สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องการเปิดเสรีแรงงานในกรอบประชาคมอาเซียน โดยอธิบายว่าประเทศไทยได้เปิดเสรีแรงงานใน 7 สาขาแล้ว พร้อมระบุอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย 39 อาชีพ และเรียกร้องการความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อป้องกันโรคติดต่อและพัฒนาระบบประกันสุขภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในกรณีคำถามที่ ๒ ที่ท่าน ส.ส. ได้ถามเกี่ยวกับการเปิดเสรีในการประกอบอาชีพสำหรับคนไทย เมื่อเราก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อันนี้เป็นข้อมูลข่าวสารอย่างที่ผมได้บอกว่าเวลาไปถึง พี่น้องประชาชนไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริงนักก็ทำให้เกิดปัญหามากมาย พี่น้องตามแนวชายแดน ก็กลัวว่าเมื่อเราเปิดเสรีในการให้แรงงานเข้ามาเมื่อเราก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแรงงานต่าง ๆ ก็จะทะลักเข้ามาและมาทำงานในประเทศไทยได้ทุกกรณีมาแข่งขันกันอะไรอย่างนี้ ซึ่งไม่ใช่นะครับ ผมต้องอาศัยสภาแห่งนี้ชี้แจงอย่างนี้ว่าตอนนี้ในข้อตกลงระหว่าง ประเทศอาเซียนด้วยกัน ๑๐ ประเทศ หรือในกรอบอาเซียนที่ได้ตกลงไปนะครับ จะมีการเปิดเสรีแรงงานที่มีฝีมือใน ๘ สาขาเท่านั้นเอง ๘ สาขานะครับท่านประธาน ซึ่งข้อตกลงก็มีสาขาแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก ช่างสำรวจ นักบัญชี และการท่องเที่ยว ทีนี้ประเทศไทยได้เข้าร่วมในข้อตกลงของอาเซียนแล้วเพียง ๗ สาขา แค่นั้นเองโดยยังเหลืออีก ๑ สาขาที่ยังไม่ได้เข้าร่วมคือสาขาการท่องเที่ยว ซึ่งจะเปิดเสรี สำหรับผู้ประกอบอาชีพด้านบริษัทท่องเที่ยวและการโรงแรม แต่จะไม่รวมอาชีพไกด์ (Guide) หรือมัคคุเทศก์เพราะเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย ขณะนี้การเปิดเสรีสาขา การท่องเที่ยวก็อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนภายในของไทยเพื่อขอความเห็นชอบ จากรัฐสภา ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าทุกสาขาที่จะเปิดเสรีนั้นเราจะต้องเอาเข้า มาตรา ๑๙๐ ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาครับ เพราะฉะนั้น ๗ สาขาที่ผมกล่าวมา แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก ช่างสำรวจ นักบัญชีนั้น ผ่านสภาไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการท่องเที่ยวก็จะต้องเอาเข้าสภาก่อน ทีนี้อาชีพสงวนที่ท่าน ส.ส. ท่านเป็นห่วงไว้สำหรับคนไทยนั้นก็มีลิสต์ (List) อยู่ในมือผมนี่นะครับ มีทั้งหมด ๓๙ อาชีพที่เราสงวนไว้สำหรับคนไทย ผมจะเอาเร็ว ๆ นะครับ อย่างงานกรรมกร งานกสิกรรม งานเลี้ยงสัตว์ งานป่าไม้ งานก่ออิฐ งานช่างไม้ งานก่อสร้าง งานแกะสลักไม้ งานขับขี่ยานยนต์ งานขับขี่ยานพาหนะที่ไม่ใช่เครื่องจักรหรือเครื่องกล ยกเว้นงานขับขี่ เครื่องบินระหว่างประเทศ งานขายของหน้าร้าน งานขายทอดตลาด งานควบคุม งานเจียระไน งานทอผ้าด้วยมือ มีรายละเอียดทั้งหมด แม้กระทั่งงานวิศวกรรมซึ่งเราเปิดเสรีแล้วนี่นะครับ ก็ยังมีข้อห้ามว่างานในวิชาชีพวิศวกรรมที่สงวนไว้สำหรับคนไทยในสาขาวิศวกรรมโยธา ที่เกี่ยวกับงานออกแบบและคำนวณ จัดระบบวิจัย วางโครงการทดสอบ ควบคุมการก่อสร้าง เหล่านี้ถือเป็นงานสงวนให้กับคนไทย สถาปัตยกรรมก็เหมือนกันครับ งานในวิชาชีพสถาปัตยกรรม ที่เกี่ยวกับการออกแบบ เขียนแบบ ประมาณราคา อำนวยการก่อสร้างหรือให้คำแนะนำนี้ ก็สงวนไว้สำหรับคนไทยด้วยกัน ผมอยากจะเล่าให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ด้วยนะครับว่า การเปิดเสรีแรงงานใน ๘ วิชาชีพที่เราได้ตกลง ในอาเซียนนั้นเป็นการยอมรับมาตรฐานวิชาชีพระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน แต่ไม่ใช่ การอนุญาตให้เข้ามาทำงานได้อย่างเสรีโดยไม่มีกฎเกณฑ์กำกับดูแล เรามีกฎเกณฑ์ ที่จะต้องกำกับดูแลอาชีพเหล่านี้ด้วยในการเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ผู้ประกอบ วิชาชีพเหล่านี้ก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ ภายในของประเทศไทย เช่น การสอบ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ การขอเวิร์ก เพอร์มิต (Work permit) ต้องอนุญาตให้ทำงานได้ รวมทั้งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับประสบการณ์ในการดำเนินวิชาชีพภายในประเทศ ซึ่งเขาจะต้องมี ประสบการณ์ตามที่เราตั้งไว้ด้วยนะครับ ซึ่งในกรณีของแพทย์ ยกตัวอย่างนะครับ ต้องมีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า ๕ ปี ดังนั้นผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวก็ไม่สามารถเข้ามา ประกอบอาชีพในไทยได้เลยโดยอัตโนมัติ อันนี้ก็สบายใจได้ อยากจะให้ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน สำหรับในการเจรจาเปิดเสรีการประกอบอาชีพ ในกรอบอาเซียน อยากจะเรียนว่ารัฐบาลตระหนักดีถึงอาชีพที่สงวนไว้ดังที่ผมได้กล่าวมา สำหรับคนไทยเพื่อไม่ให้คนไทยต้องเสียประโยชน์ นอกจากนี้ก่อนจะทำข้อตกลงกับ ประเทศใด ๆ ก็ตาม รัฐบาลได้ดำเนินงานตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดเพื่อรับฟังความเห็น จากประชาชน เพราะมาตรา ๑๙๐ นอกจากจะต้องผ่านสภาแล้วก็ต้องฟังความคิดเห็น ของประชาชน
สำหรับมาตรการในการควบคุมดูแลเรื่องสุขอนามัยที่เกิดจากการเคลื่อนย้าย แรงงานที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ตั้งกระทู้ถามเป็นห่วงนั้น อาเซียนได้มีข้อตกลง มีความร่วมมือในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดในกรอบรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน โดยนอกจาก ความร่วมมือในการป้องกันโรคติดต่อข้ามพรมแดนแล้ว โดยล่าสุดยังมีการพูดคุยในประเด็นต่าง ๆ เช่นประเด็นสำคัญเรื่องการผลักดันให้มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าทั้งภูมิภาค คือทั้งอาเซียน เพื่อลดผลกระทบในบริเวณชายแดนที่ประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามพรมแดนมาใช้บริการในประเทศไทยและกลายเป็นภาระอย่างมากเนื่องจากประชาชน ในประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้มีเงินค่ารักษาพยาบาล เพราะฉะนั้นก็ได้มีการเชิญชวนให้เขา มีระบบประกันสุขภาพเหมือนประเทศไทยเรา
นอกจากนั้นยุทธศาสตร์การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในส่วนที่เกี่ยวกับ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองทางสังคมนั้น ก็จะมีความร่วมมือระหว่างกันเพื่อเพิ่ม ศักยภาพในการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันโรคติดต่อ โรคอุบัติใหม่ หรือโรคอุบัติซ้ำ เช่น การพัฒนาระบบการให้บริการสาธารณสุขผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ การวางระบบบริการ เบ็ดเสร็จแบบจุดเดียวเพื่อคัดกรองและควบคุมโรค และการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคระหว่างประเทศ ซึ่งมาตรการในเรื่องนี้จะเป็นการทำงาน อย่างบูรณาการระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ