรื่องแรกก็คือจากการที่คนร้ายมีอาวุธสงครามแล้วก็ มีความชำนาญอย่างยิ่งในการใช้อาวุธสงคราม นอกจากนั้นแล้วยังเกิดจากความหละหลวม ของกองทัพในการขาดประสิทธิภาพปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นโดยไม่ระงับเหตุไว้ก่อน จึงทำให้เหตุการณ์บานปลายลุกลามจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้เดินทางไปที่โคราชในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ หลังจากที่เหตุการณ์ได้สงบลงแล้ว เป็นการเดินทางหลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ๑๗ ชั่วโมง ๔๗ นาที ทั้ง ๆ ที่ท่านควรจะเดินทางไปโดยเร็วในทันทีที่ทราบว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นเพื่อไป บัญชาการด้วยตนเองในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งมีหน้าที่โดยตรง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปถึงโคราชแล้วยังมีกิริยาต่าง ๆ ที่แสดงออกถึงความไม่เหมาะสมขาดซึ่งภาวะผู้นำ เพราะขณะที่ชาวโคราชนั้นยังอยู่ในภาวะ เศร้าโศกเสียใจ ท่านกลับทักทายพี่น้องประชาชนด้วยการทำสัญลักษณ์มินิฮาร์ต (Mini heart) โบกมือทักทายพี่น้องประชาชน ทำอย่างกับเหมือนต้องการที่จะเบี่ยงเบนประเด็นเรื่องดังกล่าว โดยไม่อนาทรร้อนใจแต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามนี้ถามต่อ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เนื่องจากสาเหตุว่าเป็นเรื่องสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ ผู้ก่อเหตุเป็น ทหารในกองทัพ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นอาวุธของกองทัพ มูลเหตุเกิดจากความขัดแย้งของคน ในกองทัพ แล้วทำไมต้องให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องมารับเคราะห์กรรมด้วย ผมเข้าใจดีครับ ท่านประธาน ทหารมีทั้งทหารดีและทหารเลว คนไหนดีก็ว่ากันไป คนไหนเลวก็ต้องรับผิด สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ ความสามารถของกองทัพและของรัฐบาลในการ แก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างทันท่วงทีว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด สามารถคุ้มครอง และสร้างความมั่นใจให้กับชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ตอนเกิดเหตุใหม่ ๆ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒ เรื่องที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานในเรื่องนี้
เรื่องที่ ๑ ภาคราชการเองไม่มีการแจ้งเตือนภัยร้ายแรงให้กับพี่น้องประชาชน ทราบแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่คนที่แจ้งข่าวคนแรกต้องเป็นภาคราชการที่จะต้องให้ประชาชนได้รับรู้ วันที่เกิดเหตุการณ์ประชาชนต้องอาศัยข่าวทางไลน์ (Line) เฟซบุ๊ก หรือดูทีวี (TV) ช่องต่าง ๆ ผมต้องขอขอบคุณสื่อทีวี (TV) หลายช่องที่ได้ถ่ายทอดในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยรัฐทีวี ช่อง ๓๒ ได้ถ่ายทอดตลอดเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ ทำไมรัฐบาลไม่ถ่ายทอดโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยหรือทีวีพูล (TV Pool) ผมมีความแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่มีคนร้ายยิงคนทั่วโคราชประชาชนกลับไม่ทราบข่าวสารแต่อย่างใด ถ้ามีการถ่ายทอด จะเป็นการแจ้งข่าวเตือนภัยร้ายให้กับประชาชนได้รับทราบเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเส้นทางคมนาคมที่พี่น้องประชาชนที่ต้องหลีกเลี่ยง
ข้อสังเกตอันที่ ๒ หลังจากเกิดเหตุไม่มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ ขึ้นมาเพื่อเผชิญเหตุแต่อย่างใด ไม่มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชน ครอบครัวผู้เสียหายไม่รู้ว่าจะไปแจ้งเหตุแจ้งอะไรที่ไหนในโคราช ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ที่เกิดนั้นถ้ากองทัพสามารถหยุดเหตุร้ายได้ตั้งแต่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ประชาชน ก็ไม่ต้องมาเสียชีวิต ถ้าคนร้ายไม่สามารถเดินทางไปที่ห้างเทอร์มินอลได้ หยุดเหตุจากในวัดแล้วประชาชน ก็ไม่ต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก ผมมีเรื่องที่อยากกราบเรียนก็คือว่าสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึง ความหละหลวมของกองทัพและการขาดประสบการณ์จนทำให้หลายคนมองว่าถึงเวลาแล้ว หรือยังที่ต้องปฏิรูปกองทัพ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อเป็นการกระชับเวลาผมขออนุญาต เข้าสู่คำถามที่ ๑ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควรในการถามคำถามเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่
คำถามข้อที่ ๑ ทำไมรัฐบาลไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงมีประชาชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเกิดขึ้นกลางเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ ๒ ของประเทศในย่านเศรษฐกิจ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นจะทำให้หน่วยงานทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือพลเรือน เขาสามารถมาร่วมกันป้องกันแก้ไขปราบปราม และระงับยับยั้งในการช่วยเหลือประชาชนได้ คนร้ายใช้อาวุธสงครามออกมายิงประชาชน ในย่านศูนย์การค้าอย่างบ้าคลั่ง ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้ประเมินสถานการณ์ในเรื่องนี้ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงในชีวิต โดยมองว่าเรื่องนี้ เป็นการก่ออาชญากรรมธรรมดาสามารถใช้อำนาจกฎหมายตามปกติได้ จึงได้มอบให้ ผบ.ตร. ซึ่งเป็น ผบ. เหตุการณ์ในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาธรรมดา ประกอบกับท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้เดินทางไปด้วยตนเองเลยไม่เห็นสถานการณ์จริงทำให้ การตัดสินใจในครั้งนี้ผิดพลาดอย่างมหันต์ ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตท่านประธาน ได้แสดงกราฟิก (Graphic) เพื่อชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ แต่เป็น เหตุการณ์ที่มีความรุนแรงที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วมีความชอบธรรมที่จะดำเนินการแต่รัฐบาลไม่ทำ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานที่เคารพครับ จุดที่ ๑ เริ่มจากบ้านพันเอกมีผู้เสียชีวิต ๒ ราย บาดเจ็บ ๑ ราย จากนั้นคนร้ายได้เดินทางไป จุดที่ ๒ ที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์อยู่ในบริเวณกองทัพภาคที่ ๒ ภายในค่ายมีจุดตรวจเข้าออก อย่างหนาแน่น มีทหารเฝ้าคลังอาวุธ มีทหารประจำจุดสำคัญต่าง ๆ นอกจากนั้นแล้วยังเป็น ที่ทำงานเป็นบ้านพักของทหารอีกเป็นหมื่น ๆ นาย คนร้ายใช้เวลาอยู่ในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ผมเข้าใจว่าประมาณ ๕๐ นาทีในการชิงอาวุธสงคราม ชิงรถ แล้วก็ยิงเจ้าหน้าที่เสียงดังกึกก้อง ทั้งกองทัพภาคที่ ๒ แต่ดูเหมือนไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครสนใจเลยท่านประธาน ไม่มีแม้กระทั่ง สัญญาณไซเรน (Siren) เตือนภัยหรือวิทยุแจ้งสกัดคนร้ายแต่อย่างใด จากนั้นคนร้ายได้มายัง จุดที่ ๓ ก็คือวัดป่าศรัทธารวม ตรงจุดนี้ผมทราบจากพระลูกวัดว่าคนร้ายอยู่ในวัดประมาณ ๖๐ นาที ไล่ยิงชาวบ้านที่เข้าออกบริเวณวัดเนื่องจากไปทำบุญวันมาฆบูชา เป็นวันมาฆบูชา เลือดเสียชีวิตไป ๙ ศพ จุดสุดท้ายคนร้ายได้มุ่งไปยังเทอร์มินอลจุดที่ ๔ ซึ่งเชื่อว่าจุดที่ ๔ นั้น จะต้องตามไปสังหารคนอีกหลายคน ท่านประธานครับ จากจุดที่ ๔ ไปยังห้างเทอร์มินอลนั้น มีระยะทางประมาณ ๖.๕ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางผมไปทดสอบด้วยตัวเองประมาณ ๓๐ นาที มีไฟแดงอยู่ ๙ จุด เพราะฉะนั้นการที่คนร้ายจะเดินทางไปได้รวดเร็วนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ ระยะเวลาเดินทางจากบ้านพันเอกจนไปถึงเทอร์มินอลเป็นระยะ ๒๓.๕ กิโลเมตร คนร้าย ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมง ๔๐ นาที ถ้าสามารถสกัดคนร้ายได้จบที่ค่าย คนอีก ๙ คนในวัดก็ปลอดภัย ถ้าสามารถสกัดคนร้ายจบที่วัดป่าได้คนในห้างก็ปลอดภัย ค่ายทหารห่างจากวัดไม่นานครับ ใช้เวลาเดินทาง ๑๐ กว่านาที ถ้ามีการประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินกองกำลังทุกฝ่ายก็สามารถเข้าระงับเหตุ แต่ปรากฏว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นที่ได้ เข้ามาป้องกันแต่อย่างเดียว เหตุใดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ซึ่งเชื่อว่ามีระบบความปลอดภัยสูงสุด จึงไม่สามารถควบคุมสถานการณ์และระงับเหตุร้ายภายในค่ายได้ ไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย และก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างมากขึ้น จึงเป็นคำถามข้อแรกของกระผม ทำไมรัฐบาล จึงไม่ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ในสภาวะฉุกเฉิน นั่นเป็นคำถามข้อที่ ๑ ครับท่านประธาน