ขจิตร ชัยนิคม แปรญัตติเพื่อแก้ปัญหาการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้รับมรดก โดยขอให้ผู้รับมรดกที่ไม่มีทรัพย์สินพอที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมได้รับการยกเว้นหรือจ่ายเพียงครึ่งหนึ่ง
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย ผมได้เสนอ ค้าแปรญัตติในมาตรา ๕ การแก้ไขมาตรา ๘๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ของกฎหมายที่จะ เข้าสู่สภา เป็นเรื่องของการขอจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยมรดก ท่านประธานครับ การได้อสังหาริมทรัพย์มาโดยมรดกเวลานี้เป็นที่แน่ชัดว่ามีประชาชนจ้านวนมากไม่ใช่เฉพาะ คนยากคนจนครับ ชนชั้นกลางหรือคนที่จะพอมีเงินอยู่บ้างหลายท่านเวลาได้รับมรดกมา ไม่ได้ไปรับโอนหรอกครับ กลายเป็นปัญหาของส้านักงานที่ดินมากมาย เพราะเวลานี้ การประเมินค่าที่ดินประเมินสูงขึ้น เสร็จแล้วคนที่ได้รับมรดกไม่มีทรัพย์สินพอที่จะไปจ่าย ค่าธรรมเนียม พอไม่มีทรัพย์สินพอก็ไม่ได้ไปจดเพราะที่ดินนี้เป็นที่ที่รับมรดกมา เพราะฉะนั้น เพื่อแก้ปัญหานี้ซึ่งเป็นเรื่องการจดทะเบียนมรดกในอสังหาริมทรัพย์ เพราะฉะนั้นผมจึงขอ แปรญัตติเพิ่มเข้าไปในวรรคสองว่า หากปรากฏว่าผู้รับมรดกไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสีย ค่าธรรมเนียมทั้งหมดในการขอจดทะเบียน หรือถ้าต้องการเสียค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้ว จะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรให้ผู้รับมรดกได้รับการยกเว้นให้เสียค่าธรรมเนียม เพียงกึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมที่ก้าหนดไว้ เมื่อผมแปรญัตติเข้าไปแล้วผมได้รับค้าชี้แจงจาก กรรมาธิการ เสร็จแล้วท่านก็บอกว่ามีการพูดกันว่าสมควรที่จะให้ด้าเนินการเหมือนที่ดิน ซึ่งตกส้ารวจ แล้วทางเจ้าพนักงานที่ดินได้ไปส้ารวจออกโฉนดให้ ก็มีการสลักข้างหลังว่า ที่ดินแปลงนี้ยังไม่ได้เสียค่าธรรมเนียม เวลาจะไปท้านิติกรรมครั้งแรกหรือซื้อขายกันค่อยเก็บ ค่าธรรมเนียมนั้น เพราะฉะนั้นก็มีการพูดแล้วก็มีการปรึกษาหารือกัน โดยเสนอว่าน่าจะมี ทางออกในการช่วยเหลือคนยากคนจนหรือว่าคนที่ไม่มีความพร้อมในการที่จะจ่าย ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนรับโอนมรดก น่าจะได้รับการช่วยเหลือโดยการเขียน ในกฎหมายหรือท้าอะไรก็ได้ที่เวลาไปปฏิบัตินี่เจ้าหน้าที่ที่ดินไม่ต้องเก็บค่าธรรมเนียม แต่ให้ สลักหลังไว้ว่าที่ดินที่มรดกที่โอนมานี้ยังไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียม แล้วก็ให้เรียกเก็บในวาระแรก ที่มีการท้านิติกรรม แปลว่าถ้าหากมีการซื้อขายจ่ายโอนได้เงินได้ทองก็ไปหักเอาซึ่งผมก็รับได้ แต่ว่าท่านก็ไม่ยอมที่จะให้เขียนอยู่ในกฎหมายนี้ คือถ้าท่านบอกอย่างนั้นท่านก็เปลี่ยนข้อความ ที่ผมขอสงวนไปนี่ผมก็ยอม ซึ่งเป็นเรื่องท้ากันอยู่แล้วนะครับท่านประธาน ท้าอยู่แล้ว พนักงานที่ดินออกส้ารวจที่ดินตกส้ารวจ พอส้ารวจเสร็จใครไม่มีเงินค่าธรรมเนียมการออก เขาจะเขียนสลักหลังไว้ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่ปฏิบัติได้อยู่แล้วในกรมที่ดิน ผมก็เลยจะช่วยเหลือ คนยากคนจนเหล่านั้นอยากจะให้กฎหมายนี้มีทางออกส้าหรับเขาก็น่าจะเขียนไว้ได้ แต่ท่านไม่ยอมให้เขียนตามที่ผมแปรญัตติก็ไม่เขียน ตามที่บอกว่าจะสลักหลังไว้ซึ่งผมก็ยอม เปลี่ยนข้อความให้เป็นว่าไม่ต้องไปเก็บเขา ให้เขารับมรดกได้ แต่ว่าไม่ต้องไปจ่ายค่าธรรมเนียม ในขณะนั้น เวลาเขามีการท้านิติกรรมครั้งแรก ซื้อขายจ่ายโอนครั้งแรกก็ไปเก็บค่าธรรมเนียมเขาเสีย ประชาชนก็จะไม่เดือดร้อน ผู้รับมรดกก็จะสบายใจ คนยากคนจนที่ไม่มีเงินจะไปเสียค่าธรรมเนียมที่ดินมรดกนี้อย่าคิดว่ามีน้อยนะครับ ผมกลับไปแต่ละอาทิตย์มีเรื่องนี้เข้ามาอาทิตย์ละ ๓ ราย ๔ ราย ๕ ราย ถึง ๑๐ ราย มาปรึกษาเรื่องจะไปรับมรดกแต่ว่าไม่มีเงินค่าธรรมเนียมไปโอน บางทีต้องยอมขายที่ดิน ในราคาถูกด้วยความจ้าเป็น เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าการที่ผมเสนอเพิ่มข้อความเข้าไป ผมยอมรับเหตุผลนะครับว่า ถ้าตอนผมขอแปรญัตติไปผมก็บอกว่าให้ลดลงครึ่งหนึ่ง ท่านบอกว่ามันไม่สามารถจะท้าได้ไม่ลด แต่ว่าถ้าจะไปเขียนสลักหลัง บอกว่าให้เขียนหมายเหตุ ท้านองเป็นหมายเหตุสลักหลังไว้ยังไม่เก็บค่าธรรมเนียม ผมก็เอาด้วยนะครับ ผมเห็นด้วย ผมมีเหตุผล เพราะมันช่วยชาวไร่ ชาวนา ช่วยคนยากคนจนอยู่ตามชนบทได้ แต่ว่า ท่านก็ไม่ยอมให้เขียนในกฎหมายผมก็จึงยืนค้าแปรญัตติเดิมของผมไว้ ก็กราบเรียน ท่านประธานผมคิดว่าสิ่งที่ผมแปรญัตตินี้น่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนคนยากคนจน ก็เลยขอสงวนไว้เพื่อมาเล่า มาพูดในที่ประชุมสภาแห่งนี้เพื่อให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ตัดสินใจ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบว่าปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจะต้อง แก้ไขโดยข้อกฎหมาย แล้วข้อกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจะต้องถูกบัญญัติไว้ได้ ผมมีความเห็นอย่างนั้นครับท่านประธาน