สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖

นาที รัชกิจประการ หารือเรื่องโลมาอิรวดีที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และขอให้ภาครัฐสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตนี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเสื่อมโทรมของทะเลสาบสงขลาและผลกระทบต่อระบบนิเวศ รวมถึงมลพิษจากของเสียและเตาเผาขยะติดเชื้อ และเรียกร้องให้รัฐบาลมีแนวทางในการแก้ไขปัญหา

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีความเป็นห่วงนะคะ สภาเรานี่ก็วุ่นวายแล้วก็เหนื่อยกันมานาน วันนี้อยากให้ได้รับฟังเรื่องสบาย ๆ นะคะ ในเรื่องของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ซึ่งวันนี้ใกล้วิกฤติเต็มทีแล้วค่ะท่านประธาน ใกล้ที่ จะสูญพันธุ์ เนื่องจากโลมาอิรวดีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจําพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อยู่ในบัญชี ที่ ๑ ด้วยค่ะท่านประธาน ห้ามซื้อขาย ยกเว้นในเรื่องของการศึกษา รวมถึงการขยายพันธุ์ ด้วยนะคะ ตามกฎกระทรวงของให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พุทธศักราช ๒๕๕๔ ตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ ด้วยค่ะ วันนี้โลมาอิรวดี เป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม เลือดอุ่น หายใจด้วยปอด ลําตัวสีเทาดํา หัวกลมมนคล้ายบาตร ขอภาพโลมาด้วยค่ะ แล้วก็ไม่มีจะงอยปากด้วย มีครีบด้านหลัง ๑ ครีบ อยู่เลยลึกไปทาง ข้างหลัง ลักษณะเหมือนคนเลยค่ะท่านประธาน ก็คือออกลูกครั้งละ ๑ ตัว แล้วก็เป็นสัตว์ สังคมนะคะ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง นิสัยดีมากค่ะ ชอบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เวลา มีปัญหาก็จะช่วยกันต่อสู้ แล้วก็ล้อมฝูงกันหาอาหาร รวมถึงเวลาบาดเจ็บก็ยังได้ช่วยกัน ยกหางข้างหลังเพื่อที่จะให้โลมานี้ได้หายใจ เพราะโลมาหายใจด้วยปอด แล้วก็วันที่ ๑๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๔ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถทรงโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมรับโลมาอิรวดีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตามประกาศจังหวัดพัทลุงด้วยค่ะ โลมาอิรวดีถ้าท่านประธานจะเห็นในแผนที่จะอยู่ตรงพื้นที่ ทะเลสาบตอนกลาง ซึ่งเป็นแหล่งน้ําจืด มีเพียง ๕ แหล่ง ในทั่วโลก แห่งแรกที่พบคือแม่น้ํา อิรวดี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อในสาธารณรัฐแห่งสภาพพม่า ที่ ๒ แม่น้ําโขง อยู่ในส่วนของ สปป.ลาว แล้วก็ประเทศกัมพูชาด้วย แหล่งที่ ๓ มะหะขาม ประเทศอินโดนีเซีย ลําดับที่ ๔ ซีลิก้า ประเทศอินเดีย และก็สุดท้ายก็คือทะเลสาบสงขลา จังหวัดพัทลุง ปัญหาดังกล่าว ขณะนี้มีจํานวนลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก ๔ ประเด็นหลัก ๆ ที่มีปัญหา

ประเด็นแรก คือในเรื่องของเลือดชิด เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาทะเลสาบ สงขลาเปิด ซึ่งเปิดกับอ่าวไทย แต่ปัจจุบันนี้ได้ถูกปิดกั้นจากการสร้างประตูเขื่อนที่ทะเลสาบ สงขลาที่ปากระวะ อําเภอระโนด ก็เลยทําให้มีการผสมกันเองในกลุ่ม แล้วทําให้สายพันธุ์มีผล ให้อ่อนแอลง ประเด็นที่ ๒ ที่มีปัญหาก็คือในเรื่องของความเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่อาศัย วันนี้ในเรื่องของการตื้นเขินของทะเลสาบจากตะกอนดิน เนื่องจากเมื่อกี้ที่เล่าให้ฟังนะคะว่า ประตูพอเขาปิดแล้วมันก็ไหล ระบบนิเวศเสียเลย ตะกอนน้ําไม่มีทางที่จะระบายออก ก็เลย ทําให้เกิดตะกอนเรื่อย ๆ ปีละประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ซึ่งจากสถิติพบว่าช่วงที่ลึกที่สุด ตอนนี้แค่ ๒ เมตรเอง ก็เป็นช่วงที่ปลาโลมาอาศัยอยู่ค่ะ

ประเด็นที่ ๒ ที่เป็นปัญหามาก ๆ ในเรื่องของความเสื่อมโทรมนะคะ คือในเรื่องของมลพิษในการระบายน้ําจากของเสีย ท่านประธานก็ทราบนะคะว่าวันนี้ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของการเกษตรที่เราใช้ยาฆ่าปุ๋ย รวมถึงปัจจุบันนี้เรามีการร้องเรียนในเรื่องของ เตาเผาขยะติดเชื้อ ซึ่งอยู่ในบริเวณที่ลําปํา เป็นพื้นที่ที่แหล่งของปลาโลมาอยู่ที่นั่นพอดี เพราะว่าเมื่อมีเตาเผาขยะติดเชื้อ มันผ่านทางลําคลองของโพหมอ คลองลําเป็ด คลองปากวะ แล้วก็ไหลสู่ทะเลสาบ อันนี้ไม่เฉพาะปลาโลมาอย่างเดียว ตอนนี้ปลาในบริเวณแถว ๆ นั้น ก็ตายหมด รวมถึงประชาชนที่อยู่แถวนั้นก็ได้รับผลด้วย

ปัญหาที่ ๓ ที่เป็นปัญหาใหญ่เลยนะคะท่านประธาน ในเรื่องของการติดอวน การติดอวนปัจจุบันนี้เนื่องจากชาวประมงได้มีการพัฒนาเครื่องมือในเรื่องของปลาบึก ก็เลยทําให้ความถ่างของอวนใหญ่และมีผลให้ปลาโลมาไปติดด้วย รวมถึงปัญหา การฟื้นฟูสัตว์น้ํา มีการฟื้นฟูโดยการปล่อยพันธุ์ปลาบึกแล้วก็ปลาสวาย ซึ่งเห็นว่าที่นั่น เป็นแหล่งน้ําจืด ก็เลยมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ําในวาระต่าง ๆ ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็ทราบนะคะ บางทีก็ ๕ ธันวาคม บางทีก็ ๑๒ สิงหาคม ก็จะมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ํา ซึ่งอันนี้มีผลนะคะ ที่จะทําให้ชาวประมงเขาพัฒนาเครื่องมือในเรื่องของปลาบึก ส่วนเมื่อมีการพัฒนาแล้ว ก็ทําให้เครื่องมือพวกนั้นมีผลต่อการเสียชีวิตของโลมา ซึ่งเฉลี่ยต่อปีประมาณสัก ๘ ตัวต่อปี ซึ่งคิดว่าในอีก ๓ ปีข้างหน้าถ้าไม่มีการแก้ปัญหาตรงนี้แน่ ๆ คือสูญพันธุ์แน่ ๆ เลยค่ะ ท่านประธาน ดิฉันก็อยากจะเรียนถามนะคะว่าตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ปัจจุบันนี้ก็ ๑๘ ปีแล้วนะคะ ดิฉันคิดว่าน่าจะเพียงพอที่จะทําให้โลมาอิรวดีสูญพันธุ์ได้ และอยากจะถามท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลนะคะว่าวันนี้แนวนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโลมาอิรวดี ซึ่งดิฉัน ได้กล่าวถึงปัญหาใหญ่ ๆ ทั้ง ๔ ปัญหาแล้ว มีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร สําหรับคําถาม ข้อที่ ๑ ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ