สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องโครงการรับจํานําข้าว และเรียกร้องการชี้แจงจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในโครงการนี้ รวมถึงการขาดทุนและเงินตกค้างที่เกิดขึ้น

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ อย่าเพิ่งกดเวลา นะครับ ผมแสดงความเห็นกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไม่มาชี้แจงด้วยตัวเอง นิดเดียวครับ เพราะประเด็นเรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประเด็นเรื่องของโครงการรับจํานําข้าว แต่ให้รัฐมนตรีท่านอื่นมาชี้แจง ผมว่าเสียศักดิ์ศรี ของความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มากกว่า โอเคเข้าสู่ประเด็นครับ คือผมคิดว่า ที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงผมท่านก็ไม่ค่อยเคลียร์ (Clear) เท่าไรนะครับ แล้วผมมีความก็รู้สึกว่า ผมเห็นใจท่านรัฐมนตรีวราเทพครับ เพราะสิ่งที่ท่านชี้แจงมันกว้างมาก ลอยไปลอยมาครับ แล้วเท่ากับมันมารัดตัวท่านเอง ที่ผมบอกว่ารัฐบาลไม่พร้อมก็เปิดมา ๑๐ วัน และทํามา ๓ ปี แล้วยังไม่พร้อมอีกจนป่านนี้ แล้วท่านบอกว่าตัวรัฐบาลพร้อม แต่สิ่งที่ไม่พร้อมคือโรงสี ต้องถกเถียงกันต้องเข้มงวด ต้องแก้ปัญหา นั่นคือความไม่พร้อมของท่าน เพราะปกติแล้ว เปิดมาวันที่ ๑ ตุลาคมทุกอย่างต้องพร้อมเลยครับ วันนี้เท่ากับท่านให้เอาข้าวไปแขวนไว้ก่อน ท่านเป็นคนพูดเองให้ฝากไว้ก่อน แล้วฝากไว้ก่อนเดี๋ยวเกิดถ้าโรงสีโรงนั้นไม่ได้เข้าร่วม โครงการรับจํานําก็เกิดปัญหาเหมือนที่จังหวัดพิจิตรก็คือโกงชาวนาอีก แอบเอาข้าวชาวนา ไปขายอีก เพราะว่าโรงนี้ไม่ได้เข้าร่วมโครงการรับจํานํา เท่ากับรัฐบาลเป็นคนสร้างปัญหาเอง แล้วประเด็นในส่วนเรื่องเงินที่ติดค้างท่านก็ไม่เคลียร์ให้ชัด ขนาดท่านประชุม กขช. ผมไม่ได้ ประชุม กขช. แต่มีคนวงในแอบโทรรายงานผม ท่านต้องใช้เงินประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ๖,๐๐๐ ล้านบาทใช้สําหรับคนที่รับจํานําก่อนวันที่ ๑๕ กันยายน ก่อนปิดโครงการ อันนี้ เป็นไปตามขั้นตอนครับ ก็คือชาวนาเขาเอาข้าวมาเข้าร่วมโครงการก่อนวันที่ ๑๕ กันยายน เป็นไปตามขั้นตอนประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ ตัน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไม่มีสตางค์จ่ายเขา ขณะเดียวกันมีชาวนาภาคกลางบางส่วนที่เขาได้สิทธิแต่เกินวันที่ ๑๕ กันยายน ตรงนี้ท่าน บอกว่าจะชดเชยประเภทต้นทุนประมาณ ๒,๕๐๐ บาทต่อเกวียน ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เบ็ดเสร็จ ๙,๐๐๐ ล้านบาท เงินส่วนนี้ก็คือท่านจะมาเอา ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาทในรอบใหม่ แล้วท่านบอกว่าท่านจะให้ ธ.ก.ส. จ่ายไปก่อน ผมเพิ่งเช็ค (Check) ข่าวเมื่อเช้านี้ ธ.ก.ส. บอกไม่จ่ายแล้วจะเอาอย่างไรครับท่าน เพราะวันนี้คือความสับสนครับท่านประธานที่เคารพ ก็ ธ.ก.ส.ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า ธ.ก.ส. ไม่กล้าจ่าย เพราะว่าความชัดเจนยังไม่มี แล้วท่านก็ มาให้สัมภาษณ์ ท่านก็มาชี้แจงพวกผมในสภาอย่างนี้บอกว่าจะให้ ธ.ก.ส. จ่ายไปก่อนถึง ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ ธ.ก.ส. พูดชัดเจนอย่างนี้ก็เท่ากับว่าวันนี้รัฐมนตรีมาตอบชี้แจง ในสภาก็พูดลอย ๆ ไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีหลักประกัน ท่านรู้ไหมว่าทําไมปัญหาโครงการ รับจํานําข้าวมันเกิดปัญหาเยอะ ประเด็นปัญหาที่มันเกิดเยอะก็คือที่เห็นชัด ๆ ที่สุดก็คือ ข้าวของท่านมันขายไม่ได้ ท่านประกาศขายข้าวหลายรอบท่านขายข้าวไม่ได้ เมื่อขายข้าว ไม่ได้สตางค์ไม่มี แม่ค้าก็รับรู้ดี วันนี้ผักขายไม่ได้ ผักรอบใหม่จะมา วันนี้ขายไม่ได้ก็ไม่มีเงิน ไปหมุน ไม่มีเงินไปจ่าย แล้วท่านเคยย้ํานักย้ําหนาว่าจะคํานึงถึงกรอบวินัยการเงินการคลัง ก็คือด้วยความมั่นใจว่า ข้าวขายได้ ผมรู้วันนี้รัฐมนตรีพาณิชย์ไม่กล้ามาชี้แจงด้วยตัวเอง เพราะว่าไม่รู้จะเผชิญหน้า พวกเราอย่างไร เราคุยเรื่องข้าวกันมา ๒ ปีแล้ว ท่านก็ให้สัมภาษณ์มาตลอดว่าสิ้นเดือน ธันวาคมนี้กรอบวินัยการเงินการคลัง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือ ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินของรัฐบาลที่ให้ค้ําให้ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ธ.ก.ส. กู้ ท่านบอกยืนยันว่าข้าวขายได้แน่ ในกรอบนี้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแน่ ปรากฏว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องกู้ นี่หรือกรอบวินัยการเงินการคลัง ผมจึงไม่แปลกว่าวันนี้ทําไมรัฐมนตรีหรือทีมพาณิชย์ไม่มีใคร กล้ามาเยียบสภาสักคนหนึ่ง ก็เพราะว่ามันชัดเจน ข้าวท่านขายไม่ได้ ท่านไร้ซึ่งวินัยการเงิน การคลัง คือพูดง่าย ๆ คือท่านบอกพวกเรา บอกประชาชนว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่เกินแน่ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ในกรอบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไป ๆ มา ๆ แล้วทําไม่ได้ อย่างนี้ เรียกว่าดีแต่พูดครับท่านประธาน ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือช่วงที่ผ่านมาเวิลด์แบงก์ (World bank) ธนาคารโลกเขาวิพากษ์วิจารณ์ขาดทุนปีหนึ่งประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ปี ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วคณะกรรมการปิดบัญชีก็มีการแพลม ๆ ออกมาว่าตัวเลข ปิดบัญชีล่าสุดวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ ที่กว่าจะปิดบัญชีได้ยากลําบากนักหนา แล้วตัวเลข ก็สัมพันธ์กับของหม่อมอุ๋ย หม่อมอุ๋ยบอกว่าขาดทุนประมาณ ๒ ปี ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เท่ากับว่าท่านขาดทุน ผมใช้คําว่าสูญเสียอย่างมหาศาลถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ และเงินเหล่านี้ก็ไม่ถึงมือประชาชนชาวนาอย่างจริงจัง และประเด็นที่สําคัญที่สุดคือเราก็ได้ เห็นมติ ครม. เรียบร้อยแล้วว่านาปี ๑๕,๐๐๐ บาท นาปรัง ๑๓,๐๐๐ บาท ฉะนั้นคําถาม ที่จะต้องถามท่านรัฐมนตรีซึ่งท่านไม่ควรจะมาเจ็บตัวกับคําถามของผมเลยครับ ผมถามว่า ท่านบริหารอย่างไรหรือถึงปล่อยให้ขาดทุนถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึงปล่อยให้ข้าว ขายไม่ได้ ถึงปล่อยให้มีประโยคที่ว่านาปี ๑๕,๐๐๐ บาท นาปรัง ๑๓,๐๐๐ บาท เพราะ การบริหารอย่างนี้เท่ากับว่าท่านยอมรับความล้มเหลวของโครงการรับจํานําข้าวว่าไปไม่รอด แล้วใช่ไหม ท่านชี้แจงให้ครบนะครับ ขอบคุณครับ