พลต.ร.อ. ประชาฯ หารือสถานการณ์ชุมนุม ยันดูแลโดยปราศจากอาวุธ ถอยร่างนิรโทษกรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก หารือสถานการณ์การชุมนุม 3 จุด ยืนยันนโยบายรัฐบาลดูแลผู้ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ และปฏิเสธภาพที่มีอาวุธว่าเป็นของกลุ่มที่ไม่ประสงค์ดีที่เข้ามาจากต่างจังหวัด พร้อมทั้งหารือประเด็นการถอยร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยยกตัวอย่างบทความจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดและนักวิชาการเพื่อชี้ให้เห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจหากมีการชุมนุมยืดเยื้อหรือรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาความรู้สึกของคนกลางเป็นเครื่องชี้วัดความเหมาะสม

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีครับ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านผู้ถามกระทู้ถาม นะครับ ก็คงต้องเรียนตอบเป็น ๒ ประเด็น ประเด็นแรกตามที่ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ได้โชว์ภาพนะครับ แล้วมีคนแต่งกายที่คล้าย ๆ จะไม่ปกตินัก อยู่กลุ่มหนึ่ง ประเด็นที่ ๒ ก็คือ ที่ท่านได้พูดถึงประเด็นความเชื่อของบุคคลทั่วไปของสาธารณชน หรือของสังคมทั่วไปนั้น อาจไม่เชื่อในเรื่องบางเรื่อง

ในประเด็นแรกนั้นผมใคร่ขอเรียนว่าสถานการณ์ขณะนี้ก็มีการชุมนุมอยู่ ๓ จุดด้วยกัน ซึ่งท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่าที่ไหนบ้าง แล้วส่วนภาพที่ท่านได้แสดงขึ้นมานั้น ก็เรียนตรง ๆ ครับว่าที่ไปที่มาของภาพอย่างไรผมไม่พูดถึง แต่ผมใคร่ที่จะพูดถึงนโยบาย ของรัฐบาลที่ให้การกํากับดูแลในเรื่องของการดูแลผู้ชุมนุม ซึ่งเรายอมรับว่าการชุมนุมนั้น สามารถกระทําได้ตามกฎหมายนะครับ แต่ต้องเป็นการชุมนุมแล้วก็ปราศจากอาวุธ นโยบาย ให้ความเคร่งครัดในเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาดูแลในเรื่องของการชุมนุมเพื่อให้เป็นไป ด้วยความเรียบร้อยเพื่อไม่ให้สถานการณ์มันบานปลาย ไม่ให้มีการเกิดการกระทบกระทั่ง กันนั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่ตํารวจเป็นกําลังหลักในเรื่องของการดูแล และตํารวจก็ได้รับการอบรม ได้รับการกําชับให้เข้มงวดกวดขันในเรื่องของการปฏิบัติที่จะดูแลพี่น้องประชาชนนั้น ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยนั้นด้วยความละมุนละม่อม ไม่ใช้ความรุนแรง และไม่มีอาวุธ เรามีเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการควบคุมฝูงชนตามหลักของสากลเท่านั้น ซึ่งเมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ก็ได้มีการแสดงให้เห็นแล้วต่อสาธารณชนทั่วไปว่าเราใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไรบ้าง เรามีขั้นตอนอะไรบ้างที่ปฏิบัติต่อผู้ร่วมชุมนุม ส่วนภาพที่ท่านนํามานั้น ผมก็ใคร่จะเรียนว่า เป็นภาพที่ไม่ค่อยปกติที่ผมได้เอ่ยถึงตอนต้นแล้ว ดูคล้าย ๆ จะมีอาวุธอะไรต่ออะไร อันนี้ ไม่ใช่กําลังฝ่ายของเจ้าหน้าที่ตํารวจอย่างแน่นอน ผมขอปฏิเสธนะครับ แล้วประกอบกับ เมื่อเช้านี้เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมานี้เราก็ได้รับข่าวเป็นที่ยืนยันข่าวเมื่อเช้านี้ว่ามีกลุ่มที่ ไม่ประสงค์ดีได้มาจากต่างจังหวัดเข้ามาในกรุงเทพมหานครส่วนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กําลังให้ เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ติดตามอยู่ว่าคนกลุ่มนั้นเป็นใคร มาจากที่ใดบ้าง เพื่อที่จะได้เข้าควบคุมดูแล กํากับดูแล ป้องกันไม่ให้เกิดการชุมนุม

ในประเด็นที่ ๒ ที่ท่านเจะอามิงได้พูดถึง ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับว่า ประชาชนเขาไม่เชื่อหรอกในเรื่องของการที่จะล้างร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมนั้น ผมใคร่ขออนุญาตที่จะถ่ายทอดความรู้สึกของคนกลางดีกว่า ถ้าท่านพูดท่านก็บอกไม่เชื่อ แต่ผมพูด ผมก็บอกว่าเชื่อได้ เพราะฉะนั้นเราจะเอาอะไรเป็นตัววัด เรามาเอาความรู้สึกของ คนกลางเป็นเครื่องชี้วัดน่าจะเหมาะสมกว่า ผมขอยกตัวอย่างบทความ ๆ หนึ่ง อันนี้เป็น บทความที่เปิดเผยทั่วไป ท่านไปเปิดอ่านได้ในหนังสือพิมพ์ข่าวสดครับ ผมก็ได้ตัดข้อความนี้มา แล้วขออนุญาตต่อท่านประธานแล้ว ว่าขออนุญาตที่จะอ่านข้อความนี้ในบางขั้นตอน ต่อที่ประชุมแห่งนี้ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้อนุญาตแล้วนะครับ กระผมใคร่ขอ นําเรียนอย่างนี้นะครับว่าบทความ ๆ นี้ท่านลองพิจารณาดูนะครับ เอกชนที่เลิกม็อบ ห่วงเศรษฐกิจพัง รายงานพิเศษ ข้อความมีอยู่ว่า เป็นข้อความในภาพรวมในเบื้องต้นว่า รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยยอมถอยนิรโทษกรรม สภาลงมติโหวตคว่ําร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม ๔ พรรคร่วมรัฐบาลทําสัตยาบันยืนยันปล่อยตกร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ไม่หยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีก พร้อมถอนร่างนิรโทษกรรมปรองดอง ๖ ฉบับที่ค้างในสภา ออกทั้งหมด เป็นการถอยโดยปลดล็อก (Lock) เงื่อนไข โดยปลดล็อกซึ่งเป็นเงื่อนไข ในทั้งหมด แล้วก็มาเป็นบทความอีก สําหรับ ๔ ท่านที่ใคร่ขอนําเรียนต่อที่ประชุมครับ ท่านแรกก็คือท่านธนวรรธน์ พลวิชัย ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามท่านนะครับ เพราะไม่ได้ เสียหายอะไร เป็นการถ่ายทอดต่อสาธารณชนที่ท่านตรวจสอบได้ ท่านธนวรรธน์ พลวิชัย นี้ เป็นผู้อํานวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ให้ บทความไว้ว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อถึงไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๗ จะส่งผลกระทบต่อ การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ สูญเสียรายได้จากภาคการท่องเที่ยว ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้การขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้เติบโตแค่ ๓.๓-๓.๕ เปอร์เซ็นต์ และปีหน้า สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว ๑.๑-๑.๕ แสนล้านบาท หรือเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โตแค่ ๔.๔-๔.๘ เปอร์เซ็นต์ จากเดิมคาดว่าจะ เติบโตได้ถึง ๕-๕.๑ เปอร์เซ็นต์ แต่หากการชุมนุมเกิดความรุนแรงหรือการปะทะกัน เศรษฐกิจในปีนี้จะได้รับผลกระทบมากสุด อาจจะเติบโตได้เพียง ๓-๓.๒ เปอร์เซ็นต์ อีกบทความหนึ่งของคุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม เพราะไม่ได้ทําให้เกิดความ เสียหายเช่นเดียวกัน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยมีความเป็นห่วงและกังวลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หากการชุมนุม ยืดเยื้ออาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศ และตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือ จีดีพี (GDP) ทั้งปีให้หดตัวลงไป การค้า ความเชื่อมั่น การลงทุน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกําลังสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจขณะนี้ เนื่องจากขณะนี้ไทยเข้าสู่ช่วงฤดู การท่องเที่ยวซึ่งเป็นตัวผลักดันรายได้เข้าประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งจะช่วย ทดแทนตัวเลขการส่งออกของไทยที่ชะลอตัวได้ หอการค้าไทยและศรัทธา ประธานกรรมการ หอการค้าไทย