ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ หารือปัญหาที่ดินของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่มีสถานะทางกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคารพสิทธิตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการออกกฎหมายที่เป็นมิตรต่อประชาชนและบูรณาการการจัดการที่ดินกับป่าไม้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ได้รับการยอมรับและมีส่วนร่วมในสังคมไทยอย่างเท่าเทียม พร้อมเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ที่เรากำลังอภิปรายนี้คือเรื่องญัตติปัญหาที่ดิน ดินที่ใช้ทำกิน ดินที่ใช้ อยู่อาศัย ดินที่ใช้ในการออกเอกสารสิทธิต่าง ๆ ในฐานะผู้แทนราษฎรจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ผมขออภิปรายในมิติของกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนี้ มนุษย์ทุกคนที่อยู่บนโลกนี้ยืนตามแรงโน้มถ่วง ของโลกที่จะต้องยืน จะต้องอาศัยอยู่บนดินครับ น่าจะแยกประเภทดินออกเป็น ๓ ประเภท ๑. ดินที่มีเอกสารสิทธิที่อยู่ในเมือง อันนั้นมีปัญหาน้อย ประเภทที่ ๒ คือดินที่ยังไม่มีความชัดเจน อย่าง ส.ป.ก. หรือหน่วยงานไหนจะรับผิดชอบ อันนั้นยังที่จะคุยกันได้ แต่ดินอีกประเภทหนึ่ง ที่มีปัญหาอยู่คือดินของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่อยู่ในสถานะประเภทที่ ๑ ที่ ๒ ที่ผ่านมาเลย จึงเป็นปัญหาที่ใหญ่มากสำหรับประเทศไทย ดินแบบนี้ พื้นที่ดินแบบนี้คือปัญหาที่เป็น พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีปัญหาอยู่ ผมอยากเล่าชีวิตผม ผมเกิดมาที่เขาค้อท่ามกลาง ความขัดแย้งเรื่องที่ดินบวกกับภาวะสงครามภายนอกที่เข้ามาเรากระโดดเข้าไปเป็นผู้ขัดแย้ง ในการขัดแย้งเรื่องที่ดินและต่อสู้ในเรื่องที่ดิน แต่หลังจากที่ทุกอย่างลงตัวกันหมดแล้วเราไม่มีสิทธิในที่ดินที่เราเคยต่อสู้มาเลยนะครับ ยกตัวอย่างในการต่อสู้ของการรักษาอธิปไตยที่ดินของประเทศไทย พี่น้องม้งเรามี ๖ กองร้อย ต่อสู้ ณ วันนี้ช่วยรัฐบาลต่อสู้กับอริราชย์ภัยศัตรูที่มาจากนอกประเทศ ณ วันนี้ที่ดินของเขา ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย ยกตัวอย่างประเด็นที่ ๒ ผู้ที่หลงเข้าไปอยู่ในป่าหรือผู้ที่เรียกว่า ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่มีมติ ๖๖/๒๓ จะให้ผู้หลงผิดหรือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยกลุ่มนี้กลับไป อยู่ภูมิลำเนาเดิม ณ วันนี้ยังไม่มีที่อยู่ยังกลับไปอยู่ในภูมิลำเนาเดิมไม่ได้เลย ยกตัวอย่าง ปัญหาที่คาราคาซังมาจนถึงทุกวันนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ ยกตัวอย่างภูทับเบิก ม่อนแจ่ม หรือภูชี้ฟ้า การบูรณการในการแก้ปัญหามิติของคนเมืองหรือหน่วยงานรัฐจะมองเป็นภัย เป็นผู้ตัดไม้ทำลายป่าอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่ชีวิตของเขาอยู่ในพื้นที่ก่อน พ.ร.บ. และเขาอยู่มา เป็นร้อยปีด้วยซ้ำไป จะปลูกผักปลูกกะหล่ำปลีมีปัญหาเรื่องสารพิษ จะทำเป็นที่พักผ่อน เรื่องการท่องเที่ยวทุบทิ้งบอกไม่ตรงวัตถุประสงค์ นี่คือปัญหาทั้งหลายแหล่ที่แก้ไม่ได้หรือไม่รู้ว่า จะแก้อย่างไร จึงถือโอกาสนี้นับเป็นมิติฤกษ์ยามอันดี เห็นด้วยนะครับ ขอสนับสนุนกับ การมีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องที่ดินทุกอย่างที่จะต้องบูรณาการในวันต่อไป
ปัญหาอีกมิติหนึ่งของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่สรุปโดยรวม ๆ พอที่จะให้พวกเรา ได้เห็นภาพชัด ๆ คือปัญหาการออกกฎหมาย ไม่ว่ามิติในของมติ ครม. ที่ออกมาแล้วกดทับ ไม่เข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาไม่ครบถ้วน
ประเด็นที่ ๒ การประกาศ กระทรวง กรม กอง กระทรวงต่าง ๆ ไม่ใช่ประกาศ เพื่อที่จะปลดล็อกปัญหา แทนที่จะปลดล็อกกลายเป็นไปล็อกให้ชีวิตของเขาทำอะไรไม่ได้
ประเด็นที่ ๓ พ.ร.บ. ป่าไม้ อุทยานต่าง ๆ โดยเฉพาะการประกาศ พ.ร.บ. ป่าไม้ อุทยานล่าสุด ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ภายใน ๒๔๐ วันไม่มีทางหรอกครับท่านประธาน ว่าจะสำรวจหมดทั้งประเทศนี้ แล้วล็อกที่ ๒ ที่จะทำล็อกให้แน่นและทำให้ชาวบ้านที่มีพื้นที่ ที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นใช้สิทธิหรือมีสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่ได้เลย คือจะต้องเป็น ผู้เช่าตลอดไปไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า นี่คือปัญหาที่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และพี่น้องคนไทย ที่มีพื้นที่อยู่มายาวนานเป็นเจ้าของสิทธิตรงนั้นมายาวนานจะถูก พ.ร.บ. ฉบับนี้ล็อกด้วย ตัวของมันเอง นี่คือเป็นปัญหาของระบบการบริหารจัดการอยู่ในขณะนี้นะครับ
ประการที่ ๒ การยึดหลักกฎหมายควรที่จะยึดหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ เขียนไว้อย่างชัดเจนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในเรื่องที่ดินควรที่จะให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ได้ใช้ชีวิตตามวิถีชีวิตดั้งเดิม ตามวิถีชีวิตอัตลักษณ์ที่เขามีสิทธิที่จะใช้ชีวิตตามกฎหมาย และปฏิญญาต่าง ๆ ที่รัฐไทยได้ทำสัญญากับต่างประเทศไว้กับองค์การสหประชาชาติไว้นะครับ
ผมจึงอยากจะฝากประเด็นอีกข้อหนึ่งคือการออกกฎหมายในมิติต่าง ๆ ควรที่จะเป็นมิตรกับประชาชน ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องมองการดูแลพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าป่าไม้ ไม่ว่าที่ดินแบบบูรณาการ ไม่มองเป็นชาวเขา ชาวป่า ชาวเรา แล้วมองพวกเราคือ คนไทย พี่น้องไทย พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนตระหนักในเรื่องนี้และเห็นคุณค่า ของทรัพยากรป่าไม้และที่ดินอย่างดี เพียงแต่ขาดเจ้าหน้าที่ ขาดระบบ ขาดการบริการ ขาดการดูแลมาเป็นมิตรซึ่งกันและกันในการช่วยเหลือกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เราพร้อมและเรายินดีที่จะเดินไปด้วยกันจับมือไปด้วยกัน โดยที่ไม่ทิ้งให้พี่น้องชาติพันธุ์มีปัญหาทิ้งไว้ข้างหลัง ผมจึงสนับสนุนให้พวกเราและตัวผมเอง พร้อมที่จะร่วมในการช่วยเหลือในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาเรื่องที่ดิน ขอขอบคุณมากครับ