สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๙ มกราคม ๒๕๕๖

สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องการวัดปริมาณผลผลิตปาล์ม โดยชี้ให้เห็นว่าการจัดอัตราส่วนน้ำหนักปาล์มทลายในการคำนวณราคายังไม่เปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่เดิม และเรียกร้องให้รัฐมนตรีตรวจสอบและพิจารณาเพิ่มอัตราส่วนเป็น 18-19 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ชาวสวนปาล์มได้รับความยุติธรรม

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก่อนที่จะอภิปราย ท่านประธานครับ จะเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่าในปึกนี้ไม่มีกฎหมายนี้ อันนี้ก็ไม่มีครับ ผมต้องไปหยิบมาจากโต๊ะโน้นนะครับถึงจะเจอ ก็คงจะลืมไปนะครับ เจ้าหน้าที่อาจจะลืม ใส่มานะครับ ผมว่าอาจจะยังมีอีกหลายอันนะครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ มาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นเรื่องที่มีความจ้าเป็น อย่างเช่นที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านก็ได้พูดไปแล้วนะครับ ความจริงแล้วเรื่องของการกล่าวหากันว่าโกงตาชั่งนี่ มันก็เป็นปัญหาโลกแตก ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว แล้วก็ปัจจุบันนี้มันก็เป็น ความระแวงของผู้ซื้อนะครับว่าผู้ขายจะโกงตาชั่ง เห็นท่านรัฐมนตรีก็ท้าให้ผมนึกถึงเรื่อง ยางพาราขึ้นมา เพราะฉะนั้นอยากจะเอาเรื่องสินค้าเกษตรตัวนี้เกี่ยวกับเรื่องของการวัด ปริมาณการชั่งมาพูดให้ข้อมูลให้กับท่านรัฐมนตรีนะครับ เผื่อท่านจะได้น้าไปแก้ไข ผมเคย ได้รับการร้องเรียนบ่อย ๆ ว่ามีการโกงตาชั่งกันในการซื้อขายยางพารานะครับ จนได้น้าเรื่องนี้ มาหารือกับท่านประธานในสภาแห่งนี้ในยุคสมัยที่แล้วหลายครั้งหลายคราว เพราะอะไรครับ เพราะว่ายางพาราเป็นสินค้าราคาแพงครับ มันมาถูกก็ช่วงรัฐบาลนี้ละครับ เพราะฉะนั้น เมื่อมีการชั่งไม่ตรงจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ๑ กิโลกรัมมันเป็นเงิน ๑๐๐ กว่าบาทนะครับ ในยุคที่แล้ว แต่ยุคนี้มันไม่ถึง ๑๐๐ บาท ก็โอเคก็ค่อยว่ากันไปนะครับอันนั้น แต่พี่น้อง ประชาชนมีความหวั่นเกรง มีความหวาดระแวงมาก เพราะว่าการซื้อยางพารามันก็มี หลายระดับ ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีท่านก็เป็นคนใต้ท่านก็รู้นะครับ ในโรงงานใหญ่ ๆ ก็มีแบบหนึ่ง ในพ่อค้า ในตลาด ในเมือง ซึ่งต้องถือว่าเป็นพ่อค้าใหญ่ก็มีเครื่องชั่งอีกแบบหนึ่ง แล้วปัจจุบันนี้ ที่มีมากในเรื่องของยางแผ่นนะครับ ก็คือพ่อค้าที่จะออกไปตระเวนซื้อตามจุดต่าง ๆ ในชนบทนะครับ อย่างเช่น ตามหัวถนน ตามตลาดนัด เหล่านี้เป็นต้น ผมเคยได้รับการร้องเรียน ผมก็มาหารือกับท่านประธาน ก็มีการส่งหนังสือไปต้องขอบพระคุณ ยุคก่อนนะครับ สภายุคก่อนได้ส่งหนังสือไปให้กับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดนี่นะครับ ก็ลงไปโทรศัพท์หาผม แล้วก็ไปขอความเห็น ก็อย่างที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งเมื่อสักครู่นะครับ ได้พูดก็คือพบความจริงว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายนี้มีจ้านวนน้อยมากครับ ไม่สมกับว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าผมจ้าไม่ผิดนะครับท่านรัฐมนตรีว่ามันมีส้านักงานอยู่ที่จังหวัดกระบี่ แห่งหนึ่ง แล้วก็คุมหลาย ๆ จังหวัด รวมทั้งจังหวัดตรังของผมด้วย เจ้าหน้าที่ท่านก็ลงไปคุยกับผม ผมก็บอกว่าอยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่ ส้านักงานกลางชั่งตวงวัดไปตรวจสอบสิ ลองไปสุ่ม ๆ ไปดูนะครับอย่าประกาศไป ไปสุ่มว่ามีการโกงตาชั่งกันจริงหรือเปล่า ปรากฏว่าได้รับรายงาน ภายหลังว่าไม่พบการโกง ซึ่งอันนี้จะขัดกับความคิดเห็นความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ก็อยากจะฝากประเด็นนี้ไว้ด้วย

ประเด็นต่อไปที่เกี่ยวข้องกับยางพาราก็คือเรื่องของน้ายางสด ปรากฏว่า จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่มีเครื่องมือที่มาตรฐานในการวัดปริมาณน้ายางสด แล้วที่ผ่านมาทั้งหมด ความคิดไม่ได้มาจากหน่วยราชการเลยส่วนใหญ่พ่อค้าเป็นคนคิดเอง ตอนแรก ๆ ก็ใช้การวัด ผมเข้าใจว่าจะเป็นเรื่องของความถ่วงจ้าเพาะเพราะว่าน้ายางสดนี้จะเอามาชั่งน้าหนักดื้อ ๆ ไม่ได้เพราะหลายคนก็หัวหมอเติมน้าเข้าไปด้วย แต่ล่าสุดนี้ปรากฏว่าเขาใช้เตาไมโครเวฟ คือเอาแซมเพิล (Sample) มา แล้วก็มาเข้าไมโครเวฟแล้วก็มาเทียบอัตราส่วน และผมก็เคยถาม ทางกระทรวงพาณิชย์เหมือนกัน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พาณิชย์จังหวัดเหมือนกันว่าวิธีนี้ ดีไหม เขาก็บอกว่าตอนนี้ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ผมเชื่อว่ามันยังไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด อยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีด้วยว่าให้ท่านไปให้หน่วยงานของท่านนะครับ ถ้าท่านท้าได้จะเป็นอานิสงส์มาก ให้คิดเครื่องมือที่เป๊ะ ๆ ไปเลยในการวัดปริมาณน้ายางสดเผื่อพี่น้องประชาชนเขาจะได้รับ ความเป็นธรรมอย่างแท้จริงนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วก็คือว่ายังไม่มีวิธีที่เชื่อว่า จะถูกต้องที่สุด ตรงที่สุด แล้วก็สะดวกที่สุดด้วยครับ ต้องให้มีความสะดวกที่สุดด้วยเพราะว่า พี่น้องประชาชนเดี๋ยวนี้อย่างที่ผมเคยเรียนแล้วเขาขายเขาท้าน้ายางสดกัน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วครับก็เป็นส่วนใหญ่ของคนที่ท้าสวนยางแล้ว

ส่วนประเด็นที่เพื่อนสมาชิกพูดเมื่อสักครู่เรื่องของปาล์มน้ามันก็เช่นเดียวกัน แต่ต้องขอเรียนก่อนว่าที่จังหวัดตรังไม่มีนักการเมืองเป็นเจ้าของโรงงานรับซื้อปาล์มน้ามัน ไม่มีนะครับ ไม่มีสักคนเดียวไม่ว่าจะนักการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น อันนี้ ก็เหมือนกันครับ ปัจจุบันนี้ก็ยังคงใช้อัตราส่วนอยู่ที่ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ผมพูดย่อ ๆ อย่างนี้ เพราะเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีคงเข้าใจ ปัจจุบันนี้ก็ใช้น้าหนัก ๑๗ เปอร์เซ็นต์จากน้าหนัก ของปาล์มทลายในการมาคิดค้านวณ ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงบ้างเลยหรือ ในเมื่อเดี๋ยวนี้ปาล์มบางพันธุ์ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ การใช้ปุ๋ยอะไรก็มากขึ้น เพราะฉะนั้นอยากจะให้ อย่าคงอยู่แค่นี้ไปตลอดปีตลอดชาติ ท่านควรจะส้ารวจใหม่สักทีหนึ่งเผื่อจะเพิ่มเป็น ๑๘-๑๙ เปอร์เซ็นต์บ้าง พี่น้องชาวสวนปาล์มซึ่งตอนนี้ต้องเจอกับปัญหาราคาตกต่้า อย่างน้อยก็ให้ได้รับความยุติธรรมในเรื่องของปริมาณแล้วก็น้าหนักด้วยครับ ก็ต้องขอฝากแค่นี้ ไม่มีปัญหาอะไรกฎหมายฉบับนี้ผมเห็นชอบด้วยครับ