สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มกราคม ๒๕๕๖

ประกอบ รัตนพันธ์ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงนิยามครูการศึกษาพิเศษ โดยเน้นย้ำว่านิยามปัจจุบันไม่เพียงพอ และต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ครอบคลุมครูที่มีวุฒิสูงกว่า นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีการแก้ไขหลักการในการบริหารการศึกษาพิเศษให้เท่าเทียมกัน และให้ครูทุกคนได้รับผลตอบแทนเหมือนกัน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่าไม่ควรเลือกปฏิบัติและควรเปิดโอกาสให้ครูทุกคนมีสิทธิเสมอภาคในการสอนเด็กพิการ

นายประกอบ รัตนพันธ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ กรรมาธิการวิสามัญ ก็กราบเรียนท่านว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน ถามว่าติดใจไหม ติดใจ เหตุผลที่ติดใจผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าในห้วงเวลาที่เรา พิจารณากฎหมายในมาตรา ๓ คณะกรรมการมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าควรจะเปลี่ยนนิยาม ค่าว่า ครูการศึกษาพิเศษ จะเอาเฉพาะครูปริญญาตรีทางการศึกษาพิเศษ หรือครูที่มีวุฒิสูงกว่า ปริญญาตรีทางการศึกษาพิเศษนั้นไม่เพียงพอ ไม่เพียงพอด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการด้วยกัน

ประการแรก เป็นการเลือกปฏิบัติกับครูที่สอนคนพิการที่มีวุฒิอื่น ๆ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อใครก็ตามได้รับให้เป็นครูการศึกษาพิเศษ ครูคนไหนก็ตาม ถ้าได้รับการประเมินเป็นครูการศึกษาพิเศษ คุณครูคนนั้นจะได้รับผลตอบแทนค่าสอนคนพิการ ที่เป็นพิเศษ ึ่งผมเข้าใจว่าขณะนี้ทางคณะกรรมการได้ก่าหนดประมาณ ๓,๕๐๐ บาท แต่เมื่อสักครู่ ที่ท่าน ผอ. พะโยมได้กรุณาพูดให้ฟังว่าครูเอกอื่นที่สอนในโรงเรียนคนพิการทั้งของรัฐ เอกชน ทั้งเรียนร่วมและโรงเรียนเฉพาะของคนพิการจะได้รับเงินตอบแทนตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ท่านกล่าวอ้าง อย่างไรก็ตามครับ ได้รับตามนั้นนี่สิทธิผลประโยชน์มีความแตกต่างกันตั้งแต่ จ่านวนเงินที่เป็นค่าตอบแทน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าครูภาษาอังกฤษ ครูคณิตศาสตร์ ครูวิทยาศาสตร์ที่สอนคนพิการได้รับเงินค่าตอบแทน ๒,๕๐๐ บาท สมมุติอย่างนี้นะครับ แต่ครูที่มี วุฒิทางการศึกษาพิเศษได้รับเงิน ๓,๕๐๐ บาท ท่านลองดูสิครับ ผมมองในเรื่องของธรรมาภิบาล ผมมองในเรื่องของการบริหารสถานศึกษา บริหารการศึกษาว่ามันจะยุ่งยากขนาดไหน ในที่สุด ผมเรียนว่ามันจะปวดหัว มันจะมีปัญหาอย่างแน่นอน ท่าไมล่ะ ที่เราไม่ใจกว้างเปิดโอกาส ให้ครูทุกเอกมีความเสมอเหมือนกัน ได้รับผลประโยชน์ ได้รับผลตอบแทนเหมือนกัน เพราะครูทุกวิชาเอกนั้นได้ผ่านการประเมินจากคณะกรรมการประเมินการศึกษาส่าหรับคนพิการ ึ่งมีท่านรัฐมนตรีเป็นประธานอยู่แล้วนะครับ มีผู้ทรงคุณวุฒิ รวมเบ็ดเสร็จแล้วประมาณ ๒๖ คน ผมคิดว่าเขาคงจะคิดอย่างดีละครับว่าใครควรจะให้เป็นครูการศึกษาพิเศษได้รับเงินตอบแทน ๓,๕๐๐ บาท เสียงส่วนใหญ่ตามร่างพระราชบัญญัติรัฐบาลนะครับ นั่นหมายความว่าได้เฉพาะ คนที่เรียนเอกการศึกษาพิเศษ ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เป็นการสกัดกั้น คนที่เรียนปริญญาโทสาขาอื่นึ่งไม่มีความเป็นธรรม เป็นการไม่ส่งเสริมให้ครูได้เรียนเฉพาะทางที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าครูภาษาอังกฤษปริญญาตรีมีวุฒิทางการศึกษา มีคุณสมบัติบรรจุเป็นครู เป็นครูสอนไม่ว่าวิทยฐานะ ช่านาญการ ช่านาญการพิเศษ เชี่ยวชาญพิเศษอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเกิดเขาสอนคนพิการเรียนนี่เขาไม่จูงใจที่จะให้ไปเรียนปริญญาโทสาขาอื่นที่เป็นสาขาเฉพาะทาง มีแรงจูงใจให้ไปเรียนเฉพาะวุฒิปริญญาโทหรือสูงกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาพิเศษเท่านั้น ึ่งผมคิดว่าหลักตรงนี้เป็นหลักคิดที่จูงใจคนที่ไม่ถูกต้อง วันนี้เราต้องการส่งเสริมคนให้เรียน ตามที่เขาถนัด ครูภาษาอังกฤษต้องเรียนตรี โท เอก ภาษาอังกฤษ ครูคณิตศาสตร์ต้องเรียน ตรี โท เอก คณิตศาสตร์ แต่เมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกเป็นอย่างนี้ ครูที่มาสอนภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนสอนคนพิการนี่เขาไม่มีแรงจูงใจที่จะให้ไปเรียนระดับสูงกว่าปริญญาตรีในสาขา ที่เขาถนัดหรอกครับเพราะเขาไม่ได้ผลตอบแทนอะไรเลย ต้องไปเรียนสาขาส่าหรับคนพิการ ึ่งผมกราบเรียนว่าเป็นหลักคิดที่ไม่น่าถูกต้อง เป็นหลักคิดที่ไม่ส่งเสริมให้คนได้เรียนวิชาเอก เพื่อที่จะมาสอนเด็กให้เก่งในวิชานั้น ๆ ทั้ง ๘ สาระวิชา ผมเลยมีความคิดว่าอยากให้คณะกรรมการ เสียงส่วนใหญ่ ที่จริงเสียงส่วนใหญ่ตามที่ผมได้เสนอนะครับ เพียงแต่เพิ่งกลับล่าทีหลัง ที่กลับล่าทีหลังเพราะว่าเมื่อเอาร่างที่ผ่านคณะกรรมาธิการแล้วไปสู่วิป (Whip) รัฐบาล วิปรัฐบาลมีความกังวล ๒ เรื่อง เท่าที่ท่านประธานแจ้งให้ทราบคือ

เรื่องที่ ๑ กลัวจะมีครูศึกษาพิเศษมากเกินไป และมีผลกระทบต่อรายจ่าย ของรัฐบาล ผมคิดว่าข้อกังวลตรงนี้ไม่ใช่ เพราะว่าใครจะเป็นครูศึกษาพิเศษได้นั้นต้องผ่าน การประเมินจากคณะกรรมการจัดการศึกษาส่าหรับคนพิการึ่งมีรัฐมนตรีเป็นประธาน ไม่ง่ายหรอกว่าได้ทุกคน ก็ต้องดูความเชี่ยวชาญทางการสอน ต้องดูภาระงานในการสอน ต้องดูจ่านวนเด็กพิการในชั้นเรียน มีองค์ประกอบเยอะแยะไปหมดเลยไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกครับ ผมคิดว่าเปิดโอกาสเถอะครับ เปิดโอกาสอย่าเลือกปฏิบัติให้ครูทุกวิชาเอกได้มีสิทธิเสมอภาค ถ้าเกิดเขามาสอนในโรงเรียนคนพิการ ถ้าเกิดเขามาสอนเด็กพิการให้เขามีสิทธิเสมอกันนะครับ ถ้าท่านกังวลว่าครูเอกอื่นไม่ใช่เอกศึกษาพิเศษจะไม่มีเทคนิค ไม่มีกรรมวิธีการสอนคนพิการ ได้อย่างสอดคล้อง ถ้าท่านคิดอย่างนี้ก็ผิดอีก ผิดอีกเพราะอะไรครับ เพราะว่ากรรมการประเมิน เขาก่าหนดกรอบในการประเมินครูศึกษาพิเศษไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว ก็อยากเรียกร้องทาง คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าให้เห็นกับครูที่เขามีวุฒิอื่นแต่สอนในโรงเรียนคนพิการ สอนเด็กพิการทั้งโรงเรียนของรัฐ เอกชน เรียนร่วมและโรงเรียนเฉพาะทางเปิดโอกาสผมคิดว่า ไม่เสียหายครับ และรัฐก็ไม่เสียหาย เป็นเรื่องที่ส่งเสริมให้ครูได้เรียนตามวิชาเอกที่เขาถนัด กลับมาสอนเด็กให้มีคุณภาพทางการศึกษาจะดีกว่าครับ ขอบพระคุณมากครับ