สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๙ มกราคม ๒๕๕๖

นิยม เวชกามา แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด โดยเฉพาะการจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ โดยไม่พอใจในประธานและสมาชิกที่ไม่มีความสามารถในการให้คำปรึกษาที่ดี และเรียกร้องให้คณะกรรมการชุดนี้มีส่วนประกอบที่มีความสามารถและทัศนคติที่ดี

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมดีใจที่รัฐบาลได้น้าร่างพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็น ฉบับร่างแก้ไขปี ๒๕๔๒ อันนี้ก็เป็นปีที่ ๑๔ ความจริงระยะกฎหมายไม่นาน แต่เนื่องจาก เทคโนโลยีมันเร็วและมีปัญหาในด้านการจัดการ ผมดีใจท่านณัฐวุฒิมานั่งฟังซึ่งผมสนับสนุน เต็มที่กับกฎหมายฉบับนี้ เพียงแต่อยากตั้งข้อสังเกตเพื่อให้คณะกรรมาธิการที่จะไป ร่างแก้ไขเพิ่มเติม เพราะผมอ่านดูในรายละเอียดหลายมาตรามีปัญหา ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่นี้ต้องกลับไปทบทวนแม้กระทั่งในกระทรวงเอง พระราชบัญญัติชั่งตวงวัด เป็นกฎหมายใหญ่ มีความส้าคัญ โดยเจตนารมณ์เป็นกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค อย่างจริงจัง แต่หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานเล็ก ๆ ทั้งที่เป็นกฎหมายใหญ่ คนปฏิบัติตามกฎหมาย ชั่งตวงวัดมีไม่กี่คนแล้วไปซ่อนอยู่ในกรมการค้าภายใน เดิมทีเดียวก็เป็นส้านักงานนะครับ ท่านประธาน แต่วันนี้ถูกยุบตัวลงมา แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเองต้องทบทวนบทบาท โดยกระทรวงพาณิชย์ ผมเริ่มเลยจากมาตรา ๒ ผมว่ากฎหมายแค่นี้ก็ช้าแล้ว ฝากท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรีด้วย ท่านยังไปเขียนไว้บอกว่าหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว อีก ๑๘๐ วัน ท้าไมต้องช้าไปขนาดนั้น กว่าจะประกาศใช้ก็เป็นตั้งหลายเดือน ประกาศแล้วยังอีก ๑๘๐ วัน ความจริงบุคลากรซึ่งก็ท้างานโดยปกติอยู่แล้ว ผมดูในร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้น ไปที่เครื่องชั่งขนาดใหญ่ เป็นชั่งรถยนต์ ชั่งข้าว ชั่งอะไรซึ่งก็เป็นเรื่องดี เพราะไปดูในปัญหาใหญ่ ๆ แต่ท่านลืมไปในกฎหมาย ผมอ่านดูแล้วไม่ไปดูในเรื่องปากท้องในตลาดท่านไม่ได้เขียนไว้ อย่างชัดเจน ตาชั่งที่โกงแม้กระทั่งสินค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวันก็เป็นปัญหาหนึ่งซึ่งท่าน ต้องไปแก้ไข ผมเข้าใจส้านักงานชั่งตวงวัดซึ่งวันนี้ไม่มี ไปขึ้นต่อส้านักงานการค้าภายใน จังหวัดมีเจ้าหน้าที่อยู่ ๒-๓ คนมันดูแลไม่ถึง ผมสังเกตดูจากการรับจ้าน้าข้าวเป็นเรื่องดีเลย รัฐบาลคิดได้ขึ้นมาสุดยอด เพียงแต่ว่าบุคลากรเราไม่มี เราไปจ้างเจ้าหน้าที่จากโรงสีต่าง ๆ ไปชั่งเอาข้าวจากพี่น้องประชาชนโกงเป็น ๑๐๐ กิโลกรัมเลยท่านประธาน ที่บ้านผม จังหวัดสกลนครปรากฏว่าโรงสีซึ่งเราจ้างไปชั่งไปกินเป็น ๑๐๐ กิโลกรัม เขาออกมาชั่ง ข้างนอกผิดกัน ๑๐๐ กิโลกรัม อันนี้ต้องบอกท่านรัฐมนตรีฝากดูด้วยว่าเรื่องนี้มันเป็น เรื่องที่เจ็บปวด เครื่องชั่งผมไม่ติดใจหรอก เพราะเทคโนโลยีทุกวันนี้โกงกันยากเรื่องตาชั่ง เขาผลิตมาตรฐานเพียงแต่ว่าบุคลากรเราน้อย ให้โรงสีไปรับชั่งจ้าน้าข้าวตามหมู่บ้าน ตามต้าบลสิครับ ไม่มีบุคลากรหมายถึงภาคซึ่งจะดูแล เรื่องตาชั่งไปดูด้วย โรงสีก็ไปชั่งเอาตามอ้าเภอใจมาเก็บในโกดังก็กินส่วนหนึ่งเอามาขาย รัฐบาลเรานี่ละครับ ผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้พระราชบัญญัติชั่งตวงวัดฉบับนี้ถึงเวลา ต้องแก้ไข ผมถึงบอกว่าดีใจที่รัฐบาลท่านน้าเข้ามา แล้วผมฟังดูผู้อภิปรายหลายท่าน ก็เห็นด้วยไม่มีใครคัดค้านหรอกครับ ๑๔ ปีต้องแก้ไข เพียงแต่ว่าผมต้องตั้งข้อสังเกต ฝากถึงท่านรัฐมนตรีไปดูไปพูดกับคณะกรรมาธิการในประเด็นที่ประกาศแล้ว ๑๘๐ วัน คงไม่ใช่ท่านต้องไปด้าเนินการแก้ไขแล้วครับ แค่นี้ก็ช้าพอแล้ว ล่าสุดราชกิจจานุเบกษา กว่าจะประกาศได้ยังไปอีก ๑๘๐ วัน ท้าไมต้อง ๑๘๐ วัน นี่คือค้าถาม ผมไปดูในมาตรา ๑๙ คือมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ ท่านประธานครับ ผมพยายามขีดไปขีดมามันไปขัดแย้งกันเอง ในเมื่อท่านตรวจพบว่าใครกระท้าผิดท่านบอกท้าแค่ ๒ ครั้งมันต่างจากในร่างฉบับนี้ครับ ต้องไปแก้ไขหรือไปต่อเติมอะไรก็แล้วแต่ท่านก็บอกว่าแล้วจะต้องไม่เกิน ๒ ครั้ง ในเหตุเดียวกันไม่ได้หรอกครับ ๒ ครั้งโอเคละถ้าเขียนถูกต้อง เพียงแต่ว่าท่านบอก ประกอบไม่ได้แต่ท่านมาเขียนไว้ในมาตรา ๔๗ ท่านบอกว่าผมก็พยายามอ่านดู ท้ามาแล้ว ๒ ครั้งและมีเหตุจะต้องพักใช้ใบอนุญาต แต่ท่านมาเขียนเพิ่มไว้ด้านหลังว่า ผู้ถูกสั่งพัก อีกไม่ได้ถ้าพ้น ๒ ปี อย่าว่าแต่ ๒ ปีเลย พวกท้าความผิดเดียวกันหลาย ๆ ครั้งแล้วท่านไม่ส่ง ๒ ปีหรอกจะรีบให้เขาไปไหน ก็ ๕ ปี ๑๐ ปีว่าไปเลยคุณใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อคนกลุ่มนี้ เอาเปรียบพี่น้องประชาชน เอาเปรียบผู้บริโภค ท่านประธาน ผมก็ฝากเป็นประเด็นว่าอย่าให้ เขียนกฎหมายไปขัดแย้งกันเองระหว่างมาตรา ๔๖ กับมาตรา ๔๗ ผมไม่ลงรายละเอียด มากนักเนื่องจากเวลามันน้อย ๗ นาทีของท่านนี่ ท่านไปเขียนตัวหนึ่งบอกท้าไม่ได้เกิน ๒ ครั้ง แต่ตอนหลังบอกท้าได้ตลอด ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เขียนกฎหมายแล้วอย่าให้ ขัดแย้งกันเอง ผมฝากไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งจะต้องเป็นร่างแก้ไขในเนื้อหา ในรายละเอียด ก็หวังว่าคงจะแก้ไขได้หรอกเพราะว่ายังไม่มีประเด็นในส่วนของผู้รับอนุญาต ยังหลายมาตราซึ่งเป็นปัญหาว่าท่านใส่ไว้แล้วมันไม่สมบูรณ์ซึ่งจะต้องไปแก้ไขกัน ในมาตรา ๔๗ ท่านเขียนบอกว่าในกรณีชั่งตวงวัดที่ไม่ถูกต้องตามร่างพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือประกาศเครื่องชั่งตวงวัดมีเครื่องหมายใด ๆ ก็ดี ผมฝากแล้วกลับไปดู ทบทวนต้องแก้ไขในเงื่อนไขเพราะมันขัดแย้งกันเองที่ว่านี้ครับ ผมมาดูเครื่องชั่งตวงวัด ผมก็บอกแล้วว่าเขียนกลัวเขาจะไม่ได้มันก็ท้าก็ผิดในเดียว ๆ กัน การตรวจยึดเป็นเรื่องใหญ่ ยึดไปเลยไม่ต้องกลัวว่าเขาเจตนาจะท้าท้าเพื่ออะไรถ้าไม่ใช่การโกงแล้วท้าซ้า ๆ กันสิครับ ท่านประธาน ไม่กลัวว่าเขาจะไม่เป็นธรรมหรอกครับ

อันสุดท้ายจริง ๆ ที่ฝากคือหมวด ๑/๑ เป็นเรื่องใหม่ คณะกรรมการชุดนี้ มีประธานคือปลัดกระทรวงพาณิชย์ เลยฝากว่ามีอ้านาจในการให้ที่ปรึกษารัฐมนตรีเลย ท่านรัฐมนตรีต้องฟังคณะกรรมการชุดนี้ แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการต้องท้วงติงนะครับ หลายท่านที่พูดมาผมเห็นว่าถูกต้องแล้วต้องท้วงติงกันเนื่องจากเป็นเรื่องที่อ้านาจใหญ่ แต่ตัวคณะกรรมการเล็ก ๆ ซึ่งตั้งใครก็ได้ ภาคเอกชนต้องคิดถึงเขาแล้วครับ ท่านประธาน ต้องเอามาเป็นส่วนประกอบ อย่าไปเอาข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีวิสัยทัศน์เล็ก ๆ ในกลุ่มเดียวจะไปให้ค้าปรึกษารัฐมนตรีคิดไม่ออกหรอกครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ