สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๖

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เสนอการแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงนิยามของคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จาก "กลุ่ม" เป็น "คณะบุคคล" ซึ่งเขาคิดว่าไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องตามอนุสัญญาสหประชาชาติ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้เป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. .... ร่วมกับเพื่อนกรรมาธิการ และได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ด้วยความละเอียดรอบคอบ แต่ก็มีหลายประเด็นที่ผมคิดว่า จ้าเป็นที่จะต้องมาน้าเรียนกับท่านประธานและในที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อจะได้ช่วยกันพิจารณา ให้เกิดความรอบด้านมากขึ้น ในมาตรา ๓ ซึ่งกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไปแก้ไขนั้น ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายใน ๒ ประเด็น ประเด็นแรกก็คือประเด็นที่มีการแก้ไข ประเด็นที่ ๒ คือประเด็นที่กระผมได้สงวนความเห็นไว้

เรื่องแรก ก็คือการไปเปลี่ยนแปลงค้านิยาม ค้าว่า องค์กรอาชญากรรม ที่ตัดค้าว่า กลุ่ม แล้วก็ใช้ค้าว่า คณะ แทน ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าแท้จริงแล้วความหมาย ในตรงนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เพียงแต่การใช้ค้าที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ เห็นว่าเป็นการใช้ค้าที่มีความเหมาะสมมากกว่า แต่ในความเห็นของกระผมนั้นคิดว่า ค้าว่า องค์กรอาชญากรรม หมายความว่า กลุ่มบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปนั้นให้ความหมายที่ดีกว่า คณะบุคคล เพราะค้าว่า กลุ่ม นั้นเป็นเรื่องของกลุ่มคนที่กระท้าความผิด และท่านประธาน ก็คงทราบว่ากฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นมาเนื่องจากว่าเราไปรับรองอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กรไว้ ในอนุสัญญาที่เรา ให้ความเห็นชอบนั้นเขาพูดถึงกลุ่มบุคคล วัตถุประสงค์การใช้ค้าเฉพาะเพื่อความมุ่งประสงค์ แห่งอนุสัญญาฉบับนี้ กลุ่มอาชญากรที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร หมายถึงกลุ่มที่มีการจัด โครงสร้างบุคคลสามคนหรือมากกว่าที่ด้ารงอยู่ ในค้าแปลของอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่มีการจัดตั้งในลักษณะองค์กรนั้นใช้ค้าว่า กลุ่ม แต่คณะกรรมาธิการไปแก้เป็น คณะบุคคล ซึ่งผมคิดว่าไม่มีความจ้าเป็น ยึดถือค้าเดิมถูกต้อง เหมาะสมอยู่แล้ว

ประเด็นที่ ๒ คือประเด็นที่กระผมได้ขอสงวนความเห็นไว้ให้มีนิยามค้าว่า อาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ต้องการให้มีนิยามค้าว่า องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เหตุผลก็คือว่า กฎหมายในประเทศไทยนี้ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่ให้ค้านิยามค้าว่า อาชญากรรมข้ามชาติไว้ เพียงแต่เป็นที่รู้เป็นที่เข้าใจกันว่าอาชญากรรมข้ามชาตินั้นมันคืออะไร ไม่มีหลักฐานว่า กฎหมายใดได้เคยบัญญัตินิยามนี้ไว้ ซึ่งผมคิดว่าในโอกาสที่เราจะท้ากฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินั้นมีความจ้าเป็นอย่างยิ่งที่จะให้มีนิยามนี้ไว้ นอกจาก จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่จะอ่านกฎหมายและได้มีส่วนร่วมในอนาคต ในการปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแล้ว ในแง่ของการท้างาน ของบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นอัยการ หรือหน่วยงานใด ก็ตามที่จะต้องมีหน้าที่สนับสนุนการปราบปรามการมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินั้น จะได้ใช้นิยามอันเดียวกันจะได้เข้าใจร่วมกันว่ามันคืออะไร นั่นคือเหตุผลประการที่ ๑

เหตุผลประการที่ ๒ ก็คือว่าในกฎหมายฉบับนี้ได้มีนิยามค้าว่า องค์กร อาชญากรรมอยู่แล้ว นิยามค้าว่า องค์กรอาชญากรรม ซึ่งกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไปแก้ไข เป็น คณะบุคคล นั้น หรือ กลุ่มบุคคล ตามร่างเดิมที่ผ่านวาระแรก กลุ่มบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป ที่รวมตัวกันในช่วงระยะเวลาหนึ่งและร่วมกันกระท้าการใด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระท้า ความผิดร้ายแรง และเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ ทางวัตถุอย่างอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม นี่คือนิยามค้าว่า องค์กรอาชญากรรมทั่วไป แต่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ยังไปมีนิยามค้าว่า องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ขึ้นมาอีก แท้ที่จริงแล้วไม่มีความจ้าเป็น นิยามหนึ่งใช้ค้าว่า องค์กรอาชญากรรม เข้าใจแล้วว่าคืออะไร ต่อไปมันจะต้องอธิบายว่าอาชญากรรมข้ามชาติมันคืออะไร อาชญากรรมข้ามชาติ ที่ผมได้สงวนความเห็นไว้แล้วก็ต้องการให้ท่านประธานได้พิจารณาไปพร้อม ๆ กันก็คือว่า องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หมายความว่า องค์กรอาชญากรรมที่มีการกระท้าความผิด ซึ่งมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ความผิดที่กระท้าในเขตแดนของรัฐมากกว่าหนึ่งรัฐ (๒) ความผิดที่กระท้าในรัฐหนึ่ง แต่การตระเตรียม การวางแผน การสั่งการ การสนับสนุน หรือการควบคุมการกระท้าความผิดได้กระท้าในอีกรัฐหนึ่ง (๓) ความผิดที่กระท้าในรัฐหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมที่มีการกระท้าความผิดมากกว่าหนึ่งรัฐ (๔) ความผิดที่กระท้าในรัฐหนึ่ง แต่ผลของการกระท้าที่ส้าคัญเกิดขึ้นในอีกรัฐหนึ่ง ท่านประธานอาจจะเห็นว่าในค้าแปรญัตติของผมในส่วนนี้เป็นค้าเดียวกันกับที่เขียนไว้ ในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติตามนิยามที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้ให้ความเห็นชอบ แต่ท่านประธานครับ ถ้าเอาตามความเห็นของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่คงไว้ว่า องค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินั้นนอกจากจะไปซ้าซ้อนกับความเป็นองค์กรอาชญากรรมแล้ว ค้าอธิบายขององค์กรอาชญากรรมนั้นในแต่ละอนุมาตรา คือ (๑) ถึง (๔) นั้นไม่ได้เป็นการอธิบาย ความเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นค้าอธิบายค้าว่า อาชญากรรมข้ามชาติ มากกว่า ฉะนั้นกระผมจึงได้ขอสงวนความเห็นแล้วก็ให้แปรญัตติ เพิ่มค้าว่า อาชญากรรมข้ามชาติ ไป แล้วก็ตัดค้าว่า องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ออกไปนะครับ ให้เหลือแต่ อาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจด้วยกันดังที่ได้กราบเรียน กับท่านประธานครับ