เสมอกัน เสนอ One Map แก้ปัญหาที่ดินทำกินอย่างยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓

เสมอกัน เที่ยงธรรม หารือปัญหาที่ดินทำกินในอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่แต่มีเอกสารสิทธิ์เพียงเล็กน้อย พร้อมเสนอให้มีการจัดทำแผนที่ที่ดินแบบบูรณาการ (One Map) โดยเลือกใช้ข้อมูลที่รัฐสูญเสียผลประโยชน์มากที่สุดเพื่อลดข้อขัดแย้ง และเสนอให้รัฐเปลี่ยนมุมมองการจัดการป่าสงวน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทำประโยชน์ในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์อยู่แล้ว รวมถึงพิจารณาจัดเก็บรายได้จากการใช้ที่ดินแทนการยึดคืนอย่างเข้มงวด

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ทั้งหมดวันนี้ ๑๔ ญัตติมีผู้ร่วมอภิปรายเสนอและสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนไม่รู้อีกจำนวนเท่าไร ทุก ๆ ท่าน ได้พูดกันถึงปัญหาที่ได้พบกัน ในวันนี้การอภิปรายของผมจะขอพูดถึงปัญหาให้น้อยที่สุด เพราะผมเชื่อว่าแต่ละท่านที่อภิปรายวันนี้ปัญหาก็จะไม่ต่างกันมาก ในวันนี้ผมจะขอเสนอ มุมมองในเรื่องของการปฏิบัติในการแก้ไข แต่ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเฉพาะในพื้นที่ของผม ให้ท่านฟังสักเล็กน้อย อำเภอด่านช้างซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอำเภอ ที่ใหญ่ที่สุดมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ ไร่ เปรียบเทียบก็ประมาณใกล้ ๆ ๑,๒๐๐ ตารางกิโลเมตร หลาย ๆ ท่านอาจจะนึกไม่ออกว่าใหญ่ขนาดไหน ก็ใหญ่กว่าประเทศสิงคโปร์ สักประมาณ ๑.๕ เท่า ใหญ่กว่าจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดสมุทรสาครรวมกันเนื้อที่พอ ๆ กับจังหวัดสมุทรปราการทั้งจังหวัดนี่คือแค่อำเภอเดียว แต่อำเภอนี้มีพี่น้องประชาชนประมาณ ๖๐,๐๐๐ คนเศษ แต่ที่น่าตกใจคืออะไร ทั้งอำเภอมีการออกโฉนดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ถึง ๒๐๐ ฉบับ เนื้อที่ทั้งหมด ๑,๐๐๐ กว่าไร่ มีเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ประมาณแสนไร่เศษ เหลือเนื้อที่อีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ที่เป็นพื้นที่ป่าไม้ เป็นพื้นที่อุทยาน ตรงนี้ละครับที่เป็น ปัญหา อำเภอด่านช้างมีแม้กระทั่งชนเผ่าชาติพันธุ์ แต่เป็นคนไทยแท้มีบัตรประชาชน มีสิทธิ ลงคะแนนได้ คนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่มีที่ดินทำกิน วันนี้ที่ผมจะพูด หลายท่านพูดกันแล้ว ว่าเรามีคณะกรรมการ คทช. มีคณะกรรมการแต่ว่ายังไม่ได้เริ่มกันเลย เริ่มแต่ศึกษายังไม่ได้ มีอะไรปฏิบัติ สิ่งหนึ่งที่ทุกคนพูดกันมากที่สุดก็คือวันแมป (One Map) ทุกวันนี้ผมไม่แน่ใจว่า เรามีวันแมป (One Map) นี้กี่แมป (Map) ทหาร ๑ แมป (Map) กรมที่ดิน ๑ แมป (Map) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๑ แมป (Map) กรมป่าไม้ ๑ แมป (Map) ผมอยากจะขอเสนออย่างนี้ อยากจะให้มีวันแมป (One Map) จริง ๆ แล้วก็เลือกง่าย ๆ เลย ขอย้ำเลยเอาอันที่ภาครัฐเสียผลประโยชน์มากที่สุด เพราะอะไรเพราะการที่ถ้าเกิดภาครัฐ เสียผลประโยชน์มากที่สุดจะลดความขัดแย้งกันในระหว่างภาคประชาชนด้วยกันเอง ถ้าเกิด เราปล่อยให้ภาครัฐได้ผลประโยชน์มากที่สุดคนที่เสียผลประโยชน์มากที่สุดก็คือภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฟ้องข้อพิพาททับเขตกัน ไม่ว่าจะฟ้องว่าเป็นคนรุกป่าหรือป่ารุกคน ช่างมันเถอะ ครับตรงนี้ในเมื่อ ๆทุกตารางนิ้ว ทุก ๆ พื้นที่ ทุก ๆ ไร่ เราก็อยากจะทำเพื่อประชาชนอยู่แล้ว อยากจะขอเสนออย่างนี้ เราลองได้ไหมกันพื้นที่ป่าสมบูรณ์ก่อนเลย ขีดไว้เลยว่าป่าสมบูรณ์ มีอยู่เท่าไรตรงไหน พื้นที่เขตทหารตรงไหน พื้นที่ราชการตรงไหน ที่เหลือเราค่อยมาไกล่เกลี่ย จะได้เกิดปัญหาข้อพิพาทระหว่างประชาชนน้อยที่สุด เพราะตราบใดที่ประชาชน ๒ ฝ่าย เกิดข้อพิพาทกันแล้วตัดสินยาก ถ้าเกิดเป็นภาคประชาชนกับภาครัฐ ขอย้ำว่าเป็นประชาชน ไม่ใช่กลุ่มนายทุน หนักนิดเบาหน่อยเราก็ถือโอกาสเสียว่าไม่เป็นไร รัฐก็เสียสละให้ ประชาชน ก็จะได้มีที่ทำกิน ประชาชนมีที่ทำกินทำการเกษตรได้ ประชาชนจะมีฐานะ มีฐานะปลอดหนี้ ปลอดสินประเทศก็จะเจริญ จีดีพี (GDP) ก็จะโตขึ้น และที่สำคัญปัญหาก็จะมาถึงพวกเรา ทุกคน ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่จะมาถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๕๐๐ คนนี้ก็จะน้อยลง พวกเราก็จะได้มีเวลาไปทำงานในภาคนิติบัญญัติได้มากขึ้น นี่คือ ข้อเสนอในเรื่องของวันแมป (One Map) ของผม ลำดับถัดไปผมอยากจะให้รัฐเปลี่ยนมุมมอง นิดหนึ่ง ทุกวันนี้เรามีพื้นที่ป่าสงวน บางที่เป็นพื้นที่ที่ประชาชนได้รับเอกสารสิทธิ แต่บางที ใช้ผิดประเภท ยกตัวอย่างบางจังหวัดที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามพื้นที่ที่ประชาชนได้รับเอกสารสิทธิ ให้ทำการเกษตร แต่กลับไปทำที่พัก ไปทำสถานที่ท่องเที่ยว ผมว่าตรงนี้ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ถ้าไม่ได้รุกล้ำเกินจากเอกสารสิทธิที่เขาได้มา ผมว่าเราน่าจะปล่อยให้เขาทำ เขาทำรีสอร์ต (Resort) มีรายได้ เสียภาษีให้ชุมชน เสียภาษีท้องถิ่น จะกลับไปให้เขาไปทำการเกษตร ซึ่งทุกวันนี้ก็ประสบปัญหาราคาเกษตรตกต่ำจนไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ผมว่ามันอาจจะ ไม่เหมาะสม มีอีกหลาย ๆ ที่ที่ป่าสงวนที่เรายึดมาเราทำใจสักหน่อยได้ไหมครับ เราทำใจว่า ต่อไปนี้จะไม่มีแล้ว เรามีอยู่แค่นี้ เรากล่ำกลืนฝืนกินนิดหนึ่ง อย่าไปคิดว่าต่อไปจะโกง ยึดมาให้หมด เปลี่ยนจากการทำลายเปลี่ยนเป็นเปิดประมูลสัมปทานจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ ผมว่าน่าจะดีกว่า หลาย ๆ พื้นที่ หลาย ๆ จังหวัดโดนบุกรุกป่าสงวน ปลูกปาล์มบ้าง ปลูกยางบ้าง ทุก ๆ วันนี้ประเทศไทยเรารณรงค์เรื่องป่าไม้กัน เรารณรงค์ให้ปลูกต้นไม้กัน ปลูกป่า แต่พอเป็นป่าที่ประชาชนรุกเข้าไปปลูกต้นไม้เหมือนกันครับ ยางก็ถือเป็นไม้ยืนต้น แต่สุดท้ายเราไปตัดทิ้ง เปลี่ยนจากการตัดทิ้งเปลี่ยนเป็นเปิดประมูลสัมปทานดีไหมครับ เก็บรายได้เข้ารัฐแล้วเราก็ล้อมกรอบ เรานับกันว่าหลังจากนี้จะไม่มีอีกแล้ว ขอให้ไม่มีจริง ๆ เรื่องนี้ไม่ยากครับ บอกได้เลยครับ อยู่ที่ข้าราชการเป็นหลัก ถ้าข้าราชการทุกคนปฏิบัติ ตามกฎหมาย ใช้ข้อบังคับ ใช้ข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผมเชื่อว่ามันจะไม่มีการบุกรุกอีก ที่ผ่านมาทุกอย่างมีกฎหมายหมด เพียงแต่ว่าข้าราชการไม่ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มันเลยทำให้มีช่องโหว่ จริง ๆ มุมมองเรามันมีแค่นี้ถ้าเกิดอยากจะให้ทุก ๆ คน ฝากไปถึง รัฐบาลด้วยว่าถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองว่าจะไม่มีการโกงกันอีก ดีกว่าที่ว่าเราจะคิดปล่อยไว้ ทำแบบนี้เดี๋ยวก็โกง ทำแบบนี้ก็โกง ทุกประเทศมีการโกง ทุกประเทศมีการทุจริตคอร์รัปชัน แต่จะมากจะน้อยอันนั้นขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชนในประเทศนั้น ๆ เราต้องไว้ใจคนไทยเราด้วยกันเอง เราต้องทำใจว่ามันมีการโกงแน่ เราจะทำอย่างไรให้ว่า โกงน้อยที่สุดแล้วก็รักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ได้มากที่สุด สุดท้ายนี้ผมขอสนับสนุนให้มี การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน ขอบคุณครับ