สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

บุญยอด สุขถิ่นไทย อภิปรายเรื่องการไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากมีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินบกพร่องและไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย บุญยอด สุขถิ่นไทย ยังหารือเรื่องการชุมนุมของเกษตรกรที่อําเภอควนหงส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจับตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมนี้และช่วยเหลือเกษตรกรที่มีปัญหาด้านราคายาง นอกจากนี้ บุญยอด สุขถิ่นไทย ยังหารือเรื่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและไม่ส่งเสริมประชาธิปไตย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านผู้ปฏิบัติหน้าที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตเริ่มต้นการอภิปรายของผมในวันนี้ ด้วยความรู้สึกแปลกใจหรือว่าไม่เข้าใจนะครับว่าเรากําลังทําอะไรกันอยู่ หลังจากที่ ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ที่มาของ ส.ว. ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา วันนี้ ๗ วันพอดีแลยครับ คําพิพากษาหรือว่าคําวินิจฉัย ของศาลนั้นชัดเจนนะครับว่ากระบวนการของการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนั้นไม่ถูกต้อง รวมทั้งเนื้อหาที่เกิดขึ้นก็มิได้เป็นไปตามที่ถูกต้องนะครับ ก็คือ ทําให้มีการได้มาซึ่งอํานาจ ในการปกครองด้วยวิธีการที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง คําวินิจฉัยของศาลนั้นในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ อนุมาตรา ๕ ระบุชัดเจนว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญครับ ๗ วันแล้วนะครับ ผมยังไม่เห็นความรับผิดชอบใด ๆ จากคณะรัฐมนตรี และแน่นอนต้องถามว่าความรับผิดชอบต่อรัฐสภาคืออะไร คืออะไรครับ ต้องถามประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานรัฐสภาครับว่าท่านได้แสดงความรับผิดชอบ เป็นคนแรกแล้วหรือยัง แต่ ๗ วันผ่านไป วันนี้เราก็มาถึงญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และอีกท่านหนึ่งก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากทางวิปฝ่ายค้านให้ได้อภิปรายในวันนี้ ผมต้องกราบ ขอบพระคุณทั้งพรรคประชาธิปัตย์และวิปฝ่ายค้านที่ให้ผมได้มีโอกาสทําหน้าที่ ซึ่งอาจจะเป็น ครั้งสุดท้ายก็ได้ครับ ผมเรียนท่านประธานครับว่า สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้นะครับ ผมจะ กระชับอยู่ในประเด็น ในเรื่องของญัตติที่ได้กล่าวหานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าได้บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภาวะผู้นํา ลอยตัว หนีปัญหา เลือกปฏิบัติ พูดอย่างทําอย่าง ปากว่าตาขยิบ ชอบแอบอ้างประชาธิปไตย ซึ่งวันนี้ ก็ต้องบันทึกในการประชุมด้วยว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนะครับ จะฟังอยู่ ที่ใดผมไม่ทราบ นอกจากนั้นครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ผมจะอภิปรายอยู่ในกรอบของญัตติที่พูดว่า มีพฤติกรรมการบริหารราชการ แผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ลุแก่อํานาจขาดคุณธรรมจริยธรรม เล่นพรรคเล่นพวก เลือกปฏิบัติ มุ่งสนองผลประโยชน์ส่วนตนพวกพ้อง และผลประโยชน์ ทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวมที่แท้จริงของประชาชนครับ

ท่านประธานครับ ประเด็นแรกที่ผมต้องขอนําเสนอก็คือกรณีของ ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งท่านจะต้องดูแลการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งในส่วนของท่านเองและก็รวมถึงคณะรัฐมนตรีอื่น ๆ นะครับ ผมขอยกเหตุการณ์ สักเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้นเองครับ ให้ท่านได้ฟังว่าทําไมนายกรัฐมนตรีไม่ไปจัดการเรื่องนี้ เรื่องนี้เกิดขึ้นจากรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม แล้วผมจะพูดถึง พฤติกรรมของเขาโดยที่ไม่มีอะไรที่กระทบกระทั่งเขานะครับ ชื่อนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ได้ใช้ตึกนารีสโมสร ทําเนียบรัฐบาล เป็นที่แถลงข่าว ในวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ครับ เขาได้อ้างบุคคลบุคคลหนึ่ง ชื่อว่า นายเต้ย จักราช โดยอ้างว่าเป็น อาสาสมัครทหารพราน อยู่ในสังกัดกรมทหารพรานที่ ๔๒ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คําอ้าง นั้นก็คือว่า ได้อ้างว่า เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องจริง ไม่ได้กุข่าว มีข้อมูลที่เป็นพยานบุคคลชัดเจน คือบุคคลคนนี้ มีการสั่งเตรียมอาวุธ เหมือนที่ทหารพรานได้ยินชัดเจนว่าอาวุธสไนเปอร์ (Sniper) ถูกขนไปให้กับนายหัวคนหนึ่ง คําอธิบายที่เกิดขึ้นในการแถลงข่าวนี้นะครับ ซึ่งรองเลขาธิการคนนี้อยู่ด้วย นายเต้ยนั้นอธิบายบอกว่าเขาเองได้ไปช่วยกันขนอาวุธครับ ในห้องประชุมแห่งหนึ่ง ซึ่งยืนยันว่ามีสไนเปอร์ (Sniper) เกิดขึ้นเป็นคนยกกล่องสไนเปอร์ เข้าไปในห้องประชุมเอง ผู้สื่อข่าวถามว่า คุณเห็นหรือเปล่าว่าเป็นสไนเปอร์จริง เขาอธิบายว่า ใส่ลังมาลังละ ๑ กระบอก ความยาวประมาณ ๑ เมตรครึ่งถึง ๒ เมตร ผมอาจจะอ่าน ไม่ชัดเจนขออภัย เป็นสไนเปอร์ รุ่นชีแทค เอ็ม ๒๐๐ (Chey Tac M200) เขาบอกว่าวันแรก ยก ๒ กล่อง วันที่ ๒ ยก ๕ กล่อง รวมเป็น ๗ กล่อง รองเลขาธิการคนนี้ยังยืนยันด้วยนะครับ บอกว่าได้แจ้งเรื่องนี้ไปยัง พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีแล้วได้คุยกับ พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว แล้วได้พูดคุยกับ พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติแล้วครับ รวมทั้งเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีด้วย แต่หลังจากนั้นครับท่านประธานครับ สิ่งที่ได้มีคําอธิบายตามมาจาก แม่ทัพภาคที่ ๔ พลโท สกล ชื่นตระกูล อธิบายชัดเจนนะครับว่าได้ตรวจสอบในสาระบบ เรียบร้อยครับ นายเต้ย จักราช วัย ๒๓ ปี ที่ถูกอ้างว่าเป็นอาสาสมัครทหารพรานนั้น ไม่มีในสังกัดทางกรมทหารพรานที่ ๔๒ แต่อย่างใด ไม่พบเลยว่าอาสาสมัครทหารพราน ที่ชื่อว่า นายเต้ย หรือนายจักราชนั้นมีอยู่ที่ใด เรื่องที่เกิดขึ้นทําให้เกิดความเสียหาย ต่อกองทัพ ผมจึงต้องขออภิปรายว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีตําแหน่งที่ควบอีกตําแหน่งหนึ่งคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยนะครับ ขณะนี้ท่านทําอะไรบ้าง ท่านได้สอบสวนทวน ความเรื่องนี้อย่างไร เพราะคนที่เป็นถึงรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั้นได้พูดในสิ่งที่เป็นเท็จ แล้วถูกปฏิเสธโดยแม่ทัพภาคที่ ๔ อย่างนี้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลจะอยู่ตรงไหนครับ ความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรีจะไปพูดอะไรต่อได้อีกละครับ ผมไม่เคยเห็นว่า นายกรัฐมนตรีได้กระทําการอย่างไรเพื่อที่จะได้จัดการกับเรื่องนี้ การแต่งตั้งบุคคล นายกรัฐมนตรีก็ต้องระมัดระวัง อย่างที่ได้เคยมีคําตัดสินของผู้ตรวจการแผ่นดินมาแล้ว การจะตั้งใครนั้นต้องดูประวัติ ต้องดูความน่าเชื่อถือ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีผมเชื่อว่า มีเงินเดือนเกือบแสนบาทครับ เงินเดือนเหล่านั้นมาจากภาษีประชาชนครับ นี่คือผลงาน ที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบร่วม เพราะเป็นผลงานที่น่าอายอย่างยิ่งที่ได้กล่าวคําเท็จ ในทําเนียบรัฐบาล ผมขออนุญาตมาที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ก่อนที่ผม จะลงไปถึงพฤติกรรมของท่านนี้นะครับ ผมก็ต้องไปดูว่าพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช ๒๕๔๕ ของกระทรวงมหาดไทย พูดไว้ชัดเจนว่ากระทรวงม หาดไทยตั้งไปเพื่ออะไร มีอํานาจหน้าที่อย่างไร อํานาจหน้าที่แรกครับ บําบัดทุกข์ บํารุงสุข รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน อํานวยความเป็นธรรมของสังคม ส่งเสริมและพัฒนา การเมืองการปกครอง การพัฒนาการบริหารราชการส่วนภูมิภาค การปกครองท้องที่ การส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และพัฒนาชุมชน การทะเบียนราษฎร ความมั่นคงภายใน กิจการสาธารณภัย และการพัฒนาการเมือง รวมถึงราชการอื่นตามที่กฎหมายกําหนด ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านนี้ครับ ผมไปดูประวัติท่านนะครับ จบปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาธรรมศาสตร์ จบปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทํางานที่ ก.พ. เป็นที่แรก เป็นปลัดอําเภอ แล้วเป็นนายอําเภอ คนแรกของอําเภอเสิงสาง หลังจากนั้นท่านก็เติบโตทางราชการมาเป็นลําดับ เคยอยู่ที่ กทม. ด้วย ตําแหน่งสูงสุดของท่านก็คือรองปลัดกรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นท่านก็อยู่ไปอีกหลาย กระทรวง จนกระทั่งมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวันนี้ ประเด็นแรกที่ผมขอถาม ท่านครับ ท่านมีความเห็นอย่างไร หรือท่านปฏิบัติราชการอย่างไรต่อคนที่อยู่ในกระทรวง ของท่าน ท่านประชา เตรัตน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคมครับ เกี่ยวกับนโยบายการปราบปรามยาเสพติด บอกว่าเป็นนโยบาย สําคัญของกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีการสั่งการให้ สปส. จังหวัดทุกจังหวัดนะครับ ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖ นี้เองครับ ข้อความสรุปง่าย ๆ ก็คือว่า ปัญหายาเสพติดนี้เป็นปัญหาเร่งด่วนให้เอาใจใส่อย่างจริงจัง ปฏิบัติให้ถือผลงานเชิงคุณภาพ เป็นสําคัญ ให้มีการกําหนดเป้าหมาย ให้จังหวัดต่าง ๆ นั้นประเมินผลการดําเนินงาน ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาสังคมครับ ลูกน้องของท่านอธิบายอย่างไรต่อครับ สําคัญที่สุด คือบอกว่าการจะปราบปรามยาเสพติดนั้นยิ่งปราบก็ยิ่งมีมาก คิดว่าต้องเอาทฤษฎีปี ๒๕๔๖ และปี ๒๕๔๗ กลับมาใช้อีก จึงจะทําให้ผู้ค้ายาเสพติดและผู้เสพนั้นลดน้อยลงก็เป็นไปได้ ทฤษฏีปี ๒๕๔๖ และปี ๒๕๔๗ คือการฆ่าตัดตอนครับ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันโดยทั่วไป ในสมัยรัฐบาลขณะนั้น มีคนเสียชีวิตทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยว ๒,๐๐๐ กว่าศพ กระทรวง มหาดไทยยุคนี้จะทําอย่างนี้หรือครับ ผมไม่เคยเห็นคําปฏิเสธของท่านรัฐมนตรีท่านนี้นะครับ ว่าท่านจะทําอย่างไรกับเรื่องนี้ ปล่อยให้มีการฆ่าตัดตอนกันต่อไปในปี ๒๕๕๖ หรือไม่

ประเด็นที่ ๒ ผมไปอย่างรวดเร็วครับ ที่ผมต้องถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านจารุพงศ์ก็คือว่าท่านพูดเองนะครับ ในคําให้สัมภาษณ์วันที่ ๑๘ กันยายน เกี่ยวกับเรื่องของม็อบสวนยางที่อําเภอควนหงส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช สี่แยกควนหงส์ จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ที่นั่นมีม็อบเกษตรกรเกิดขึ้น เนื่องจากว่าราคา ยางตกต่ํา และการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรนั้นก็ไม่พอใจใช่ไหมครับ ประเด็นที่ผมต้องถาม ท่านก็คือท่านไปรายงานท่านไปให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนนะครับ ตัวผู้อยู่เบื้องหลังการ ชุมนุมขณะนี้ทราบตัวหมดแล้ว ใครครับ จับตัวได้หรือยังครับ ผู้ต้องหาชื่ออะไรครับ ท่านกําลังดีสเครดิต (Discredit) กลุ่มเกษตรกรซึ่งเขาทุกข์ยาก การทําสวนยางไม่ใช่การแบ่ง ผลประโยชน์กันอย่างง่าย ๆ มันเป็นระบบที่ซับซ้อน และข้อสรุปก็คือว่ารัฐบาลก็ไม่สามารถ จะตอบปัญหาของทั้งเจ้าของสวนยาง และผู้ที่เป็นแรงงานสวนยางได้ว่าเขาจะแบ่ง ผลประโยชน์กันอย่างไร ในขณะที่ราคากําลังตกต่ําอยู่ในขณะนี้ เขาจึงเดือดร้อนที่จะต้อง ออกมาเรียกร้องหาความเป็นธรรมในการสนับสนุนของทางรัฐบาล แต่ท่านไปบอกว่าเขามี ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นใครละครับ สมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลแห่งประเทศไทย สมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด แห่งประเทศไทย ออกมาเรียกร้องประเด็นปัญหาของเขาเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน มากกว่า ๑,๕๐๐ คนครับ ประเด็นปัญหาก็คือว่า สตง. นั้นไปเรียกคืนเงินและผลประโยชน์ตอบแทน ที่เรียกกันว่าเงินรางวัลประจําปี การจ่ายเงินทุนการศึกษาให้กับผู้บริหารและข้าราชการ ประจํา การเบิกจ่ายเงินประกันสังคมให้กับพนักงานขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น รวม ๑๒ รายการ เขายังไม่ได้คําตอบเลยครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะช่วย เขาได้อย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทบกับขวัญและกําลังใจในการทํางาน ทําให้ไม่มี ความเชื่อมั่นในหนังสือคําสั่งของกระทรวงมหาดไทยที่บอกว่าจะมีการทบทวน วันที่ ๒๗ กันยายน จนถึงวันนี้ครับ ๒ เดือนแล้วครับ เขาจึงไปร่วมการชุมนุมกับประชาชนอย่างไรครับ ในการไปทวงถามเรื่องนี้ที่กระทรวงมหาดไทยอีกครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านนี้ได้ตอบคําถามของคนในกระทรวงของท่าน ลูกน้องของท่าน ที่ทํางานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย และไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างที่ว่าได้หรือครับ ท่านไม่ได้ ตอบครับ นอกจากนั้นครับท่านประธานครับ ประเด็นที่สําคัญที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ท่านเอง สับสนในตําแหน่งของท่านคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และการเป็นหัวหน้าพรรค การเมืองพรรคหนึ่ง ผมไม่เอ่ยชื่อพรรคนะครับ จะได้ไม่ต้องประท้วง และผมไม่พาดพิงถึง เรื่องของพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเฉพาะจารุพงศ์เอง ซึ่งดํารงตําแหน่งทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง นะครับ ท่านเองได้ให้สัมภาษณ์วันที่ ๒๔ กรกฎาคม เรื่องของพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ร่างนี้กําลังจะเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็มีการเข้ามาในวาระแรกวันที่ ๗ และวันที่ ๘ สิงหาคม ท่านให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนครับ ว่าได้มีการตกลงปรึกษาหารือ สมัยนั้นก็คือ ท่านประธานวิปรัฐบาลในขณะนั้น ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอุดมเดช รัตนเสถียร ตั้งแต่ยุคนั้น นะครับ ท่านก็บอกว่าจําเป็นที่จะต้องนําเอาร่างนี้เข้ามาพิจารณา ประเด็นที่ผมจะถามท่าน ก็คือว่าท่านอ้างอิงครับ ท่านอ้างว่าได้มีการไปทําสํารวจความคิดเห็นของประชาชน โดยกระทรวงมหาดไทย ๗๕,๐๐๐ ตัวอย่าง ตกลงเรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลหรือเป็นเรื่อง ของสมาชิกของพรรคละครับ ที่เป็นคนยื่นร่างนี้เข้ามาในสภา และทําให้เกิดปัญหานับตั้งแต่ วันนั้นเป็นต้นมา นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็พูดว่าเป็นเรื่องของสภาให้มาพูดในสภา ท่านเอง เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ ท่านกลับเอางานนี้ไปเป็นงานของรัฐบาลครับ ท่านให้สัมภาษณ์เอง สอบถามความคิดเห็นประชาชน ๗๕,๐๐๐ ตัวอย่าง รวมถึงการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ต่าง ๆ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เห็นสมควรโดยภาพรวมครับ เห็นสมควรให้มีการนิรโทษกรรม คนเขาถามเยอะครับ ๑. ใครเป็นคนทําเรื่องนี้ ความน่าเชื่อถือของคนทําวิจัย ท่านเรียน ปริญญาโท ผมก็เรียนปริญญาโท การทําวิจัยต้องมีความน่าเชื่อถือครับ คนไปทําวิจัย น่าเชื่อถือหรือครับ ถ้าเป็นกระทรวงมหาดไทยแล้วไปถามพี่น้องประชาชน คําถามที่ถามว่า นิรโทษกรรมจะเอาหรือไม่ ใคร ๆ ก็ต้องตอบว่าเอาครับ ดีครับ แล้วเนื้อหาละครับ บอกเขาไหมว่าจะนิรโทษกรรมกัน อย่างไร ซุกซ่อนไหม แก้ไขในชั้นต่าง ๆ ไหม ท่านบอกเขาไหมครับ ผมไม่แปลกใจครับว่า สุดท้ายมาก็ต้องบอกว่าเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม แต่ ๗๕,๐๐๐ ตัวอย่างผมถามว่าท่านใช้ งบประมาณใครครับ ถ้าเป็นงบประมาณของรัฐบาลท่านเอาเงินมาคืนนะครับ เพราะเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลครับ นั่นคือภาษีของประชาชนนะครับ และสุดท้ายก็ล้มไม่เป็นท่า ในตอนสุดท้าย ความรับผิดชอบของท่านคืออะไรครับ นอกจากนั้นระหว่างทางครับ ท่านประธาน รายงานจากกระทรวงมหาดไทยนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทําหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ มีเนื้อหาว่าช่วงเดือนสิงหาคมจะมีการเปิด ประชุมสภา ๑. ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองและกลุ่มต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ๒. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการนายอําเภอให้ประสานกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ติดตามความเคลื่อนไหว ของกลุ่มมวลชนและแกนนํา ๓. ชี้แจง ทําความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาล และการหาทางออกโดยใช้กลไกรัฐสภา ๔. รายงานความเคลื่อนไหวให้กระทรวงทราบ เป็นระยะ รายงานเข้าศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทยทุกวัน ๕. นําข้อมูลการแก้ไขปัญหา ส่งกระทรวงมหาดไทยในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ชัดไหมครับ งานของสภา แต่ท่านเอาไปให้ กระทรวงมหาดไทยทํา ทําไมไม่ให้พรรคของท่านทําละครับ ทําไมไม่ให้รายงานตรงกับท่าน ในฐานะหัวหน้าพรรคละครับ แล้วท่านก็เอาเรื่องนั้นเข้ามาสู่สภา ก็จะไม่มีปัญหาในวันนี้

นอกจากนั้นนะครับ ๒๓ ตุลาคม หลังจากที่เรื่องนี้เข้าสู่กรรมาธิการแล้ว และ กรรมาธิการไปแก้ไขอย่างมาก ก็มีเสียงคัดค้านตามมาในสังคม ท่านก็บอกว่าจะเดินหน้า นิรโทษกรรมต่อไป แต่ถ้าทําไม่ได้ท่านทําอย่างไรครับ ท่านก็บอกว่าท่านจะเสนอเป็น พระราชกําหนดให้รัฐบาลเป็นคนออกเอง เห็นไหมครับว่าสิ่งที่สับสนระหว่างความเป็น รัฐมนตรีมหาดไทยกับการเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองของท่านสับสนมาโดยตลอด ตลอด ระยะทางที่เกิดขึ้นครับ ทุกครั้งที่ท่านให้สัมภาษณ์ เป็นความสับสนที่ส่งสัญญาณไปยัง ทั้งประชาชนและข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยนะครับว่ารัฐมนตรีเจ้ากระทรวงนั้น จะมีนโยบายอย่างไร ถ้าไม่สามารถออกเป็นพระราชบัญญัติได้ การอออกกฎหมายดังกล่าว เป็นพระราชกําหนดก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เป็นคําให้สัมภาษณ์ ของท่านครับ กระทรวงมหาดไทยตั้งวอร์รูม (War Room) ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด เห็นไหมครับ เห็นไหมครับว่าทําไมท่านต้องทําอย่างนั้น

ขออนุญาตไปภาพที่ขออนุญาตท่านประธานไว้แล้ว เป็นภาพที่ ๑ นะครับ เป็นคําสั่งของกรมการปกครองที่ไปยังทุกอําเภอที่จะให้ขึ้นป้ายสนับสนุน หนังสือนี้ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ครับ ๓๑ ตุลาคม ท่านประธานก็คงจําได้ว่าเป็นวันที่เรากําลังพิจารณา พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในวาระที่ ๒ กันอย่างเข้มข้นจนถึงตีสี่ครึ่ง แต่คําสั่งนี้ออก ๓๑ ตุลาคม และไปปรากฏในสื่อมวลชนต่าง ๆ และโซเชียล มีเดีย (Social Media) เป็นเรื่อง ที่น่าตกใจนะครับ ขออนุญาตขึ้นภาพให้ดูว่ามีคําสั่งนี้จริง ๆ ครับ เป็นคําสั่งด่วนที่สุดนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ข้อมูลนี้มากหนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์ (Post Today) นะครับ คําสั่งนี้ก็บอกนะครับ ลงนามโดยอธิบดีกรมการปกครอง ที่บอกว่าขอให้จังหวัดแจ้งขอความร่วมมือกับทุกอําเภอให้ขึ้นป้ายคัตเอาท์ (Cutout) หรือป้ายไวนิล (Vinyl) มีข้อความสนับสนุนการปรองดองของชาติโดยการออก พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ให้ถ่ายภาพมาด้วยนะครับ ส่งที่กรมการปกครองในวันศุกร์ที่ ๘ พฤศจิกายน ข้อความก็คือ อําเภอ จุด จุด จุด ขอสนับสนุนการปรองดองของคนในชาติ โดยการออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม สามัคคีคือพลังปรองดอง แม้มุมมองต่างความคิด สร้างความสมานฉันท์ ร่วมกันสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม อําเภอ จุด จุด จุด ไปเติมเอา ขอเชิญพี่น้องประชาชนร่วมสนับสนุนความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ สนับสนุนพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมครับ นี่เป็นข้อความที่ส่ง ๓๑ ตุลาคม หลังจากสื่อ ออกมาเผยแพร่เรียบร้อย ท่านก็คงจะอายนะครับ คนของท่านคงจะอาย ก็เลยมีคําสั่งวันที่ ๑ พฤศจิกายน จากกรมการปกครองเดิมนี้นะครับให้ระงับเรื่องนี้ไว้ขอดูภาพที่ ๒ ครับ นี่คือ คําสั่งที่ระงับ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ระงับการดําเนินการตามหนังสือที่ มท. ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ที่ผ่านมาที่ผมให้ท่านประธานได้ดูเมื่อสักครู่ คําสั่งนี้ก็บอกว่ามีข้อความคลาดเคลื่อน จากแนวนโยบายของกรมการปกครองที่จะประสงค์ให้ ท่านดูภาพต่อไปครับว่ามันเกิดอะไร ขึ้นครับ แม้จะมีคําสั่งยกเลิกไปแล้ว แต่สุดท้ายป้ายทํานองเดียวก็ระบาดไปทั่วประเทศครับ ท่านเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ท่านเห็นความคิดที่แตกแยกแบบนี้ท่านไม่บําบัดทุกข์บํารุงสุข พี่น้องประชาชนหรือครับ ท่านไม่ส่งเสริมประชาธิปไตยที่ถูกต้องหรือครับ ขอดูภาพต่อเลยครับ มีภาพอีกจํานวนหนึ่งป้ายทํานองอย่างนี้ครับ เกิดขึ้นมากมายในทุกชุมชน ใช่ครับ อาจจะ สุดท้ายบอกว่า กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นหรืออําเภอไม่ได้ทํา แต่สุดท้ายท่านต้องเห็นครับ คนทุกคนเขาเห็นเขารู้เขาไม่สบายใจ ท่านรัฐมนตรีนั่งทํางานอยู่ได้อย่างไรครับในแต่ละวัน ผมก็ถึงบอกว่าท่านก็เลยบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่นะครับ ตามญัตติที่เสนอไว้ นอกจากนั้นท่านไปดูอีกคําสั่งหนึ่งนะครับ คําสั่งนี้นะครับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ได้ทําการสั่งการนะครับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ให้โรงเรียนในสังกัดนะครับ พูดง่าย ๆ ให้ไปทําความเข้าใจกับบุคลากรนักเรียน นักศึกษาในสังกัดให้ทราบ แล้วก็ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่เป็นจริงยึดมั่นในแนวทางระบอบประชาธิปไตย ใช้หลักเหตุและ ผลภายใต้กรอบกฎหมาย เชิญชวนให้ทุกฝ่ายยุติการชุมนุม หนังสือ ลงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ซึ่งเกิดหลังจากที่มี ดูเหมือนว่าจะมีการถอนร่างอื่น ๆ ไปแล้ว แต่ว่าร่างตัวจริงก็ยังอยู่ เพราะว่า ขออภัยครับ ร่างนี้ยังไม่ถึงนะครับ เพราะว่าสมาชิกวุฒิสภานั้นมีการยับยั้งร่างนี้ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน แต่ท่ามกลางในขณะนั้นก็พูดในทํานองว่าจะต้องยุติเรื่องนี้ แต่หนังสือ ลงวันที่ ๑๐ ก็เป็นตัวที่ชี้ชัดนะครับว่าในขณะที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนึ่งนี้ ยังมีหนังสือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่สังกัด ท่านไม่เห็นเรื่องนี้หรือครับว่า มันจะกลายเป็น ชนวนที่เกิดขึ้นต่อความสงสัยหรือความสับสนที่เกิดขึ้น ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านก็น่าจะต้องลุกขึ้นมาห้ามหรืออย่างน้อยที่สุดนะครับ ก็ต้องทําคําอธิบายให้เข้าใจว่าจะไม่ใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยมาเป็นเครื่องมือ ทางการเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับการเมืองของท่านเอง มีคําให้สัมภาษณ์นะครับ ของท่าน ในขณะที่ ส.ว. ยังไม่ได้รับด้วยเหมือนกัน ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ครับ ท่านจารุพงศ์บอกว่า หลัง ๑๘๐ วัน ที่ร่างพระบัญญัตินิรโทษกรรม ส.ว. พิจารณาคว่ําตามที่แถลงต่อสื่อมวลชนนั้น ร่างก็จะกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งนะครับ มีแนวโน้มที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีผล ในการนํากลับหรือไม่ นักข่าวถาม ท่านจารุพงศ์ตอบว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดขณะนี้เราต้อง ดําเนินการไปตามวุฒิสภาและขั้นตอนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญครับ หนังสือพิมพ์ เขาถึงโค้ด (Code) ไว้ข้างหน้าครับว่าจารุพงศ์โยน ส.ว. ตัดสินคว่ํานิรโทษกั๊กรัฐบาล เดินหน้าต่อ ไทยรัฐนะครับ รัฐบาลกั๊กครับ จะเดินหน้าต่ออีก อะไรคือความจริง อะไรคือความชัดเจนที่คนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องทําให้ประจักษ์ต่อสังคม ผมถามท่านนะครับ ผมเชื่อว่าให้ท่านตอบวันนี้อีกท่านก็สับสนอีกละครับว่าตกลง จะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ นอกจากนั้นนะครับ ขออนุญาตไปดูอีกภาพหนึ่งครับ ภาพนี้ ชัดเจนครับ ในขณะที่มีการชุมนุมของประชาชนกลุ่มหนึ่งก็มีการชุมนุมของประชาชน อีกกลุ่มหนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยใส่เสื้อสีแดงแขนยาวชูมือหราบนเวที ท่านจะไม่ให้คนที่เป็นกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการกระทรวงหรือคนที่เกี่ยวข้องสับสน ได้อย่างไรครับว่าท่านจะทําอย่างไร ท่านให้สัมภาษณ์แล้วก็รวมทั้งการพูดบนเวทีนี้เป็นเรื่องที่ เวทีเลยนะครับ เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าท่านเองสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญด้วยซ้ําไปนะครับ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง ขึ้นเวทีปราศรัยบอกว่า พรรคพร้อมจะเดินเคียงคู่กับกลุ่ม นปช. จนกว่าจะได้รับชัยชนะ จะร่วมต่อสู้เพื่อไม่ให้เกิดการสองมาตรฐาน วันนี้เราได้ออกมาคัดค้านการตัดสินของ ศาลรัฐธรรมนูญทั้งที่ไม่ได้มีอํานาจ มีอํานาจหรือไม่มีอํานาจเขาวินิจฉัยไปแล้ว ๖:๓ ครับ คิดอย่างท่านอยู่ ๓ ครับ เสียงข้างน้อย เสียงข้างมากเขาบอกว่าเขามีอํานาจที่จะวินิจฉัย เรื่องนี้ พรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับคําตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ได้ยึดเอาอํานาจเป็นของตัวเองไม่ให้ประชาชนได้เลือกตั้ง แต่ต้องทําเป็นการลากตั้งอยู่เสมอ หากลองดูให้ดีศาลรัฐธรรมนูญมาจากการแต่งตั้งของ คมช. ที่แปลว่า คนมันชั่ว ขอยืนยันการตัดสินของศาลเป็นการดูถูกคนไทยว่าไม่มีความรู้ ความเข้าใจ สู้คนที่ศาลสรรหามา ๗ คนไม่ได้ จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาดังนี้ ๑.เดินหน้าโหวตวาระสามต่อไป วาระสามก็คือการแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ที่ค้างอยู่ครับ ๒. รัฐสภาจะต้องมีการเรียกประชุมมีมติยืนยันว่าไม่ยอมรับคําตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มาก้าวก่ายอํานาจของรัฐสภา ผมขอยืนยันว่าพรรคและ นปช. จะร่วมมือยืนยัดต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยที่กินได้ นายจารุพงศ์กล่าวครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ อ่านคําวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งให้ท่านประธานได้ฟัง ผมอ่านสั้น ๆ เองครับ วินิจฉัยโดยมติเสียง ข้างมาก ๖:๓ ว่าการดําเนินการพิจารณาและลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของผู้ร้องถูกร้อง ทั้งหมดในคดีนี้เป็นการกระทําที่ไม่ชอบโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยกฎหมายมาตรา ๑๒๒ มาตรา ๑๒๕ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง มาตรา ๑๒๖ วรรคสาม มาตรา ๒๙๑ และมาตรา ๓ วรรคสอง และวินิจฉัยโดยมติเสียงข้างมาก ๕:๔ ว่ามีเนื้อความเป็นสาระสําคัญ ขัดแย้งต่อ หลักการพื้นฐานและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๕๐ อันเป็น การทําให้ผู้ที่ถูกร้องได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศด้วยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตาม วิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ฝ่าฝืน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง ท่านยังไปให้สัมภาษณ์อีกหลายที่ครับ แล้วก็บอก อย่างชัดว่า ไม่ขัดมาตรา ๖๘ ก็คําตัดสินวินิจฉัย ๕ : ๔ เสียงข้างมากบอกว่าขัด ท่านก็เป็น เสียงข้างน้อยครับ ท่านคิดเหมือนเสียงข้างน้อยครับ ทําไมต้องสร้างความสับสนอีกละครับ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านประธานครับ การชุมนุมที่เกิดขึ้น ของอีกกลุ่มหนึ่งนั้นได้รับการสนับสนุนอย่างดีเลยครับ เป็นการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก นะครับ คนมาชุมนุมกลุ่มหนึ่งเดินทางมาอย่างยากลําบาก ขึ้นรถบัส รถทัวร์ รถตู้มา โดนตะปู เรือใบ โดนปาก้อนหิน โดนตํารวจข้างทางบอกให้ไปอีกข้างหนึ่ง น้ําท่วมบ้างอะไรบ้าง เขามาอย่างยากลําบาก เขาต่อสู้มาจนถึงได้ แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งมีรถตํารวจนําด้วยซ้ํา มีการ ดูแลอย่างดี มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปขึ้นเวที ผมถามว่าท่านเวลาท่านเดินทาง ไปนี่ท่านเดินทางรถประจําตําแหน่งหรือเปล่าครับ ท่านเดินทางไป ท่านมีเลขานุการ มีคนขับรถ มีผู้ติดตามท่าน มี รปภ. ท่าน ในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปไหมครับ ผมเชื่อว่าท่านไป ผมเชื่ออย่างนั้น เพราะท่านก็คงไม่ต้องคิดอะไรละเอียดมาก หรอกครับ ผมคิดว่าท่านสับสน นอกจากนั้นยังมีรายงานของตํารวจภูธรภาค ๑ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าอ่านสั้น ๆ เพราะว่าทางฝ่ายกรรมการบอกว่าไม่อยากให้โชว์ ไม่อยากให้แสดงนะครับ เพราะเป็นเรื่องของชั้นความลับ แต่ผมขออนุญาตที่จะอธิบายว่า ตํารวจภูธรภาค ๑ มีคําที่สั่ง เป็นรายงานสั่งการกันนะครับ ถ้าพบกลุ่มบุคคลหรือมวลชนที่ให้ การสนับสนุนหรือมีความคิดเห็นพรรคประชาธิปัตย์ในด้านต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มบุคคลที่มี ความคิดเห็นคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่จะระดมมวลชนหรือจ้างมวลชน ให้เข้าร่วมให้รายงานผู้บังคับทราบ กรณีนี้ถ้าไม่ให้ความสนใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือ ปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายจะถือเป็นความบกพร่อง ข้อความประมาณอย่างนี้ครับ ผมถามว่าแล้วตํารวจภูธรภาค ๑ ดูแลกลุ่มการชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งที่สนามกีฬาแห่งนั้นอย่างนี้ ไหมครับ มีจดหมายทํานองอย่างนี้ไหมครับ เป็นข้อสั่งการ เป็นความสั่งการที่บอกว่าให้ดูแล การชุมนุมที่มีการขนคนมาเกินกว่า ๑๐๐ คน อย่างนี้ไหมครับ ถ้าไม่มีก็แสดงว่ารัฐบาลนี้ สองมาตรฐานครับ นายกรัฐมนตรีซึ่งดูแลตํารวจก็ต้องไปดูนะครับ ว่าการดูแลกลุ่มการชุมนุม ทางการเมือง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลประกาศพระราชบัญญัติความมั่นคงแล้ว ก็ต้องดูแลให้ทั่วถึง ทั้งกรุงเทพมหานคร และไม่น่าเชื่อนะครับไปสมุทรปราการทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น และจังหวัดปทุมธานี ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น รัฐบาลนี้ก็ประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคง ครอบคลุมไปถึงตรงนั้นได้อย่างไร ไม่ต้องมาบอกว่าเขาเช่าสนามกีฬา การชุมนุมภายใต้ พ.ร.บ. ความมั่นคงท่านก็ต้องดูแลทุกคนครับ ถ้าเขาชุมนุมโดยการเช่าโรงแรม เช่าโรงเรียน เช่าสนามกีฬาก็ตาม ต้องดูแลครับ อย่าอ้างว่าเช่าสนามกีฬาแล้วทําอะไรก็ได้ เพราะเราอยู่ ภายใต้พระราชบัญญัติความมั่นคง กฎหมายเดียวกัน ท่านต้องดูแลอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน ถ้าท่านไม่ทําท่านจึงบกพร่องต่อหน้าที่อย่างไรครับ

ท่านประธานครับ สุดท้ายที่ผมอยากจะต้องขอเรียนถึงท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในญัตติที่อภิปรายไม่ไว้วางใจในวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินแล้ว นายกรัฐมนตรีตอบเมื่อวันที่ ๒๐ ว่าให้รอกฤษฎีกาตีความก่อน ๗ วันแล้วครับ ภาวะผู้นําของท่านอยู่ที่ไหนครับ กฤษฎีกาเขาเป็นข้าราชการประจํา แต่คนเป็นนักการเมือง คนเป็นผู้ที่กุมบังเหียนของรัฐบาล สูงสุดในฝ่ายบริหาร ต้องให้ถามหาคุณธรรมจริยธรรม หรือครับ ต้องให้ถามหาความรับผิดชอบหรือครับ ๗ วันแล้วครับ นายกรัฐมนตรียังนอนหลับ สบายดีอยู่หรือครับ ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีคําวินิจฉัยซึ่งผูกพันต่อคณะรัฐมนตรี ๗ วัน แล้วยังหาคําตอบไม่ได้เลยครับว่าควรจะทําอย่างไร ในฐานะที่ตัวเองมีอํานาจ ส่วนท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ สิ่งที่ผมอภิปรายมาคือความสับสนของท่านในการใช้อํานาจ ของกระทรวงมหาดไทยเป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองของท่านให้เป็นไปในแนวทาง เดียวกัน ผมไม่เรียกร้องให้ท่านไปตายหรอกนะครับ อย่างที่ท่านเคยเรียกร้องผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งของอําเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเคยมีปัญหาในบัตรประชาชน ลงวันที่ ๓๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๓ ท่านบอกว่าเรื่องอย่างนี้ขอพูดแบบนักเลงเลยว่า แบบนี้ สมควรตาย เพราะไม่อย่างนั้นผมคุมลูกน้องไม่อยู่ เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นผิดแน่ ๆ อยู่แล้วเอามาโพนทะนาทําไมให้ใหญ่โต เรื่องแค่นี้ท่านยังให้ไปสมควรตายเลยครับ เรื่องที่ ท่านใช้อํานาจของท่านโดยมิชอบ ไร้ภาวะของความรับผิดชอบต่อการเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผมไม่ต้องการให้ท่านไปตายครับ ไม่มีใครต้องสมควรตายหรอกครับ แต่ท่านเป็นผู้ใหญ่ ท่านพิจารณาตัวเองบ้างเถอะครับ พิจารณาถึงความรับผิดชอบและ การอยู่ในตําแหน่งของท่าน ถ้าท่านอยากทําการเมือง ออกไปจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยเสีย แล้วไปเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองให้สง่างาม ให้คนเขาจําได้ว่าหัวหน้าพรรค การเมืองพรรคนี้ชื่ออะไร ลองไปถามคําถามกับประชาชนดูครับ เขาตอบไม่ได้หรอกครับว่า พรรคนี้มีหัวหน้าพรรคชื่ออะไร ผมจึงอภิปรายทั้งหมดด้วยการที่ไม่เห็นด้วยและไม่เห็นชอบ และไม่ไว้วางใจที่จะให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปแม้วันเดียว และไม่เห็นด้วย และไม่เห็นชอบ ไม่ไว้วางใจให้ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยต่อแม้แต่ไปแม้แต่เพียงวันเดียว ขอให้ท่านพิจารณาตัวเองครับ ขอบพระคุณครับ