เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเน้นย้ำถึงเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และความสำคัญของการรักษาเอกลักษณ์นี้ และเสนอแนะการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติให้ชัดเจนและเหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ แต่ก็ขอร่วมอภิปราย เสนอความคิดเห็นบ้างนะครับ ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็มีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปบ้างแล้วนะครับ คือทุกมหาวิทยาลัยต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ผมชอบ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพราะว่าตอนผมเรียนอยู่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ตรงข้ามกันครับ แล้วก็มหาวิทยาลัยมหิดล หรือมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เดิม ก็มีประเพณีแข่งเรือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่แล้ว ตอนหลังก็ยกเลิกกันไป เพราะว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ย้ายไปอยู่ที่รังสิต ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประวัติยาวนานเป็นความภูมิใจของชาวธรรมศาสตร์และของประเทศด้วยนะครับ เพราะว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งขึ้นวัตถุประสงค์ก็คือต้องการจะแสดงสัญลักษณ์ความเป็น ประชาธิปไตยของไทยจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีเอกลักษณ์ เป็นอย่างนั้น เป็นเหมือนธงน้านะครับ ก็ควรจะรักษาเอกลักษณ์แล้วก็เป็นที่น่าเสียดายก็คือ มีเรื่องการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องชื่อธรรมศาสตร์และการเมืองก็เลยหายไปด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้ถ้าจะรักษาเอกลักษณ์ชื่อนี่น่าจะเปลี่ยนเหมือนกันนะครับ เอาคงเดิมไว้นะครับ มันจะเป็นสัญลักษณ์ว่าคนที่จบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องเรื่องการเมืองเป็นเรื่องหลักนะครับ เพราะว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ก็จบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านประธานครับ ท่านไปดูมาตรา ๗ มหาวิทยาลัยมีปณิธาน มุ่งสู่ความเป็นเลิศนี่เป็นเรื่อง ปกตินะครับ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นน้าก็เรื่องปกติ แต่ที่ส้าคัญก็คือต้องร่วมน้าสังคมไปในแนวทาง ที่ถูกต้องดีงามและพึงประสงค์ เสริมสร้างให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม อันนี้ส้าคัญครับ ก็คือไม่รู้ว่าดีงามอย่างไร พึงประสงค์อย่างไร แต่ถ้าธงหลักเทรนด์ (Trend) ทั่วโลกต้องเป็น ประชาธิปไตยครับ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยนะครับ ทั่วโลกละครับต้องเป็นประชาธิปไตย ผมอยากให้ใส่ค้าเหล่านี้เข้าไปในของธรรมศาสตร์นะครับ รวมทั้งข้อ ๖ ย่อย ที่บอกว่ารับผิดชอบ ต่อสังคมและประเทศชาติต้องชูธงประชาธิปไตยด้วย ต้องบอกว่าเอาอันนี้เป็นหลัก ท่านประธาน พ.ร.บ. เหล่านี้มันก็ก๊อบปี้ (Copy) กันไปก๊อบปี้กันมาทั้งนั้นนะครับ คือมันควรจะมีเอกลักษณ์ของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เองนะครับ ธรรมศาสตร์และการเมือง เพลงธรรมศาสตร์เองก็บอก อยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร ทีนี้ผมนิดหนึ่งที่ติดใจนะครับ คือทุกคนนี่ก็อยากจะเป็นมหาวิทยาลัย ในก้ากับเพราะอ้างว่าเพื่อความอิสระมีความคล่องตัวในการบริหาร แต่การบริหารต้องบริหาร ที่เอื้อต่อการบริหารวิชาการนะครับ ไม่ใช่บริหารไปเอาผลประโยชน์มาก เงินไม่ส้าคัญครับ แต่ก็ จ้าเป็นครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับสมาชิกบางท่านที่ลุกขึ้นมาพูดว่างบของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี่ดูยาก ก็ดูยากจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ในมหาวิทยาลัย ที่เขาเจริญแล้วนี่ครับเขาจะไปพึ่งหน่วยกิตนักศึกษาเป็นหลักมาก ๆ เลย มันคงเป็นไปไม่ได้ ยกเว้นประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลาย ท่านลองไปดูนะครับหน้า ๙ ทั่วไป ผมพยายามดูนะครับ ค่าหน่วยกิต ๒๓๗ บาท และมีค่าหน่วยกิตปริญญาตรี ค่าธรรมเนียมนี่ก็ถือว่าเก็บจาก การศึกษาทั้งสิ้นนะครับ คือค่าหน่วยกิต ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ค่าธรรมเนียมปริญญาตรี ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ค่าธรรมเนียมปริญญาโท ๙ เปอร์เซ็นต์ ค่าธรรมเนียมโครงการพิเศษต่าง ๆ อีกประมาณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ได้จากนักศึกษาทั้งสิ้นนะครับท่านประธาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประวัติยาวนานต้องต่อยอดนะครับ ต้องสอนปริญญาโท ปริญญาเอก ค่าปริญญาโท ปริญญาเอก นี่ต้องให้แพงขึ้นนะครับ รายได้ถึงจะไปจุนเจือปริญญาตรีที่อาจจะมีนักศึกษาที่ยากจน ท่านประธานครับ ฝากไปยัง รัฐมนตรีด้วยครับ ในเหล่านี้ประเทศที่เจริญแล้วเหมือนกันเขาจะมีรายได้จากการวิจัย ไม่เห็นมีเลยครับ การวิจัยนะครับ เพราะว่าจะเป็นตัวหลัก ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจจะวิจัยทางสังคมศาสตร์ก็ได้ งบประมาณของรัฐบาลก็มีเยอะแยะที่จะมีการวิจัยเกี่ยวกับ ทางสังคม ต้องมีรายได้พวกนี้ครับ อีกอันหนึ่งก็คืองบบริการวิชาการต่อสังคม ไม่ใช่สอนอย่างเดียว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็เริ่มมีคณะหลากหลาย เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ มีคณะแพทย์ มีโรงพยาบาล เหล่านี้ไม่เห็นปรากฏในรายได้ของมหาวิทยาลัยเลยนะครับ เพราะอันนี้จะดูว่า มหาวิทยาลัยไปไหวไหมครับ อีกอันหนึ่งก็คือเงินอุดหนุนจากรัฐควรจะมีไม่เห็นมีครับ แล้วก็ รายได้อื่น ๆ ที่ท่านมีเอาไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล ท่านเอาไปลงทุนก็มี แต่ไม่เห็นเป็นรายได้ ให้ปรากฏ เพราะว่าการที่มหาวิทยาลัยจะอยู่รอดหรือเปล่าแล้วจะไปเอื้อกิจกรรมของมหาวิทยาลัย มันจ้าเป็นนะครับ คือเพื่อความปลอดภัย เพราะมีสมาชิกได้พูดอยู่แล้วนะครับว่าถึงท่าน ออกนอกระบบ ท่านประธานครับ ออกนอกระบบทุกคนก็ฝันว่าจะได้เงินเดือนประมาณ เท่าครึ่งขึ้นไป อันนี้เป็นภาระของรัฐบาลที่จะต้องลงนะครับ พอออกปั๊บต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ประมาณ ๐.๕ จาก ๑ เป็น ๑.๕ อันนี้ก็เป็นเรื่องจ้าเป็นว่าเขาจะพึ่งตัวเองได้ไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีมาตรา ๑๖ ที่ว่า ต้องส่งเสริมให้นักศึกษาซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริงจนจบปริญญาตรี แล้วก็เกณฑ์ต่าง ๆ ให้ท้าเป็นข้อบังคับมหาวิทยาลัยถ้าไม่มีเงินแล้วจะเอาเงินที่ไหนครับ นี่ครับ คือเขียนไว้จริงแต่ในแง่ปฏิบัติก็ไปพึ่งงบ เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายว่างบที่รัฐบาลให้ แต่จริง ๆ ถ้าเรามีรายได้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เองก็ได้แสดงว่าหามาใช้เพื่อกิจกรรมของ วิชาการจริง ๆ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๙ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกนะครับ บรรดา เงินรายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ น่าจะเขียนลงไปว่ามหาวิทยาลัยไม่ค้าก้าไร เป็นนอน โพรฟิท (Non Profit) จริงอยู่หารายได้ได้แต่ต้องเป็นนอน โพรฟิท จริง ๆ ให้เขียน เข้าไปเลย ท่านประธานครับ ผมอยากดูว่าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เขาเขียนดีนะครับ คือ นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย อยู่ได้คราวละ ๓ ปี แต่ไม่เกิน ๒ วาระ อันนี้ดีมากเพราะป้องกันการสร้างมาเฟีย (Mafia) ที่ผู้ทรงอิทธิพลต่าง ๆ แต่ผมอยากจะให้ เพิ่มนิดหนึ่งนะครับ นายกสภามหาวิทยาลัยไม่ควรจะอายุมากนัก ผมได้เคยอภิปราย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถ้านายกสภามหาวิทยาลัยอายุมากโดยสภาพสังขารไปเลี้ยงหลาน ดีกว่าเพราะว่ามากเกินไป อย่าเกิน ๗๐ ปีเลยนะครับ หรือว่าต้องดูแลเรื่องสุขภาพด้วย ท่านประธานครับ อีกอันหนึ่งที่อยากจะเสนอไปคือการบริหารงานบุคคลครับ พอออกนอกระบบปั๊บ ก็จะมีการประเมิน โดยเฉพาะเรื่องอาจารย์นะครับ ต่อให้มหาวิทยาลัยเขียนว่าอาจารย์ มีอิสระทางความคิดอย่างไร ๆ ก็ไม่พ้นเรื่องประเมินถ้าออกนอกระบบ ทีนี้อาจารย์ที่ยิ่งเป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองเข้าต้องปากกล้าใจกล้าแสดงเป็นตัวอย่าง เกิดไปขัดกับ ผู้บังคับบัญชาแล้วประเมินมันมีผลนะครับ อาจจะหลุดไปจากการเป็นอาจารย์ของ มหาวิทยาลัยก็ได้ อันนี้ท่านจะมีมาตรการอย่างไรที่จะป้องกันการถูกกลั่นแกล้ง
อีกอันหนึ่งครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่ดีแต่อยากเพิ่มนิดหนึ่งคือมาตรา ๓๖ อธิการบดีมีวาระ ๓ ปี แต่งตั้งแล้วก็ด้ารงต้าแหน่งไม่เกิน ๒ วาระ อันนี้ดี แต่อยากให้เขียน เพิ่มว่า เท่านั้น อย่าไปเป็นที่อื่นอีกเลย ไม่ใช่ว่ากลับมาอีกเว้นไป อยากให้เป็นแล้วหายไปเลย เพราะว่าตอนนี้คนอายุยืนขึ้นเราต้องการนักบริหารที่แท้จริง ท่านเหล่านี้จะได้ไปบริหาร มหาวิทยาลัยอื่นถ้ามีฝีมือ แล้วอีกอย่างหนึ่งจากอาจารย์ที่ขึ้นไปเป็นผู้บริหารต้องมีหลักเกณฑ์ ที่ชัดเจนว่าให้หลุดไปเลยจากวิชาการ จะมายืน ๒ ขาแล้วก็เอาทุก ๒ อย่างไม่ได้ สุดท้ายงานบริการ ก็ไม่ได้เรื่อง งานวิชาการก็ไม่เป็น ก็เกิดความเสียหาย เราต้องการมืออาชีพเพราะว่าเรา พยายามบอกว่าต้องการมืออาชีพจริง ๆ ไปก็จะได้มืออาชีพจริง ๆ แต่หากไม่ท้าให้ชัดเจน แล้วมืออาชีพนี้ก็ไม่มี
ท่านประธานครับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องการควบคุม ในมาตรา ๖๔ การตรวจสอบบัญชีอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ สภามหาวิทยาลัยต้องเสนอรัฐมนตรี ผมไม่ทราบว่า ในแง่ปฏิบัติรัฐมนตรีได้ดูไหมครับ รายงานผลสอบบัญชีเงินเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ๑๕๐ วัน แล้วก็เพื่อสภามหาวิทยาลัยเสนอต่อรัฐมนตรี เพราะมันจะมาเกี่ยวข้องกับหมวด ๕ การก้ากับและดูแล รัฐมนตรีมีอ้านาจที่ก้ากับแล้วก็ต้องให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลหรือมติ ครม. ที่เกี่ยวกับ มหาวิทยาลัยเป็นการเฉพาะเพื่อลดการขัดแย้งอะไรก็ว่ากันไปครับ ในแง่ปฏิบัติเคยมีไหมครับ แล้วท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับว่ามหาวิทยาลัยเขาท้าอะไรกันบ้าง อันนี้ผมอยากเห็นข้อความต่าง ๆ มีผลในแง่ปฏิบัติ เพราะผมเป็นอาจารย์มาตลอดชีวิตครับท่านประธาน มันก็อยู่ในมหาวิทยาลัย ก็อยู่กันแค่นั้นก็ฟัดกันเหมือนอยู่ในกรงนะครับ แต่ทางข้างนอกไม่ทราบเลย จะทราบก็ต่อเมื่อ มีการเดินขบวนหรือมีการประท้วงกัน
ท่านประธานครับ อีกอันหนึ่งเกี่ยวกับ ศ. ต่าง ๆ นะครับ อยากให้มีความชัดเจนว่า คนในมหาวิทยาลัยมีความถนัดคนละแบบ บางคนอาจจะถนัดสอนก็ต้องให้คะแนนเขา สอนเยอะ ๆ บางคนอาจจะถนัดวิจัยก็ให้วิจัยเยอะ ๆ บางคนอาจจะถนัดบริการวิชาการ ต่อสังคมหรืออื่น ๆ นะครับ ซึ่งน้าหนักการประเมินไปสู่ต้าแหน่งวิชาการควรจะให้มีหลากหลาย คนเราเก่งไม่เหมือนกัน ถนัดไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนมีผลงานได้แล้วก็ควรจะได้รับการยกย่อง ถ้างานเขาไปถึงเกณฑ์หรือถึงขั้นที่เราวางไว้ว่ามีคุณภาพตามเกณฑ์ที่วางไว้นะครับ ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จริง ๆ ผมอยากจะให้เป็นมหาวิทยาลัยตัวอย่างด้วยนะครับ เพราะประวัติศาสตร์ยาวนานมาก แล้วโดยเฉพาะคณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ พวกนี้ มีชื่อเสียงมาก คณะการบัญชีก็เช่นเดียวกันครับ ควรจะคงเอกลักษณ์ใน ๓ อันนี้ละครับให้ได้ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นจะมีคณะนิติศาสตร์ ท่านประธานขอเวลานิดหนึ่งนะครับ ผมยังแนะน้า เขาว่ามาเป็นแอฟฟิล ิเอท (Affiliate) หรือมาร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ไหม อาศัยชื่อ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อไปดึงว่าให้คณะนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับ การยอมรับ คนมาเรียนเยอะ ยังแนะน้าเลยขนาดเป็นมหาวิทยาลัยภูมิภาคแล้วก็มีมานาน ก็แสดงว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องส้าคัญจริง ๆ
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมก็สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. .... แล้วก็มีเป็นห่วงอย่างที่ได้เสนอไปแล้ว ก็ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ