วรงค์ เดชกิจวิกรม พูดเรื่องการขายข้าวแบบจีทูจีโดยรัฐบาล และยืนยันว่าเงื่อนไขที่สำคัญ 2 ข้อ คือ 1. รัฐบาลจะต้องมีสัญญาซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล และ 2. เงินที่ใช้ชำระค่าข้าวจะต้องเป็นเงินจากรัฐบาลประเทศผู้ซื้อ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก จริง ๆ แล้ว ผมเสียดายนะครับ ผมนึกว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาให้ของขวัญปีใหม่กับพวก ส.ส. ด้วยกัน ด้วยการมาพบปะกันสักครั้งหนึ่งก่อนที่จะสิ้นปีแล้วบังเอิญท่านมาไม่ได้ ผมก็คาดหวังว่า อย่างน้อยน่าจะให้ท่านรัฐมนตรีบุญทรงซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ดูแล โครงการรับจำนำข้าวเป็นคนเซ็นอนุมัติขายข้าวแบบจีทูจี (G to G) มาตอบด้วยตนเอง แต่บังเอิญส่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการคนใหม่มา ผมก็ไม่มั่นใจว่าท่านจะเข้าใจเรื่องนี้มากน้อยขนาดไหน และมิหนำซ้ำต้องตำหนิท่านนิดหนึ่งครับ ท่านมาสายมากเกินไป เพราะผมอุตส่าห์ส่งคนมา จองกระทู้ถามสดแต่เช้าเพื่อจะจองคิวที่ ๑ เพราะเงื่อนไขของสภาว่าถ้าใครมาก่อน ตอนเช้า ๆ ก็จะได้คิวที่ ๑ ผมก็ส่งคนมาแต่เช้าได้คิวที่ ๑ จริง ๆ ครับ แต่บังเอิญรัฐมนตรี มาสายทำให้ผมตกไปอยู่คิวที่ ๓ ไม่เป็นไรครับ ผมถือว่าคำตอบของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ เป็นคำตอบของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับการระบายข้าวแบบจีทูจี และเรื่องนี้ได้ถูกฝ่ายค้านเอามาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียดผมขอปูพื้นสั้น ๆ ครับท่านประธานว่าจีทูจีจะต้องมีเงื่อนไข อยู่ ๒ ข้อ นั่นคือข้อที่ ๑ รัฐบาลจะต้องมีสัญญาในการซื้อข้าวระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล เช่นถ้าเป็นการซื้อขายจีทูจี ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนก็ต้องมีสัญญาซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน และข้อที่ ๒ เงินที่ใช้ในการชำระค่าข้าวจะต้องเป็นเงินจากรัฐบาลประเทศผู้ซื้อ ผมต้องย้ำ ผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนครับ เงื่อนไขจีทูจีจะต้องมี ๒ ข้อนี้ เงินที่ใช้ชำระ ค่าข้าวจะต้องเป็นเงินจากรัฐบาลประเทศผู้ซื้อ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเขาก็จ่ายผ่านระบบ เลตเตอร์ ออฟ เครดิต (Letter of credit) ก็คือ ๒ ข้อนี้ ถ้าท่านรัฐมนตรีชี้แจงเป็นเงื่อนไขอื่น ถือว่าโกหกต่อสภา ผมต่อนะครับ ในช่วงที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้ประกาศขายข้าวแบบจีทูจี ทั้งสิ้น ๗.๓๒ ล้านตัน และช่วงประมาณเดือนตุลาคมที่ผ่านมาทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีบุญทรง ได้บอกว่าขายข้าวไปแล้วประมาณ ๑.๔๖ ล้านตัน และวันนั้นบอกว่าได้เงินมาแล้วประมาณ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท และบอกกับพี่น้องประชาชนว่าคาดว่าถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้ ยอดการส่งออกข้าวแบบจีทูจีจะเพิ่มขึ้นจาก ๑.๔๖ ล้านตันเป็น ๑.๘ ล้านตันโดยประมาณ และจะมีข้าวที่ค้างส่งที่จะต้องส่งให้เสร็จสิ้นสิ้นปี ๒๕๕๖ อีกประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตันเศษ ๆ จึงได้ข้าวยอดรวมของจีทูจีคือ ๗.๓๒ ล้านตัน ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ประเทศที่สำคัญประเทศหนึ่งที่รัฐบาลได้พูดถึงในการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีนั่นคือประเทศจีน และท่านประธานก็คงจะทราบเช่นกันว่าช่วงหลังไม่นานมานี้ท่านเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทยได้ออกมาปฏิเสธการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีโดยรัฐบาลต่อรัฐบาล เพียงแต่ว่าท่านทูตไม่ปฏิเสธว่าสนับสนุนให้บริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจของจีนมีการซื้อขายข้าว กับทางประเทศไทย ซึ่งจะซื้อผ่านเอกชนหรือจะซื้อต่อรัฐบาลซึ่งท่านไม่ได้ลงรายละเอียด เพียงแต่ว่าท่านปฏิเสธด้วยภาษาทางการทูตว่าระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลไม่มีการซื้อขาย ผมย้ำต่อว่าฝ่ายค้านได้ตรวจสอบในสภาผู้แทนราษฎร ผมขอสรุปเป็นประเด็นสั้น ๆ ตามรูปนี้ ซึ่งวันนั้นได้มีการตรวจสอบและการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีปรากฏว่ามีการขายผ่าน ๒ บริษัท นั่นคือขายผ่านบริษัท จีเอสเอสจีจากประเทศจีนครับ โดยคนมีอำนาจลงนาม คืออ้ายปาล์ม ซึ่งอ้ายปาล์มก็คือผู้ช่วยของเพื่อน ส.ส. เราเองก็คือคุณระพิพรรณ พงษ์เรืองรอง อ้ายปาล์ม และการขายไปที่ตัวบุคคลอีก ๑ บริษัทก็คือตัวอ้ายปาล์มเอง เท่ากับรัฐบาลขาย ข้าวจีทูจีผ่าน ๒ ส่วนตามชาร์ทที่ผมโชว์ ส่วนหนึ่งคือบริษัท จีเอสเอสจี ผู้มีอำนาจ คืออ้ายปาล์มและรัฐบาลขายตรงให้กับตัวบุคคลซึ่งในโลกนี้ไม่เคยมีประเทศไหนทำ แต่รัฐบาลไทยทำขายข้าวให้ตัวบุคคลคือขายข้าวให้อ้ายปาล์มโดยตรง และอ้ายปาล์มมอบอำนาจ ให้กับอ้ายโจ อ้ายโจเป็นผู้ต้องหาของ ป.ป.ช. ที่เคยชี้มูลไว้เมื่อปี ๒๕๕๒ และเบ็ดเสร็จ โหลงโจ้งคนพวกนี้ คือเด็กของอ้ายเปี๋ยง อ้ายเปี๋ยงเป็นคนใกล้ชิดกับคนแดนไกลการขายข้าว ในรูปแบบนี้ประเทศชาติเสียหาย ๒ ต่อ ต่อที่ ๑ คือท่านขายให้กับพวกใกล้ชิดในราคา ที่ไม่ต้องประมูล ก็คือในราคาถูก ประเทศเสียหาย และต่อที่ ๒ คือจากการตรวจสอบ ของฝ่ายค้าน ข้าวเหล่านี้มีการเอาไปทำเปาเกา ก็คือไปส่งโครงการรับจำนำของรัฐบาล ทั้งโกดังที่จังหวัดพิจิตร และมีการไปส่งที่โรงสีเพื่อเอามาเวียนเทียนกลับตามพวกโรงสีข้าวนึ่ง ก็เท่ากับเป็นการเสียหายต่อที่ ๒ ของประเทศชาติ และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมก็พบว่า กระบวนการชำระเงินตามที่ผมเรียนไปแล้วว่ามันเป็นการชำระไม่ใช่ผ่านรัฐบาลของ ประเทศผู้ซื้อ มีพฤติกรรมการฟอกเงินเกิดขึ้นก็คือฝากเช้า บ่ายถอน ฝากเช้า บ่ายถอน วกไปวนมา วกไปวนมา จนกระทั่งเกิดเป็นเช็ค คนซื้อเช็คก็คืออ้ายคิด และอ้ายคิดก็คือ เด็กของอ้ายเปี๋ยง นี่คือภาพรวมที่ผมสรุปให้กับท่านประธานได้เห็น แทนที่รัฐบาลจะชี้แจงครับ ท่านประธาน โดยปกติแล้วการปกครองในระบบรัฐสภาของเรา รัฐบาลหรือรัฐมนตรีคนไหน ที่ไม่สามารถชี้แจงได้เราถือว่าตายคาสภาครับ วันนั้นในทางการเมืองรัฐมนตรีบุญทรง ที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีพยายามมอบภาระให้ชี้แจงแทน วันนั้นเท่ากับถูกแบกศพ ออกนอกสภาไปเรียบร้อยแล้ว แล้วพวกเราก็ใจเย็น ๆ ครับท่านประธาน รอวันเวลาว่า ท่านจะชี้แจง ปรากฏว่าวันที่ ๓ ธันวาคมที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงพาณิชย์บอกว่า ท่านรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ผมก็หวังว่าท่านจะต้องชี้แจง แทนที่จะชี้แจงในสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ท่านไปขุดคุ้ยย้อนหลัง ๓ ปีซึ่งเราไม่ว่ากัน แต่วันนี้ ผมมาทวง ในคำชี้แจงที่ผมต้องการคำตอบ คำถามนะครับ ผมถามว่าขณะนี้รัฐบาลของ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ รัฐมนตรีบุญทรงที่สื่อให้ฉายาว่าบุญทรุด ถูกกล่าวหาว่าร่วมทุจริต และถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับกระบวนการฟอกเงินในการขายข้าวแบบจีทูจี เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นอย่างนี้ท่านจะชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจอย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ