วรศิษฎ์ ถามแนวทางเยียวยาท่องเที่ยว หลังโควิดกระทบหนัก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หารือสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาที่ส่งผลกระทบต่อทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับความเดือดร้อนจากการลดลงของนักท่องเที่ยวชาวจีน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการเยียวยา ฟื้นฟู และสร้างความเชื่อมั่นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศและแผนรับมือการขาดแคลนนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้อนุญาตให้ผมตั้งกระทู้ถามสดกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาในวันนี้ ซึ่งผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมกำลังจะถามต่อไปนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าวันนี้เรื่องที่เป็นประเด็นร้อนและได้รับความสนใจ จากสังคมมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการระบาดของโรคปอดอักเสบสายพันธุ์ใหม่ หรือว่าไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ที่เราทุกคนรู้จักกันในชื่อนี้ ซึ่งตอนนี้ก็ค่อนข้างเป็นที่ แน่ชัดแล้วว่ามีต้นกำเนิดการระบาดมาจากเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน และระบาดไปยังประเทศต่าง ๆ กว่า ๒๐ ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส ประเทศแคนาดา สหราชอาณาจักร รวมไปถึงประเทศไทย ซึ่งได้สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในหลายประเทศทั่วโลก สถานการณ์ ณ ปัจจุบันวันนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศไทยทั้งหมด ๒๕ ราย รักษาหายแล้ว ๘ ราย และอีก ๑๗ รายกำลังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล เป็นข้อมูลอัปเดต (Update) ในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ก็คือเมื่อวาน เรื่องนี้ผมไม่โทษใครและไม่คิดว่าเป็นความผิดของใครด้วย แต่ในเมื่อ ปัญหามันเกิดขึ้นแล้ววันนี้สิ่งที่พวกเราจะต้องร่วมกันทำก็คือหาวิธีการแก้ปัญหาออกมาให้ดีที่สุด ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยที่ได้ทำงาน กันอย่างหนัก บางหน่วยงานต้องบอกว่าทุ่มเทมากหามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียว เพื่อที่จะควบคุม สถานการณ์การระบาดนี้ให้อยู่ในวงที่เราจำกัดไว้ รวมไปถึงกำลังใจทุกกำลังใจที่ส่งไปถึง พี่น้องชาวจีน ซึ่งผมเชื่อว่าพี่น้องชาวจีนทุกท่านสามารถที่จะรับรู้ถึงความปรารถนาดีที่เรามอบ ให้ได้ เมื่อวานผมมีโอกาสได้ดูสื่อจีนบางที่บางฉบับก็ได้มีการกล่าวขอบคุณพี่น้องคนไทยด้วย ที่เป็นมิตรที่ดีคอยช่วยเหลือในยามยากและอยู่เคียงข้างกันตลอดระยะเวลาที่เกิดวิกฤติ นี่คือ สิ่งที่พี่น้องชาวจีนรู้สึก อย่างน้อยก็เป็นเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่องวิกฤติที่เรากำลังประสบพบเจอ สถานการณ์ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ในตอนนี้นอกจากจะส่งผลกระทบในเรื่องของ สุขภาพกายและสุขภาพจิตของพี่น้องประชาชน แล้วยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ยิ่งไปกว่านั้นวิกฤติไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ส่งผลให้ผู้คนทั้งไทยและต่างประเทศ เกิดความวิตกกังวลในเรื่องของการระบาดของเชื้อไม่กล้าเดินทางออกนอกประเทศ ไม่กล้าไปเที่ยว ประกอบกับทางการจีนก็ได้มีการจำกัดบริษัทนำเที่ยวไม่ให้มีการจัดการท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยนั้นมีจำนวนลดลงอย่างน่าใจหาย ก่อนหน้านี้ผมเคยได้หยิบยกเรื่องของการท่องเที่ยวขึ้นมาอภิปรายในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้แล้ว ครั้งหนึ่งว่าภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ ให้กับประเทศ สร้างเม็ดเงินกว่า ๓ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่มาจากนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติประมาณ ๒ ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ ๓๘ ล้านคน และจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ ๑ ล้านคน ในจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ ๓๘ ล้านคน ที่เป็นชาวต่างชาตินั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนประมาณ ๑๐ ล้านคน เป็นตัวเลขที่สูงมาก ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในบรรดาทุกประเทศที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย หรือว่ามีจำนวน มากกว่า ๑ ใน ๔ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้ามา เมื่อเราเห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะกำลังเห็นถึงความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของประเทศไทย และผลที่เกิดขึ้นไม่ต้องรอนาน ท่านประธานครับ วันนี้ก็เห็นผลแล้วครับ เมื่อวานผมเดินทางมาจากพื้นที่ขึ้นมากรุงเทพฯ มาทางสนามบินก็เห็นได้ชัดว่านักท่องเที่ยว ลดลง ลดลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะในหัวเมืองหลัก ๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมไปเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดกระบี่ เกาะสมุย กรุงเทพมหานคร หรือแม้กระทั่งจังหวัดสตูลจังหวัดเล็ก ๆ บ้านผมเองนักท่องเที่ยวก็ยังลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในธุรกิจโรงแรมห้องว่างมีการยกเลิกห้องพัก เรือนำเที่ยวจำนวนมากก็ต้องจอดครับ เพราะว่า ไม่มีผู้ใช้บริการ รวมไปถึงรถนำเที่ยวก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ร้านอาหารยอดขายก็ตก ร้านขายของที่ระลึกคนซื้อก็ลดลง เมื่อของขายไม่ได้วัตถุดิบก็ขายไม่ได้เช่นกัน ของที่ระลึก ที่เคยเป็นรายได้จากการผลิตของพี่น้องในชุมชนวันนี้ก็ขาดหายไป ธุรกิจเหล่านี้ได้รับ ผลกระทบเป็นวงกว้างครับ ซึ่งเราก็เห็นได้ตามข่าวในหน้าสื่อต่าง ๆ เห็นได้ว่าผลกระทบ ที่เกิดขึ้นไม่ได้เสียหายแค่ในเรื่องของการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ถึงธุรกิจอื่น ๆ เช่นกัน จากการรายงานก่อนหน้านี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยนั้น สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาเจอกับวิกฤติไวรัสโคโรนา (Virus Corona) จากตัวเลขในช่วงแรก หลังการระบาดของเชื้อไวรัสนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และได้มี การลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดข้อมูลวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนลดลง ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะลดลงต่อไป เรื่อย ๆ ถ้าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เพราะนักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว จองที่พัก ไว้แล้ว จองสถานที่ท่องเที่ยวไว้แล้วก็มีการทยอยกันยกเลิก วิกฤตินี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะ ในประเทศไทย แต่ได้ส่งผลกระทบไปถึงประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมไป จากข้อมูลที่ผมรับทราบขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีการบูรณาการร่วมกับ กระทรวงต่าง ๆ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และได้มีการตั้งวอร์รูม (War room) เพื่อติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการระบาดของเชื้อไวรัสนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงได้มีการประเมินตัวเลขความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของไทย เดี๋ยวผมขออนุญาตถาม ๓ ข้อทีเดียวเลย เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบทีเดียวเลย

คำถามแรกก็คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือหลังจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ได้สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรม การท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นวงกว้างนี่นะครับ ในระยะสั้นท่านมีนโยบายที่จะช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างไรบ้าง นั่นคือคำถามข้อที่ ๑ และต้องยอมรับว่าวันนี้ความกลัวคือปัญหาใหญ่ที่สุดสำหรับเศรษฐกิจ เพราะว่าเป็นตัวกำหนดความเชื่อมั่นของคนต่างชาตินะครับ

คำถามที่ ๒ ผมอยากถามว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ในระยะยาวภาครัฐมีวิธีการอย่างไรบ้างที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ต่างชาติที่จะเข้ามาเที่ยวประเทศไทย รวมไปถึงมีมาตรการอะไรบ้างที่จะเป็นการกระตุ้นให้ นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นในอนาคต ซึ่งวิกฤติที่เราเจอ ในวันนี้ก็คือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยลดลง จากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ซึ่งเราก็ต้องบอกว่าคาดเดาได้ยากครับว่า สถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไร ในเวลานี้เราควรที่จะมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือว่าไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นนะครับ

คำถามที่ ๓ ที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีก็คือท่านมีการวางแผนยุทธศาสตร์ การท่องเที่ยวในประเทศไว้อย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการทดแทนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่หดตัวลง ขอบพระคุณครับ