สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

ประเสริฐ จันทรรวงทอง หารือเรื่องการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน โดยกล่าวถึงปัญหาที่พบในการดำเนินการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับแหล่งสัตว์น้ำและพื้นที่สงวน โดยเรียกร้องให้กรมทางหลวงชนบทตรวจสอบปัญหาอุปสรรคก่อนดำเนินการ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คือท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ประเด็นคำถามเรื่องแรก ที่ท่านได้สอบถามก็คือว่าบริเวณปากแม่น้ำซึ่งมีขนาดความกว้างถึง ประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ เมตร ทางกระทรวงคมนาคมเองมีนโยบายที่จะสร้างสิ่งก่อสร้าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ในเรื่องนี้ผมต้องขอขอบคุณนะครับ ในความห่วงใย เพราะจริงอยู่นะครับว่าการเดินทางของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ถ้า เดินทางด้วยระยะทางที่ใกล้ เดินทางได้สะดวกนี้ก็จะเป็นประโยชน์ แต่เนื่องจากว่า บริเวณปากแม่น้ำปะเหลียนแห่งนี้เดิมเมื่อประมาณปี ๒๕๕๒ กรมทางหลวงชนบทเองได้มี แนวคิดในเรื่องของการก่อสร้างสะพานข้ามปากแม่น้ำแห่งนี้ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร แต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าเมื่อได้มีความคิดริเริ่มในการดำเนินการ ก่อสร้างสะพานแห่งนี้แล้ว ปรากฏว่าพื้นที่ที่เราดูไว้ที่แคบที่สุดก็คือบริเวณที่ท่านได้บอก นี่พบอุปสรรคหลายอย่างนะครับ เรื่องแรกนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้เอาสไลด์ (Slide) ขึ้นบนจอ แล้วผมขออนุญาตมีแผ่นประกอบไปด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ประเด็นแรก คือจุดที่ตั้งของสะพานแห่งนี้นะครับ เป็นจุดที่ถ้ามองทางด้านซ้ายมือจะเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช นอกจากนั้นแล้วพื้นที่ด้านขวาทางฝั่งนี้จะอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๔ นั้นให้ระงับการใช้พื้นที่ดังกล่าวทั้งสิ้น เพื่อหยุดยั้งการใช้ประโยชน์ในที่ดินแล้วก็การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งมีป่าชายเลนคลองปรน ป่าชายเลนคลองควนยาง และป่าชายเลนคลองหินคอกควาย อย่างไรก็ตามกรมทางหลวงชนบท ก็ไม่ได้หยุดนิ่งก็พยายามทำการสำรวจอีไอเอ (EIA) อยู่ในเรื่องนี้

ประเด็นที่ ๒ ก็คือบริเวณจุดตั้งสะพานเป็นวงกลมที่เป็นรอยต่อที่ท่านบอก ในระหว่างที่กรมทางหลวงชนบทได้ทำการสำรวจอีไอเอนะครับ ปรากฏว่ามีประกาศของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเรื่องของกำหนดประเภทและขนาดของ โครงการและกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๕๒ โดยกำหนดให้โครงการหรือถนนที่ตัดผ่านตรงนี้ใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำให้มีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่เรียกว่าอนุสัญญาแรมซาร์ ไซท์ (Ramsar site) เพราะฉะนั้นเมื่อมีอนุสัญญานี้มากำกับดูแล อีกชั้นหนึ่งนะครับ จึงต้องมีการจัดทำอีไอเอเพิ่มขึ้นอีกกรณีหนึ่งด้วยเพื่อเข้าข่ายของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ อุปสรรค เรื่องแรกก็คือ เรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง เรื่องที่ ๒ ก็คือเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ แล้วก็ตัวบริเวณจุดก่อสร้างเองเป็นจุดที่เรียกว่าแรมซาร์ ไซท์ ซึ่งต้องมีการสำรวจอีเอชไอเอ (EHIA) ในการดำเนินการก่อสร้างเสียก่อนนะครับ

ประเด็นถัดมา ที่อยากกราบเรียนท่านสมาชิกในเรื่องนี้ก็คือว่าเรามีโครงการ ในการก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน จริงนะครับ ได้มีการสำรวจ และติดอุปสรรคตามที่ผมได้กราบเรียนในเบื้องต้น หลังจากนั้นแล้วมีพี่น้องประชาชน กลุ่มหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านในการก่อสร้างรอยเชื่อมจะเป็นถนน จะเป็นแพ หรืออะไรก็แล้วแต่แห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานได้แสดงรูป อันนี้เป็น ข่าวหนังสือพิมพ์คนตรัง เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ วีรบุรุษสิ่งแวดล้อมค้านสะพาน ข้ามแม่น้ำปะเหลียน ก็มีรายละเอียดต่าง ๆ แล้วก็ได้กล่าวอ้างถึงว่าการคัดค้านในการก่อสร้าง สะพานแห่งนี้เป็นการไม่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพราะมีแหล่งสัตว์น้ำพวกหอยพวกปู อะไรอยู่เยอะ เกรงว่าถ้ามีการก่อสร้างสะพานที่มีลักษณะถาวรแล้วจะส่งผลกระทบ นอกจากสิ่งแวดล้อมแล้วก็ยังกระทบต่ออาชีพชาวประมงอีกทางหนึ่ง ก็เลยต้องกราบเรียน ท่านสมาชิกสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ว่าขณะนี้นั้นกรมทางหลวงชนบทอยู่ระหว่าง การคอยสิ่งต่าง ๆ ให้มีความชัดเจนเสียก่อน โดยเฉพาะปัญหาอุปสรรคตามที่กระผม ได้กราบเรียนในเบื้องต้น ขอขอบคุณท่านประธานครับ