ธีรภัทร พริ้งศุลกะ หารือปัญหาที่ดินทำกินที่เรื้อรังมานาน โดยเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งพิจารณาและแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิให้ประชาชน พร้อมเรียกร้องให้บูรณาการข้อมูลแผนที่ภายใต้นโยบายวันแมปเพื่อยุติความซ้อนทับของหน่วยงานรัฐ และผลักดันระบบวันสต็อปเซอร์วิสเพื่อเร่งการออกสิทธิ์ที่ดิน รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งธนาคารที่ดินและขยายสิทธิให้ผู้ถือเอกสาร ส.ป.ก. สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นผู้หนึ่งร่วมกับเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จำนวน ๒๐ ท่าน ขอเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิที่ดินแก่ราษฎร กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยปัญหาปัจจุบันที่ดินทำกินของประชาชนที่มีอยู่เป็นอันมาก และการที่ราษฎรไม่มีที่ดินทำกิน เป็นของตนเองเพื่อการยังชีพและอยู่อาศัย และทั้งที่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง และยังไม่มี การออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชน เป็นต้น ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการถือครองสิทธิ ในที่ดิน โดยไม่มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันอย่างทั่วถึง รวมถึงการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ที่ยังไม่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างราษฎรด้วยกัน หรือราษฎรกับรัฐอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาครัฐขาดการบูรณาการที่ดีจึงทำให้เกิดปัญหา ในการประสานงานและปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกหลายประการ ซึ่งทำให้ขาดประสิทธิภาพ ในการใช้ทรัพยากรที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน และเกิดความไม่เป็นธรรมในการครอบครองที่ดิน ปัญหาดังกล่าวจึงถือเป็นปัญหาที่สำคัญ อย่างยิ่งที่ควรพิจารณาศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนเป็นระบบต่อไป ท่านประธานครับ ญัตตินี้ ผมได้เสนอไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมสมาชิกที่ได้ มีการเสนอญัตตินี้เพิ่มเข้ามาอีก แล้วผมก็ขออนุญาตในขณะนี้เช่นเดียวกัน ขอเสนอญัตติด่วน ของท่านสาคร เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านไม่สามารถมาประชุมได้ในวันนี้เพราะว่าท่านป่วย และขณะนี้ แพทย์ก็ต้องให้ท่านพักผ่อน จังหวะบังเอิญมาตรงกับวาระของเราเข้ามาทันที ผมขอเสนอญัตติ ของในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่านสาคร
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการออกเอกสารสิทธิและปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)
ญัตติของท่านสาครเสนอเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๒ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการออกเอกสารสิทธิและปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎร
ด้วยปัจจุบันราษฎรในทุกพื้นที่ของประเทศประสบปัญหาได้รับความเดือดร้อน เกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิและที่ดินทำกิน เนื่องจากราษฎรได้อยู่อาศัยและประกอบอาชีพ เกษตรกรทำกินมานานแล้วแต่ยังไม่มีการออกเอกสารสิทธิที่ดินให้แก่ราษฎร ที่ดินบางแห่ง ได้มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาดำเนินการสำรวจรังวัดที่ดินเพื่อออกเอกสารสิทธิให้แก่ราษฎร ที่เคยครอบครองอยู่เดิม และในบางพื้นที่ถูกหน่วยงานของรัฐกล่าวหาว่าบุกรุกทั้ง ๆ ที่อาศัยทำกิน มาก่อนเป็นเวลาหลายสิบปี ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการถือครองสิทธิในที่ดินโดยไม่มี ความเสมอภาคและเท่าเทียม รวมทั้งการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ของรัฐยังไม่ชัดเจนทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน และไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นอย่างมาก การไม่ได้รับสิทธิในที่ดินของตนเองก็จะทำให้ ไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้เป็นปัญหาสำคัญส่งผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่และการดำรงชีพของประชาชน จึงขอให้มีการพิจารณาศึกษาและหาแนวทาง แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์แก่ราษฎรต่อไป กระผมจึงขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนการเสนอญัตติทั้งตัวกระผมและของท่านสาคร เกี่ยวข้อง ไปในคราวเดียวกันครับ
ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินก็คงจะได้เห็นแล้วว่าปัญหาเรื่องนี้ เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายในสภาหลายครั้งแล้วว่าปัญหานี้ปัจจุบัน การแก้ไขยังดำเนินการไปได้อย่างล่าช้า ผมมีการอภิปราย มีการหารือ มีการตั้งกระทู้ถาม ไปยังฝั่งรัฐบาลเพื่อให้มีการดำเนินการเร่งรัดในส่วนนี้ให้เร็วขึ้น ท่านประธานครับ ประเทศไทย มีพื้นที่กว่า ๓๒๐ ล้านไร่ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่ที่การทำการเกษตร แต่ปัจจุบัน พื้นที่เหล่านี้ยังมีปัญหาในการทับซ้อน ราษฎรบางส่วนยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน บางส่วน มีการออกเอกสารไปแล้วถึง ๑๐๐ กว่าล้านไร่ ในปัจจุบันนี้ที่ดินเหล่านี้ยังมีปัญหาอยู่ ซึ่งมาตรการในการดำเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมาของเกือบทุกรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหา แต่ปัญหาก็ยังมีการต่อเนื่อง จนกระทั่งรัฐบาลปัจจุบันตั้งใจที่บรรจุยุทธศาสตร์ในการ แก้ปัญหาของความเหลื่อมล้ำด้วยการนำเรื่องของที่ดินนี้เข้ามาแก้ปัญหาด้วย แต่กระผม เห็นว่าปัญหานี้น่าจะได้มีการเพิ่มเติมข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะภาคส่วนจากภาคประชาชน ซึ่งผมเป็นตัวแทนเข้ามาเสนอเพื่อให้คณะกรรมการและรัฐบาลได้นำไปปรับปรุงและแก้ไข เพิ่มเติมเพื่อให้พี่น้องประชาชนซึ่งยังไม่ได้รับสิทธินี้สามารถมีสิทธิในที่ดินได้เร็วขึ้น ท่านประธานครับ
ประเด็นแรกที่ผมขอเสนอแนะก็คือขอให้มีการปรับแนวเขตที่ดินโดยจัดแบ่ง ประเภทที่ดินของรัฐและเอกชนให้ชัดเจน โดยกำหนดให้ประเทศไทยมีพื้นที่แสดงขอบเขต ที่ดินทั่วประเทศนั้นเป็นมาตรฐานแผนที่เดียวกัน โดยใช้แผนที่มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ เป็นมาตรฐานเดียวกันให้เสร็จ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้ดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งเรียกว่า วันแมป (One Map) วันแมป (One Map) ก็คือว่าเป็นการบูรณาการของ หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีปัญหาในการออกแบบมาตราส่วนของที่ดิน เราจะพบเห็นว่าหน่วยงาน เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย หรือแม้แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ละหน่วยงานมีอัตราส่วนในการออกแบบแผนที่ ของตัวเองนั้นต่างไป ผมขอบคุณรัฐบาลที่ได้มีการเสนอและนำนโยบายเรื่องการใช้ วันแมป (One Map) โดยการใช้มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ มาดำเนินการครับ ซึ่งในขณะนี้ทราบว่า ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยเกือบเสร็จสิ้นแล้ว แล้วหวังว่ามาตราส่วนขณะนี้เมื่อมีการทับซ้อน เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ขอให้มีการบูรณาการอย่างชัดเจนว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบ พื้นที่ไหน
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะขอแนะนำไปยังกรรมาธิการถ้าหากมีการตั้งขึ้นก็คือว่า ขอให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้และครอบครองที่ดินของรัฐให้มีความเป็น เอกภาพและมีความต่อเนื่องชัดเจนในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับ รัฐบาลได้มีการจัดตั้งหน่วยงาน ซึ่งเรียกว่าคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเกิดขึ้นเพื่อเป็นการบูรณาการหน่วยงาน เหล่านี้มาด้วยกัน แต่สิ่งที่ผมยังเห็นแล้วว่าแม้มีการตั้งหน่วยงานเหล่านี้แทนที่ว่าจะทำให้ มีการดำเนินการได้อย่างรวดเร็วขึ้น แต่ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าหน่วยงานเหล่านี้ แม้มีการบูรณาการด้วยกันแล้ว จัดตั้งเป็นคณะกรรมการชุดต่าง ๆ รัฐบาลได้แต่งตั้งให้ มีคณะกรรมการถึง ๔ คณะ คณะอนุกรรมการในการขับเคลื่อน มีคณะอนุกรรมการจัดการ หาที่ดินซึ่งมีกรมป่าไม้เป็นผู้ดำเนินการ คณะอนุกรรมการในการจัดที่ดินซึ่งมีหน่วยงาน อย่างเช่น กระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินเป็นผู้ดำเนินการ คณะอนุกรรมการส่งเสริม และพัฒนาอาชีพมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และโดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าร่วม มีคณะอนุกรรมการระดับที่ดินจังหวัดซึ่งเรียกว่า คทช. จังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน และมีหน่วยงานต่าง ๆ เป็นผู้ให้การสนับสนุน ท่านประธานครับ แต่กลายเป็น ว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้การขับเคลื่อนหลายอย่างนี้ล่าช้า เพราะการบูรณาการของแต่ละหน่วยงาน การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานเวลานัดหมายในการประชุมเพื่อขับเคลื่อน จะเห็นได้ว่าขั้นตอนของแต่ละหน่วยงานมันมีปัญหาซ้ำซ้อนและเกิดความล่าช้า แทนที่ว่า สามารถที่จะทำเป็น วันสต็อป (One Stop) ไปจุดเดียวครับ กลายเป็นว่าการจัดคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติซึ่งมีอนุกรรมการมากขนาดนี้ ผมคิดว่า มันทำให้งานล่าช้า ซึ่งทำให้ปัญหาเกิดขึ้นทำให้โครงการของรัฐบาลไม่สามารถเป็นไปตาม อย่างที่รัฐบาลตั้งใจ ยกตัวอย่างมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ อนุมัติให้มีการจัด ที่ดินทำกินในเขตชุมชนในแบบแปลงกรรมสิทธิ์รวม โดยมีเป้าหมายตั้งแต่ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๓ เป็นโครงการ ๖ ปี ดำเนินการใน ๙๑๙ พื้นที่ ๗๐ จังหวัดและ ๑.๕ ล้านไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ ป่าสงวนประมาณ ๑.๔ ล้านไร่ แล้วก็มีป่าชายเลนพวกนี้รวมกันประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็ประมาณ ๑.๕ ล้านไร่ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผลของการดำเนินงานตามแผนงานของ กทช. ปรากฏว่าภายในปี ๒๕๖๒ รวมในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราสามารถจัดคนลงพื้นที่ได้เพียง ๔๘,๐๔๕ ราย ใน ๗๐ จังหวัดเป็นเนื้อที่ประมาณ ๔๔๒,๕๔๕ ไร่ เฉลี่ยท่านประธานใน ๕ ปี ปีหนึ่งทำได้แค่ประมาณ ๘,๐๐๐ คน เพราะมีผู้ได้รับเอกสารนี้เพียง ๔๐,๘๔๕ คนภายใน ๕ ปี ๘,๐๐๐ ต่อ ๑ ปี ท่านประธานขณะนี้มีผู้ประสงค์ที่จะต้องการเอกสารสิทธิเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคนหรือตัวเลขอาจจะมากกว่านี้อาจจะถึง ๑ ล้านคนด้วยซ้ำ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้ชี้แจงไป ท่านประธานครับ ถ้าเราทำได้เพียงแค่ปีละ ๘๐,๐๐๐ คน เป้าหมาย ตรงนี้ผมคิดว่ามันต้องใช้เวลากันเกือบเป็น ๑๐๐ ปี จึงขอให้กระบวนการที่ท่านตั้งใจในการ ที่จะดำเนินการทำ คชก. ขอให้มีการบูรณาการจริง ๆ หน่วยงานไหนที่มีการทำงานซ้ำซ้อน หรือสามารถดำเนินการไปพร้อมกันได้ในระหว่างเดียวกันโดยไม่ต้องรอหน่วยอื่น การจัดหา ที่ทำกินหน่วยงานอีกบางส่วนก็คือขอให้ทำการคำนวณว่าเราจะต้องออกเอกสารสิทธิชนิดใด ให้เกษตรกรไม่ว่าจะเป็นโฉนดหรือว่าจะเป็น สทก. หรือว่าจะเป็นสิทธิในที่ทำกินอย่างเช่น ส.ป.ก. เป็นต้น ขอให้ดำเนินการไปพร้อมกันได้ในขณะที่เราดำเนินการสำรวจ เพราะเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าในแต่ละปีที่ผ่านมาหน่วยงานแต่ละหน่วยงานมีการได้รับการร้องขอของราษฎร ในแต่ละพื้นที่ว่าเขาประสงค์จะทำอะไรกันอยู่แล้ว หน่วยงานเหล่านี้สามารถบูรณาการทำได้เลย เป็นวัน สต็อป เซอร์วิส (One Stop service) และสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายของ รัฐบาล ๑.๕ ล้านไร่ภายใน ๖ ปี เป็นไปได้ ข้อเสนอที่ ๓ ของผมขอให้มีการจัดทำเอกสารสิทธิ เพื่อจัดการปัญหาความเหลื่อมล้ำในที่ดินทำกิน ท่านประธานราษฎรเขาบอกผมเองเพียงแต่ว่า ตัวเขาเองวันนี้ความหวังสุดท้ายของเขาในชีวิตก็คือว่าขอให้มีเอกสารตราครุฑอย่างใดอย่างหนึ่ง คำว่า เอกสารตราครุฑ ก็คือขอให้เป็นเอกสารของทางราชการเพื่อเขาจะได้ทำกินบนพื้นที่นั้น อย่างถูกกฎหมาย อย่างเป็นประชาชนคนไทยเต็มตัว ตรงนี้คือความหวังของเขา คำว่า ตราครุฑ นั่นก็คือราชการ ถ้าเขาได้มีเอกสารชิ้นนี้อยู่ในมือมันเป็นทรัพย์สินชิ้นหนึ่งของเขา ในชีวิต มันมีคำพูดว่าเอกสารอย่างนี้ประชาชนเมื่อได้รับมาแล้วมันไม่มีวันสูญหายไปไหน สิ่งเหล่านี้มันเป็นความภาคภูมิใจของคนที่ได้รับและวันนี้ยังมีคนอีกจำนวนมากที่รอรับ เอกสารชิ้นลักษณะอย่างนี้ที่มีตราครุฑจะเป็นการกล่าวชื่ออะไรก็ได้ขอให้เขาได้มี ไม่ว่าจะเป็น เอกสารมาในนามของโฉนด สทก. หรือแม้แต่ ส.ป.ก. ขอให้เขาได้รับในช่วงชีวิตหนึ่ง ของคนเราขอให้มีเอกสารชิ้นนี้อยู่ในมือในเรื่องที่ผมได้เสนอไปเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้น การที่จะทำให้เขาได้มีเอกสารเหล่านี้อยู่ในมือก็ขอให้มีการดำเนินการอย่างเช่นให้หน่วยงาน กรมที่ดินได้ดำเนินการออกเอกสารโฉนดที่ดินให้ผู้ได้รับการครอบครองเอกสารสิทธิ เช่น ส.ค.๑ น.ส.๓ หรือเอกสารชนิดอื่น อย่างเช่นที่ก่อนหน้านี้เคยมี ภ.บ.ท. ซึ่งราษฎร ได้เสียภาษีกันในช่วงเวลาผ่านมาเป็นหลาย ๆ ๑๐ ปีแล้วก็มีการหยุดเมื่อมีการดำเนินการ เพื่อปฏิรูปที่ดินในปัจจุบัน เอกสารเหล่านี้สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยให้หน่วยงาน อย่างเช่นกรมที่ดินดำเนินการรังวัดขอให้เอกสารเหล่านี้ได้มีโอกาสถึงมือของประชาชนในเร็ววัน ส่วนที่ ๒ ขอให้มีการออกโฉนดชุมชนให้ชุมชนที่ได้อยู่อาศัยและในที่ดินทำกินของรัฐมาก่อน สามารถขอสิทธิในที่ดินทำกินดังกล่าว โดยการออกโฉนดชุมชนเพื่อทำการเกษตรกรรม และอยู่อาศัยโดยอาศัยหลักในการจัดของชุมชนร่วมกัน โดยมีรัฐเป็นผู้สนับสนุน
ส่วนที่ ๓ ขอให้มีการยกระดับสิทธิในเอกสารสิทธิประเภทต่าง ๆ ของ ประชาชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. เพื่อเข้าถึงแหล่งทุนและดำเนิน กิจกรรมเพื่อประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบัน ส.ป.ก. เราใช้เฉพาะพื้นที่ในทางพาณิชย์ เราไม่สามารถที่จะนำเอกสารชิ้นนี้ไปรับประกันในส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น ธนาคารเป็นเงินกู้ เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงที่ดินของตัวเองได้ ก็คงขอเพิ่มสิทธิประโยชน์ในส่วนนี้เพื่อให้ เอกสารสิทธิ อย่างเช่น ส.ป.ก. ได้มีประโยชน์มากขึ้น อย่างน้อยที่สุดคนถือเอกสารสิทธิ อย่าง ส.ป.ก. สามารถไปขอกู้เงินธนาคารได้หรือแม้แต่ค้ำประกัน อาจจะมีคนหรือผู้คน ในครอบครัวของตัวเองที่ทำผิดกฎหมายก็ขอให้เป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกันของคน เช่นนี้ได้ ยกตัวอย่าง ๒ อย่างนี้ ผมคิดว่าคนที่รับเอกสารสิทธิอย่างเช่น ส.ป.ก. ก็จะพึงพอใจ
ข้อที่ ๔ เร่งรัดให้มีการจัดการโครงการธนาคารที่ดินโดยออกกฎหมายรับรอง ดำเนินการธนาคารที่ดิน สามารถจัดหาที่ดินทั้งการจัดซื้อและรับที่ดินจากหน่วยงานของรัฐ และท้องถิ่นนำมาจัดสรรที่ให้กับผู้ไม่มีที่ดินทำกิน สามารถทำกินในรูปแบบของโฉนดชุมชน รวมทั้งให้เงินกู้ยืมแก่ผู้ทำกินในที่ดินโฉนดชุมชน และที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ที่ได้รับสิทธิ ในที่ดินทำกินนั้น ตรงนี้ธนาคารที่ดินก็เป็นนโยบายหนึ่ง ซึ่งผมขออนุญาตเอ่ยนามเลยว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคของผมเป็นผู้ริเริ่มไว้ ปัจจุบันนี้ธนาคารที่ดินไม่ได้รับการขับเคลื่อนมาก จะเห็นได้ว่างบประมาณได้ถูกตัดทอนลงไป แต่ตัวนี้ได้มีผลสัมฤทธิ์มาแล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยท่านอดีตรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้นำนโยบายโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดินนำมาใช้และสัมฤทธิ์ผลมาแล้ว จึงขอให้ยกเป็นตัวอย่างถ้าเราได้ศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดนครปฐม ชุมชนคลองยาง ขอให้ได้ไปรับการศึกษาและเอาตัวอย่างของโครงการนี้มาทดสอบดู และบรรจุเข้าไปในเงื่อนไข ของการให้สิทธิที่ดินของราษฎรก็สามารถจะดำเนินการได้ เพราะเป็นตัวอย่างของโครงการ ที่ได้รับความสำเร็จมาแล้ว นี่ละครับคือประเด็นทั้ง ๓ เรื่อง แล้วก็มีข้อย่อย ๔ เรื่อง ที่จะฝาก ไปกับคณะกรรมาธิการถ้าหากได้มีโอกาสแต่งตั้งผมและท่านสาคร รวมทั้งเพื่อนสมาชิก ทุกท่าน จึงขอเสนอญัตติมาเพื่อให้สภาพิจารณาได้มีการแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณา ผมและเพื่อนสมาชิกขอสนับสนุนญัตติที่ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร ขอบพระคุณท่านประธานครับ