เฉลิมชัย แจงนโยบายจำกัด 3 สารอันตราย หวังคุ้มครองเกษตรกร-ผู้บริโภค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒

เฉลิมชัย ศรีอ่อน ชี้แจงการดำเนินการเกี่ยวกับการจำกัดการใช้สารพิษ 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยย้ำถึงมาตรการความปลอดภัยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค พร้อมรายงานความคืบหน้าจากการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายและการเตรียมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติในวันนี้ ในกรณีเรื่องของ ๓ สาร ซึ่งจะประกอบ ไปด้วยพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ขอกราบเรียนท่านสมาชิกว่ารัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความห่วงใยในส่วน ของความปลอดภัยของผู้บริโภค พร้อม ๆ กับความปลอดภัยของเกษตรกรในการที่จะให้ ทั้ง ๒ ส่วนไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีสารพิษทั้งหลาย ถือว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลได้ประกาศ แล้วก็ดำเนินการมา ผมขออนุญาตนิดหนึ่งในส่วนของการไล่เลียง ในส่วนของการดำเนินการ กรณี ๓ สารพิษตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ซึ่งคณะกรรมการวัตถุอันตรายภายใต้พระราชบัญญัติ วัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้มีการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งคือ คณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นคณะกรรมการที่มีหน้าที่ในการพิจารณา ดูแล กำกับในส่วนของวัตถุอันตรายทั้งหมด คณะกรรมการชุดนี้ก็จะประกอบไปด้วยส่วนราชการต่าง ๆ องค์ประกอบในส่วนแรกมีทั้งหมด ๒๙ ท่าน มีส่วนราชการแล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนราชการก็ถูกกำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติ ผู้ทรงคุณวุฒิก็คือการผ่านมติ ครม. ก็ได้มีการดำเนินการในส่วนตรงนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ในเรื่อง ของการพิจารณาเรื่องการจำกัดการใช้แล้วก็มีผลในส่วนของการดำเนินการเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ แล้วก็มีการประกาศในวันที่ ๕ เมษายน ในการที่จะจำกัดการใช้โดยมีผลในวันที่ ๓๐ ตุลาคมที่ผ่านมาเป็นระยะเวลา ๒ ปี ผมขอ อนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าการจำกัดการใช้ ถ้าเราพูดกันภาษาตรง ๆ ก็คือการแบน (Ban) สาร เพียงแต่ว่าแบน (Ban) โดยมีเงื่อนไข ก็คือ ๑. ใช้ได้เฉพาะกับพืช ๖ ชนิดแค่นั้น ๒. ผู้ที่จะขาย ต้องขึ้นทะเบียนกับราชการแจ้งการครอบครอง ผู้ที่จะซื้อต้องไปขึ้นทะเบียนกับราชการ แล้วก็ผ่านการอบรม ต้องแจ้งจำนวนเนื้อที่ จำนวนไร่ที่จะต้องใช้สารเคมีในแต่ละปี ๆ และในขณะเดียวกันผู้ที่จะเป็นคนฉีดต้องผ่านการฝึกอบรมจากกรมส่งเสริมการเกษตร และกรมวิชาการเกษตรถึงจะสามารถใช้สารเคมีทั้ง ๓ ชนิดตรงนี้ได้ในการจำกัดการใช้ และที่สำคัญที่สุดในการจำกัดการใช้ห้ามใช้สารเคมีทั้ง ๓ ตัวนี้ในพื้นที่ต้นน้ำเด็ดขาด เพราะฉะนั้นผมมองว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีการดำเนินการ จนวันที่ผมได้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถามว่าในส่วน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีคณะกรรมการวัตถุอันตรายกี่ท่าน กฎหมายเดิมก่อนที่จะ มีการแก้ไขมีทั้งหมด ๕ ท่าน ๕ ท่านก็มีในส่วนของ มกอช. ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ แล้วก็กรมประมง ๕ ใน ๒๙ ท่านเป็นคณะกรรมการ ซึ่งก็ได้ มีการดำเนินการประชุมแล้วก็มีการพิจารณาหยิบกรณีที่มีการแบน (Ban) ๓ สารนี้ขึ้นมา พิจารณาอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๒๒ ตุลาคม แล้วก็ได้มีมติว่าให้มีการปรับวัตถุอันตราย ทั้ง ๓ ชนิดนี้ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๔ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ผมพูดมาตั้งแต่ต้นคือมาตรการในการที่จะสร้าง ความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคโดยตรงพร้อม ๆ กันนั้นก็นึกถึงความปลอดภัยของเกษตรกร ที่จำเป็นจะต้องใช้สารตัวนี้ด้วย จึงมีมาตรการในการดำเนินการในส่วนของการจำกัดการใช้ ซึ่งมาตรการนี้เป็นมาตรการที่ประเทศสากลทั้งโลกใช้ในการจำกัดสารเคมี ถามว่าผมคิดว่า ๓ สารนี้เป็นอันตรายเพียงอย่างเดียวในประเทศไทยหรือไม่ ไม่ใช่ครับ สารเคมีวัตถุอันตราย ทุกตัวมีอันตรายทั้งหมดถ้าใช้ไม่ถูก ใช้เกินปริมาณที่ต้องการใช้ เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่งผมยัง เห็นด้วยในการที่จะให้มีการจำกัดทุกตัว สารเคมีทุกตัวอีกหลายร้อยตัวที่อยู่ในประเทศไทย เพราะสารทุกตัวก่อให้เกิดอันตรายทั้งหมดครับ แต่เมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายซึ่งมีหน้าที่ รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้มีมติออกมา วันที่ ๒๕ ตุลาคมผมได้ตั้งคณะกรรมการในการที่จะ ศึกษาผลกระทบและเยียวยาเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบจากกรณีแบน (Ban) สาร โดยมี ท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานเพื่อที่จะรองรับในมติการแบน (Ban) สาร ในวันที่ ๒๒ ตุลาคม แต่เมื่อคณะกรรมการได้มีการหยิบยกมาอีกครั้งวันที่ ๒๗ โดยการที่ ให้มีผลในการแบน (Ban) พาราควอต (Paraquat) แล้วก็คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เป็น วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ แล้วก็จำกัดการใช้ในส่วนของไกลโฟเซต ซึ่งมาตรการตรงนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานที่จะต้องรับไปปฏิบัติโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ของพี่น้องเกษตรกรเป็นหลัก ความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้กำชับอยู่ตลอดครับว่าจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่จะทำให้ ผู้บริโภคและเกษตรกรปลอดภัย เพราะฉะนั้นวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะ กระทรวงปฏิบัติการเราได้ดำเนินการ แม้กระทั่งกรณีอุทกภัยภาคอีสานและภาคเหนือที่ผ่านมา ผมได้มีการสั่งให้มีการตรวจสอบแหล่งน้ำทั้งหมด โดยกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนา ที่ดินตรวจสอบแหล่งน้ำว่าน้ำที่มาจากน้ำท่วมมันมีมลพิษหรือมีสิ่งเจือปนหรือสิ่งแฝงอะไร ต่าง ๆ หรือไม่ ผลที่ออกมาแหล่งน้ำที่หลังจากอุทกภัยน้ำปกติทั้งหมด นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียน ท่านว่าเราไม่ได้นิ่งดูดายในส่วนของตรงนี้ แล้วก็ทุกภาคส่วนในการดำเนินการตรงนั้นผมเรียน ยืนยันเลยครับว่าเรารับฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน้าที่แก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรอยู่แล้ว ขณะเดียวกันเราก็คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักเลย ไม่ใช่เฉพาะแต่ผู้บริโภคอย่างเดียว พี่น้องเกษตรกรก็มีความจำเป็นที่จะต้องดูแลเขาด้วย ขอเรียนท่านสมาชิกว่ารัฐบาลมีความห่วงใยและกังวลในส่วนตรงนี้ แล้วก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เมื่อมติคณะกรรมการออกมาอย่างนี้ มาตรการจำกัดการใช้ก็ต้องดำเนินการต่อไป ไม่ใช่ว่า ใครอยากจะใช้ก็ใช้ได้ คำถามแรกขอกราบเรียนเบื้องต้นตรงนี้ครับ