ชัยชาญ ช้างมงคล ชี้แจงนโยบายรัฐในการช่วยเหลือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอดีตกองกำลังติดอาวุธและอดีตกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ที่เข้ามอบตัวตามพันธสัญญา 66/23 พร้อมระบุเกณฑ์คุณสมบัติผู้มีสิทธิ เช่น เกิดก่อนหรือในช่วงปี 2505–2509 ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ รายได้ไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี ฐานะยากจน ประพฤติดี และไม่เคยต้องโทษอาญา รวมถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสิทธิอย่างรอบคอบ พร้อมแจงวงเงินและมาตรการสนับสนุนทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน ขออนุญาตเรียนว่าในเรื่องของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่ได้รับ ความเดือดร้อนแล้วก็ในการที่จะให้การช่วยเหลือนั้นต้องเรียนตามที่ท่านสมาชิกท่านได้กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากนโยบายคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖๖/๒๓ เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๒๓ ซึ่งเปิดโอกาสให้สมาชิกและกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เข้ามอบตัว แล้วก็กลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยโดยมีพันธสัญญาว่ารัฐบาลนี้ก็จะเข้าไปช่วยเหลือ เรื่องที่ทำกินและอาชีพเพื่อที่จะให้ตั้งต้นในชีวิตใหม่ได้ ในห้วงที่ผ่านมาในรัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาลก็ได้ดำเนินการในการที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ผมใช้คำย่อว่า ผรท. คือผู้ร่วม พัฒนาชาติไทย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เหมาะสม ซึ่งได้ให้การช่วยเหลือมาแล้ว ๔ ครั้ง ด้วยกันจนถึงปัจจุบันตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๖๐ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อมูล ใน ๔ ครั้งนั้น กระผมจะขออนุญาตเน้นไปที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ผรท. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือไป ๓ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๕ ก็มีเรื่องการให้ค่าครองชีพเป็นรายวัน แล้วก็ค่ารักษาพยาบาล ให้เงินลงทุนประกอบอาชีพชั้นต้น ครอบครัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท เป็น ผรท. ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ๒๕๑ คน ครั้งที่ ๒ ก็ให้ในปี ๒๕๕๒ ก็ให้การช่วยเหลือ ผรท. อีกจำนวน ๑,๕๑๑ ราย โดยให้รายละ ๒๒๕,๐๐๐ บาท ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าว และครั้งที่ ๓ ของภาคใต้นั้นก็ได้มอบให้ ๓,๖๗๐ ราย รายละ ๒๒๕,๐๐๐ บาทเช่นเดียวกัน สรุปแล้วในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้รับการช่วยเหลือตามพันธกรณีสำหรับสมาชิก และกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่ได้เข้ามาร่วมพัฒนาชาติไทยนั้น จำนวนทั้งสิ้น ๕,๔๓๒ ราย ทีนี้ขออนุญาตเรียนว่าในการดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ สุดท้าย ปี ๒๕๕๘ เป็นการดำเนินการหมายความว่าไปเก็บตก ผรท. ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทุกภาคนะครับ ทั้ง ๔ กอ.รมน. ภาค เราก็จะมีผู้แทนของ ผรท. ในพื้นที่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย เพื่อที่จะตรวจสอบรายชื่อแล้วก็คัดกรอง ผรท. ที่มีสิทธิที่ได้รับการช่วยเหลือตามพันธสัญญาตามคำสั่งที่ ๖๖/๒๓ อย่างละเอียดรอบคอบ ก็จะมีการแบ่งกลุ่ม แต่ผมจะขอความเห็นท่านประธานว่าได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือ ไว้อยู่ ๖-๗ ประการ
ประการแรก ต้องเป็นบุคคลที่เกิดในปี ๒๕๐๕ ถึงปี ๒๕๐๙ หรือก่อนนั้น แล้วก็เป็นคนที่ยื่นแบบการได้รับการช่วยเหลือ
ประการที่ ๒ ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยรับการช่วยเหลือทางราชการมาก่อน สั้น ๆ นะครับ
ประการที่ ๓ ต้องมีฐานะที่ยากจน ต้องมีรายได้ไม่เกินปีละ ๖๐,๐๐๐ บาท ต่อปี แล้วก็ต้องเป็นผู้มีความประพฤติดี ไม่เคยเป็นผู้ต้องโทษอาญา ที่สำคัญได้กำหนดก็คือว่า ต้องเป็นอดีตกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรืออดีตกองกำลังติดอาวุธ ที่เข้ามอบตัวต่อทางราชการ และมีหลักฐานการมอบตัวต่อทางราชการ
สุดท้ายก็เป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมโครงการการุณยเทพ ซึ่งมีบัญชีรายชื่อ ที่ได้รับการอบรม ทั้งหมดนี้เป็นหลักเกณฑ์อยู่ ๗ ประการที่กำหนดหลักเกณฑ์เอาไว้สำหรับ การช่วยเหลือ ในส่วนของ ผรท. ที่เป็น จคม. นั้นก็ได้รับการช่วยเหลือไปแล้ว ในอดีตที่ผ่านมา ก็ให้ทั้งที่ดินทำกินมีทั้งเรื่องค่าตอบแทนการทำงานแล้วก็มีการให้เงินช่วยเหลือค่าสร้างบ้าน ครอบครัวละ ๑ หลัง จำนวน ๑๖,๐๐๐ บาท โดยให้สร้างกันเอง แล้วก็ได้รับสัญชาติไทย ก็มีหมู่บ้านปิยะมิตร ๑-๕ ซึ่งปัจจุบันยังดำเนินการช่วยเหลืออยู่ กองทัพภาคที่ ๔ ก็ดำเนินการ ที่จะขอใช้พื้นที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติต่ออีก ๓๐ ปีเพื่อที่จะให้กับหมู่บ้านปิยะมิตร ๑-๕ ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ กระผมขอเรียนว่าในการช่วยเหลือ ผรท. ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่มีหนังสือร้องขอความช่วยเหลือมานั้น รัฐบาลก็ให้ทาง กอ.รมน. ได้ตรวจสอบ ในขั้นต้นขออนุญาตเรียนว่ากลุ่มผู้ที่ขอเสนอความช่วยเหลือมานั้นก็ยังไม่ได้ อยู่ในรายชื่อของผู้คัดกรองตามที่ผมได้กล่าว ที่มีสิทธิในชุดการช่วยเหลือตามพันธสัญญา ๖๖/๒๓ เนื่องจากคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๙๐/๕๒ ลงที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ นั้นได้กำหนด คุณสมบัติและเงื่อนไขในการพิจารณาคัดกรอง ผรท. ที่จะกำหนดว่าต้องเป็นกำลังพลของ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือกองกำลังปลดแอกแห่งประเทศไทยเท่านั้น ในระยะสั้น ทางรัฐบาลก็ไม่ได้ละเลยได้รับหนังสือขอความช่วยเหลือมาก็ตระหนักดีว่าความเดือดร้อน ของประชาชนไม่ว่าจะกลุ่มใดพื้นที่ใดก็ถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบที่รัฐบาลได้เข้าไปดูแลแก้ไข อย่างไรก็ตามที่ผมเรียนท่านประธานเนื่องจากว่ากลุ่มผู้ที่เข้าช่วยเหลือนี้ยังไม่ได้เข้าอยู่ใน หลักเกณฑ์คุณสมบัติตามที่คณะกรรมการแก้ไขความเดือดร้อนของ ผรท. กำหนดไว้ เพราะฉะนั้นในระยะสั้นก็ได้สั่งการให้ กอ.รมน. ภาค ๔ กับ ศอ.บต. เข้าไปดูแลช่วยเหลือ เหล่านี้ว่าถ้าท่านมีปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องใดเรื่องอาชีพ เรื่องรายได้ หรือต้องการที่จะ เข้ากองทุนในการประกอบอาชีพอะไรก็จะได้ให้ทาง กอ.รมน. ภาค ๔ หรือ ศอ.บต. นั้นเข้าไป พิจารณาให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดต่อไป สำหรับในระยะยาวก็ได้สั่งการรัฐบาล ก็ได้มอบหมายให้ทาง กอ.รมน. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเข้าไปติดต่อประสานงานกับผู้ที่ขอรับ การช่วยเหลือเพื่อที่จะมีการตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบคุณสมบัติต่าง ๆ ตรวจสอบสิทธิ ตามหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการช่วยเหลือตามพันธสัญญาก็จะเข้าไปประสานงานกับกลุ่ม ผู้ร้องเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณครับ