สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๙ มกราคม ๒๕๕๖

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ พูดถึงร่างพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด โดยสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้และหารือเรื่องการแก้ไขกฎหมาย โดยขอให้คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตไว้ว่าควรปรับปรุงกฎหมายทั้งฉบับ และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการชั่งตวงวัด รวมถึงการให้ค้าแนะนากับรัฐมนตรี และเรียกร้องการตรวจสอบกฎหมายฉบับนี้เพื่อแก้ไขปัญหาความคลาดเคลื่อนในการใช้เครื่องชั่งตวงวัด

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่รัฐบาลเสนอเข้ามาในวันนี้ จริง ๆ แล้วกฎหมายว่าด้วยการชั่งตวงวัดนั้น ประเทศไทยเรามีการพัฒนาระบบกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้มายาวนาน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๕ หรือสมัยรัชกาลที่ ๕ เวลาผ่านมา ๑๑๐ ปีแล้วที่กฎหมายนี้ได้มีการวางรากฐานขึ้น ในประเทศไทย แล้วก็มีการพัฒนาปรับปรุงเรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อปี ๒๕๓๘ ที่ประเทศไทย จะต้องเข้าไปรับรองความเป็นสมาชิกขององค์การต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ว่าด้วยการชั่งตวงวัด ท้าให้เราต้องมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชั่งตวงวัด ครั้งใหญ่ เราก็มีพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัดเมื่อปี ๒๕๔๒ ซึ่งเราใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ แล้ววันนี้ก็เป็นโอกาสหนึ่งที่เราจะได้มีการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้ให้เหตุผลของการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ ใช้มานานแล้วและสมควรจะมีการแก้ไขปรับปรุงให้ทันสมัยเหมาะสมกับ สภาพการณ์และความจ้าเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้หยิบยก ความจ้าเป็นเหล่านั้นขึ้นมาแล้ว ผมจะไม่อภิปรายซ้า แต่ผมต้องการจะตั้งข้อสังเกตไว้ส้าหรับ การเสนอกฎหมายฉบับนี้ใน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก เป็นเรื่องของเทคนิคทางกฎหมาย เมื่อรัฐบาลเสนอเองว่าหลักการ และเหตุผลของเรื่องนี้เนื่องจากว่าต้องการจะปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย แต่วิธีการเสนอ กฎหมายของท่านเสนอมาในรูปของการแก้ไขเป็นรายมาตราแทนที่จะเป็นการปรับปรุง กฎหมายทั้งฉบับ ถ้ามองสภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคม การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ที่ใช้ในการชั่งตวงวัดแล้วก็จะเห็นว่ามีความจ้าเป็นจะต้องปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้จริง เมื่อเห็นถึงความสัมพันธ์ของการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กร กับหน่วยงานต่าง ๆ มีความจ้าเป็นต้องปรับปรุง แต่รัฐบาลเสนอในรูปของการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นรายมาตรา ผมไปนับดูแล้วนะครับ รัฐบาลล็อก (Lock) หลักการกฎหมายฉบับนี้เอาไว้ถึง ๑๖ หลักการ ก็คือนอกเหนือจากนี้ไม่ได้เลย ฝ่ายนิติบัญญัติจะไปเสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่มากกว่านี้ไม่ได้ คือล็อกไว้ ๑๖ หลักการ และกฎหมายเดิมมีอยู่ ๘๒ มาตรา รัฐบาลเสนอแก้ไข ๕๐ มาตรา มันเยอะขนาดนี้ท้าไมท่านไม่เสนอเป็นการปรับปรุงกฎหมายล่ะครับ เพื่อเปิดโอกาส ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนได้มีโอกาสได้ทบทวนกฎหมายที่ใช้มาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๒ ร่วมกัน มาตราไหนที่ยังมีปัญหาเป็นอุปสรรคอยู่ก็จะได้แก้ไข แต่การเสนอแบบนี้ มันเหมือนกับว่ารัฐบาลเอาไปใช้ เจ้าหน้าที่เอาไปใช้กฎหมายนี้แล้วเกิดปัญหา เกิดปัญหาในไหน ใน ๕๐ มาตราก็เลยแก้ไขใน ๕๐ มาตรานี้ นี่เป็นข้อสังเกตที่ผมอยากจะตั้งไว้ แล้วก็ ฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นด้วยว่าเมื่อเราแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เกิน ๑๖ หลักการ ที่รัฐบาลเสนอมาไม่ได้ อยากให้ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ของคณะกรรมาธิการว่าขอให้มี การปรับปรุงกฎหมายทั้งฉบับ ระยะหลังนี่รัฐบาลได้เสนอกฎหมายในลักษณะของการปรับปรุงทั้งฉบับมาหลายฉบับนะครับ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็หลายฉบับซึ่งเป็นการแก้ไขชนิดที่ยกทั้งร่างซึ่งก็จะเป็น ประโยชน์ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสดูแลทั้งร่างนะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือในหมวดที่ว่าด้วยการตั้งคณะกรรมการ ชั่งตวงวัด อันนี้เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาในกฎหมายฉบับนี้ คณะกรรมการชั่งตวงวัดนี้ จะมีบทบาทส้าคัญซึ่งก้าหนดไว้ในกฎหมายฉบับนี้ในการแก้ไขด้วยก็คือการให้ค้าแนะน้า แก่รัฐมนตรีในการออกประกาศฉบับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของชั่งตวงวัด ซึ่งอ้านาจ ในการให้ค้าแนะน้านี้ไปเขียนผูกไว้จ้านวนมากในหลายมาตราเลยนะครับว่ารัฐมนตรี จะไปประกาศเรื่องอะไรต้องประกาศภายใต้การแนะน้าของคณะกรรมการชุดนี้เท่านั้น เมื่อคณะกรรมการชุดนี้มีอ้านาจมีบทบาทส้าคัญสูงองค์ประกอบของคณะกรรมการก็ต้องมี ความส้าคัญและจะต้องสอดคล้องกับภาระหน้าที่ด้วย แต่ว่าในร่างที่รัฐบาลเสนอเข้ามา คณะกรรมการชั่งตวงวัดมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน มีผู้แทนส้านักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค ผู้แทนส้านักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผู้แทนสถาบัน มาตรวิทยาแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๘ คนที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง ผมคิดว่าองค์ประกอบเหล่านี้ ยังมีความบกพร่องซึ่งต้องฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาด้วย คณะกรรมการ ชั่งตวงวัดชุดนี้มีทั้งหมด ๑๓ คน มีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นกรรมการและเลขานุการ แต่ผมคิดว่าที่จะต้องปรับปรุงก็คือว่าคณะกรรมการที่มาจากตัวแทนหน่วยงานประจ้า จ้าเป็นต้องเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ ผมยกตัวอย่างเช่นผู้แทนจากสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ มาเพียงคนเดียวเท่านั้น ผมคิดว่าไม่เพียงพอนะครับ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับมาตรวิทยา มันหลากหลายมาก ผู้แทนในส่วนนี้ผมคิดว่าในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถที่จะเข้ามามีส่วนในคณะกรรมการชุดนี้ และที่ใกล้ตัวกระทรวงพาณิชย์มากที่สุด เป็นภาคเอกชนครับ สมาคมชั่งตวงวัดไทยผมไม่ทราบว่าท่านลืมไว้ที่ไหนเขามีบทบาทส้าคัญ ที่รวมเอาภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับการชั่งตวงวัดอยู่จ้านวนมาก และเขามีบทบาทส้าคัญในการเข้าไปดูแลคนเหล่านี้ให้ปฏิบัติตามกฎหมายให้มีมาตรฐาน เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ปรับปรุงในส่วนนี้ซึ่งผมก็จะขอมีส่วนร่วมในการแปรญัตติในเรื่องนี้ ต่อไปนะครับ

และอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าอ้านาจในการให้ค้าแนะน้ากับรัฐมนตรีนี่ผมคิดว่า จ้าเป็นต้องไปดูในกฎหมายฉบับนี้ทั้งหมดนะครับ มีกฎหมายบางมาตราที่ให้เครื่องชั่งตวงวัด มีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ด้วย เขียนในกฎหมายเลย เผื่อเหลือเผื่อขาดนั่นหมายความว่า คลาดเคลื่อนได้ ความคลาดเคลื่อนได้คือเป็นปัญหาเป็นอุปสรรคและก่อให้เกิด ความไม่เป็นธรรมในการใช้เครื่องชั่งตวงวัดกับผู้บริโภค ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ขอบคุณครับ