บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือปัญหาการบริหารจัดการที่ดินและผังเมืองที่ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างปลวกแดง จังหวัดระยอง ที่ยังมีที่ดินไร้เอกสารสิทธิจำนวนมาก เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และป่าไม้ พร้อมผลักดันการออกเอกสารสิทธิอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของประเทศ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกป่าและได้รับความมั่นคงในที่ดินเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้ยืม
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสท่านประธาน ท่านสมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนญัตติ เพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อทำการศึกษาแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ที่ดินป่าไม้ และเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้เป็นวาระแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพ ในประเทศไทยนั้นมีที่ดิน ทั้งสิ้น ๓๒๐ ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ เหลือเพียง ๓๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เป็นพื้นที่ที่เป็นชุมชนสิ่งปลูกสร้าง ๕.๕๙ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันรัฐบาลยังบริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับที่ดินของประเทศไทยได้ยังไม่มีประสิทธิภาพ สืบเนื่องจากว่าเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ดังนี้
๑. ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเหลื่อมล้ำของปัญหาที่ดินนั้นเหลื่อมล้ำทั้งเรื่อง ของการถือครองเอกสารสิทธิและการถือปริมาณที่ดิน คนจนจำนวนมากไม่มีที่ดิน บางท่าน ก็มีที่ดินไม่เพียงพอ คนฐานะดีก็มีที่ดินมากเกินไปและที่สำคัญไม่นำมาใช้ประโยชน์
๒. มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย มีหน่วยงาน กระทรวงและกรมที่ดูแลกฎหมายที่ดิน จำนวนมาก จึงขาดการบูรณาการในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดิน แต่ดีใจที่มี พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
๓. ก็คือปัญหาเรื่องของการทับซ้อนที่ดินของรัฐและเอกชน รวมทั้งเอกชน ด้วยกันเองก็ซ้อนทับกัน อันนี้ก็เป็นปัญหา
ต่อไปก็เรื่องปัญหาการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นปัญหาที่ ๔ เรื่องของผังเมืองว่าพื้นที่ใดควรจะใช้ประโยชน์เพื่อระบบนิเวศที่ดีที่สุด และเพื่อความคุ้มค่า และยั่งยืนในการใช้ที่ดินให้มากที่สุด อันนี้ก็เป็นปัญหา เรื่องนโยบายของที่ดินนั้นปัจจุบันนี้ พื้นที่ใดควรจะเป็นอุตสาหกรรม พื้นที่ใดควรจะเป็นเกษตรกรรมก็ยังไม่ชัดเจน ยกตัวอย่างที่จังหวัดระยอง พื้นที่อำเภอปลวกแดงเป็นอุตสาหกรรมเกือบทั้งเมืองแล้วนะครับ แต่ก็ยังมีพื้นที่ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิอยู่ ซ่อนอยู่ในพื้นที่นั้นจำนวนมาก สิ่งนี้ก็เป็นปัญหา ที่นำเรียนในที่ประชุมแห่งนี้เพื่อที่ท่านประธานจะได้ฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นนั้นนำไปพิจารณาศึกษา ผมขอเสนอแนะเป็นข้อ ๆ ดังนี้นะครับ
ข้อที่ ๑ ขอให้ประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ ๓๒๐ ล้านไร่นั้น ได้กันพื้นที่ป่าออกไป เสียก่อน พื้นที่ป่าในปัจจุบันนี้มีเพียง ๓๑ เปอร์เซ็นต์ เคยมีพื้นที่ป่าที่ลดลงไปต่ำที่สุดถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์เมื่อปี ๒๕๐๔ ขอประทานโทษ ในปี ๒๕๐๔ เคยมีพื้นที่ป่าที่มากที่สุดถึงกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เคยมีพื้นที่ต่ำที่สุดในปี ๒๕๔๑ เหลือเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้น สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชชินีนาถ สิริกิติ์ ท่านทรงปรารภ ท่านทรงมีพระราชเสาวนีย์ เรื่องนี้ แล้วก็โชคดีตอนนั้นมีท่านนายกรัฐมนตรี ชื่อชวน หลีกภัย ท่านมีโครงการปลูกป่าถาวร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ก็ทำให้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นจาก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๔๑ ขึ้นมาจนถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าปัจจุบันนาทีนี้ตกมาแล้วเหลือ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ จะต้องกันพื้นที่ป่าให้คืนกลับไปกลายเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์โดยเร็ว ตรงนี้ต้องกันพื้นที่ ๓๒๐ ล้านไร่ออกไปเป็นป่าเสียก่อนนะครับ ทีนี้ ๓๒๐ ล้านไร่นั้น เมื่อกันพื้นที่ป่าออกไปแล้ว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๑๒๘ ล้านไร่ จึงจำเป็นจะต้องเอาพื้นที่ที่เหลือหักพื้นที่เอกชนออกไป อีก ๙๐ ล้านไร่ ก็เหลือพื้นที่ที่รัฐบาลจะได้จัดสรรให้ราษฎรไปทำกิน ซึ่งพื้นที่ที่ยังเหลื่อมล้ำ กันอยู่ตรงนี้ก็คือพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่ที่เป็นการถือครองของรัฐบาลที่จะต้องรีบเร่งบูรณะ ให้เกิดพื้นที่ป่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว วิธีการฟื้นฟูพื้นที่ป่านั้นก็คือการที่ทำให้พี่น้องประชาชนนั้น ปลูกป่าที่เป็นต้นไม้ ป่าที่เป็นป่าดั้งเดิม ป่าธรรมชาติที่มีความทนแล้งแล้วก็มีความทน ธรรมชาติได้ ไม่สามารถที่จะปลูกไม้ที่ไม่ใช่ไม้ประจำถิ่นนะครับ แล้วก็จัดให้พี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกป่านั้นมีรายได้โดยมีเทคนิคในการวัดขนาดต้นไม้ที่สูง ๑๓๐ เซนติเมตรขึ้นไป แล้วก็ จ่ายเป็นรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ แต่ว่าให้ทางราชการนั้น จัดให้ราษฎรได้เช่าระยะยาว อาจจะ ๓๐ ปีราคาเช่าที่ต่ำ ๆ อันนี้ก็คือเป็นวิธีหนึ่ง แต่สำคัญ ก็ต้องให้ราษฎรในส่วนที่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ที่เจริญแล้วต้องออกให้เป็นเอกสารสิทธิ เช่นเป็นโฉนดเพื่อที่จะได้มีความมั่นคง แต่ในพื้นที่ใดที่รัฐบาลหวงห้ามไว้ที่จะเป็นพื้นที่ ป่าสงวนที่จะเอาไว้ปลูกป่า รัฐบาลก็จะต้องให้เกษตรกรนั้นได้มีเอกสารสิทธิที่สามารถ ค้ำประกันในชั้นศาลได้ ค้ำประกันการกู้เงินมาลงทุนได้ด้วย ก็ขอฝากทางรัฐบาลได้พิจารณา เรื่องนี้ว่าการมีเอกสารสิทธิก็ต้องมีเอกสารสิทธิในสิ่งที่ไม่กระทบต่อเรื่องของพื้นที่ป่า และพื้นที่ที่จะต้องกันไว้ ขอให้มีเอกสารสิทธิที่มีความมั่นคงในเรื่องของฐานะทางการเงิน และการกู้เงินด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ