กันตวรรณ เสนอเลื่อนญัตติแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ วิพากษ์มาตรการรัฐบาลล้มเหลว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕

กันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ เสนอเลื่อนญัตติเรื่องการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของยางพารากับเศรษฐกิจ 66 จังหวัด และวิพากษ์วิจารณ์มาตรการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ล้มเหลว ทั้งการให้เงินกู้และนโยบายโค่นต้นยาง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงจัง

นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ พังงา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอ เลื่อนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและหา มาตรการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ํา การที่เราเสนอเลื่อนญัตติวันนี้มิใช่เกมการเมือง อย่างที่หลายฝ่ายพยายามจะมองว่าเป็นเกมการเมือง แต่สิ่งที่พวกเราทําในวันนี้ เพราะยางพาราเป็นเศรษฐกิจหลักของประเทศ เป็นรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ไม่เฉพาะพี่น้องชาวใต้ แต่ตอนนี้เป็นเศรษฐกิจให้กับพี่น้อง ๖๖ จังหวัดที่ปลูกยางพารา พวกเราให้โอกาสรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายางพารา เริ่มตั้งแต่ ๑๔๐ บาทเมื่อสมัย ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามารับตําแหน่ง แต่ราคายางพาราก็ตกต่ําลงมาเรื่อย ๆ ค่ะ ลงมาตั้งแต่ ๘๙ บาท ๘๔ บาท จนปัจจุบันนี้ลงมาถึง ๗๖ บาท ท่านจะเห็นว่าพี่น้องชาวใต้ หลายจังหวัดเดือดร้อนมากจนทนไม่ไหวค่ะ วันนี้พวกเราชาวพรรคประชาธิปัตย์ได้เล็งเห็น ความสําคัญถึงปัญหาเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนเราจึงเสนอเลื่อนญัตติตัวนี้ขึ้นมา ท่านประธานคะ อย่างที่ดิฉันเรียน ปัจจุบันนี้การปลูกยางพาราปลูกได้ถึง ๖๖ จังหวัดแล้ว มีเนื้อที่ทั้งหมด ๑๘.๓ ล้านไร่ เฉพาะจังหวัดภาคใต้ของดิฉัน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งเป็นภาค ที่ริเริ่มการปลูกยางพารา เรามีพื้นที่ปลูกยางพารา ๑๑.๙ ล้านไร่ อันดับที่ ๒ ที่ปลูกยางพารา มากที่สุดก็คือภาคอีสาน ๑๙ จังหวัด มีพื้นที่ปลูกยาง ๓.๓ ล้านไร่ อันดับที่ ๓ ก็คือภาคกลาง และภาคตะวันออก ๑๖ จังหวัด ปัจจุบันนี้มีพื้นที่ปลูกยาง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่แล้ว และภาคเหนือ ภาคของจังหวัดท่านนายกรัฐมนตรีก็มีพี่น้องปลูกยางพาราเช่นกัน ๑๗ จังหวัด ๘.๕ แสนไร่ ปัจจุบันนี้ค่ะท่านประธานปริมาณยางพาราในประเทศเรามีการปลูกถึง ๑๘.๓ ล้านไร่ และมี ผลผลิตต่อปี ๓.๕ ล้านตันต่อปี ถ้าคํานวณลงมาจาก ๑๔๐ บาท ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามา รับตําแหน่งจนปัจจุบันเหลือ ๗๖ บาท ท่านลองคํานวณสิคะว่าเงินในกระเป๋าของ พี่น้องประชาชนของเราลดลงไปเท่าไร รายได้ของประเทศเราลดลงไปเท่าไร จังหวัดพังงา ของดิฉันก็เป็น ๑ ใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ที่มีพื้นที่การปลูกยางพาราค่ะ จังหวัดพังงามีทั้งหมด ๘ อําเภอ เรียกได้ว่าพี่น้องทั้ง ๘ อําเภอประกอบอาชีพทําสวนยางพารา จังหวัดพังงา มีพื้นที่ปลูกยางทั้งหมดประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ น้ําหนักยางต่อปีที่ออกมาก็คือประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ตันต่อปี และมีมูลค่ายางประมาณ ๑๘ ล้านบาทต่อปี ที่จังหวัดพังงา บางครอบครัว พ่อแม่ลูกได้ทําอาชีพสวนยางพารา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ บางครอบครัวรุ่นพ่อรุ่นแม่ ก็ทําสวนยางพารา ลูกก็เรียนหนังสือจบปริญญาตรีก็คาดหวังจากรัฐบาลค่ะ รัฐบาลบอก รายได้ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ก็คิดว่าคงจะช่วยเยียวยาให้ครอบครัวมีรายได้มากขึ้น ก็ไม่ได้อีก ลูกบางคนในครอบครัวรับจ้างแรงงาน ค่าแรงรายวันก็หวังรัฐบาลว่า ๓๐๐ บาทต่อวัน จะได้ก็ไม่ได้ นโยบายที่พวกท่านโฆษณาเอาไว้ พี่น้องประชาชนในจังหวัดของดิฉันก็ไม่ได้อย่างที่ท่านบอก แถมวันนี้ราคายางพารายังตกต่ําลงมาอีก ซ้ําด้วยปัญหาเศรษฐกิจ ของก็แพงมากขึ้น แล้วท่านจะให้พี่น้องชาวไทย ชาวใต้ และพี่น้องใน ๖๖ จังหวัดเขาจะอยู่กันอย่างไร ดิฉันเอง และพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศใน ๖๖ จังหวัด รอคอยการแก้ปัญหาของรัฐบาลค่ะ จนกระทั่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านณัฐวุฒิเข้ามารับตําแหน่ง ดิฉันได้ดูข่าว หลายคนก็สบประมาทท่าน หลายคนก็ให้กําลังใจ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเสื้อแดงหรือใครก็ตาม ดิฉันก็แอบลุ้นค่ะเพราะคิดว่า อย่างน้อยที่สุดท่านก็เป็นคนใต้ ไม่บ้านท่านทํายาง ญาติท่านก็ต้องทํายาง พี่น้อง เพื่อนท่าน ก็ต้องทํายาง ท่านก็คงจะเห็นความสําคัญของยางพารามากขึ้น แต่เมื่อดิฉันได้เห็น การแก้ปัญหาของรัฐบาลต้องบอกตรง ๆ ว่าผิดหวังมาก แรก ๆ รัฐบาลบอกว่าให้มีเงินกู้ของ ธ.ก.ส. ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยให้กลุ่มเกษตรกรแทรกแซง ๕,๐๐๐ ล้านบาท และให้ อ.ส.ย. แทรกแซงอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกเราพรรคประชาธิปัตย์และพี่น้องประชาชน ก็เฝ้าติดตามค่ะ แล้วก็ปรากฏว่าล้มเหลว ผิดหวังครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีก็ประกาศอีกว่า จะให้โค่นต้นยาง ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ สิ่งแรกที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพังงาบอกดิฉันก็คือเอาอะไรมาคิดคะ หรือท่านรัฐมนตรี จะให้บ้านท่านโค่นไปก่อน จะเอาอย่างนั้นไหมคะ แล้วแน่ใจได้อย่างไรว่าโค่นแล้ว จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในระยะสั้นนี้ได้ รัฐมนตรีรู้หรือเปล่าว่ากว่ายางต้นหนึ่งจะโตมา กว่าจะกรีดได้ใช้เวลา ๘ ปี จาก ๘ ปี ๑๕ ปี ถึง ๒๐ ปี นํารายได้มหาศาลให้กับครอบครัว ยิ่งสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างนี้ท่านให้เขาโค่นยางพาราตอนนี้ ค่าแรงก็ไม่ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ๓๐๐ บาทก็ไม่ได้ ของก็แพงทั้งแผ่นดิน แล้วเขาจะเอาอะไรมากิน ถ้าท่านรัฐมนตรีบอกว่า โค่นไม้ยางแล้วขายไม้ยาง มีพ่อค้าไม้ยางบอกดิฉันมาทางเฟซบุค (Facebook) เลยว่า ฝากถามรัฐมนตรีหน่อย รู้หรือไม่ว่าตอนนี้ไม้ยางพาราเมืองไทยต่างชาติก็ไม่ค่อยรับแล้ว พ่อค้าไม้ยาง หลายคนได้ไปมัดจําแปลงยางค่ะ แต่ถึงเวลาโค่นไม่ได้เพราะไม่มีที่จะไปส่ง ราคาไม้ยาง จากกิโลกรัมละ ๑ บาท ลงไปเหลือ ๖๐ สตางค์ หรือรัฐมนตรีจะรับประกันเหมือนตอน รับประกันยางแผ่นดิบคะ บอกยางแผ่นดิบจาก ๑๒๐ บาท ลงมาเหลือ ๗๖ บาท แล้ววันนี้ ไม้ยางพาราท่านจะสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอีกหรืออย่างไร และสิ่งที่ดิฉันผิดหวัง จากท่านรัฐมนตรี แล้วก็ยังมีความแปลกใจกับการทํางานของท่าน เพราะปกติราคายาง ที่เราพูดกันมี ๒ ประเภท คือราคายางแผ่นดิบรมควันและราคายางแผ่นดิบ ปกตินะคะท่านประธาน เวลาเกษตรกรกรีดยางนี่เขาก็เอาน้ํายางไปทําแผ่นยางดิบ หลังจากทําแผ่นยางดิบ ผ่านกระบวนการรมควันก็คือมีการนําความชื้นออก มีการใช้ไฟ ใช้ไม้ฟืนผ่านกระบวนการ ทําให้เกิดยางแผ่นดิบรมควัน เรียกได้ว่าจากยางดิบเป็นยางรมควันนี่มันมีต้นทุน เพราะฉะนั้น ราคายางดิบจะต้องถูกกว่ายางรมควัน แต่จากการทํางานของรัฐบาลค่ะ การแทรกแซง มันทําให้ราคายางรมควันถูกกว่ายางดิบ มันบิดเบือนกลไกของตลาดโลกยางพารา ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วยซ้ําค่ะ อย่างวันที่ ๘ สิงหาคมนี้ราคายางแผ่นดิบอยู่ที่ ๘๖ บาท ยางรมควันอยู่ที่ ๘๓ บาท วันที่ ๑๐ สิงหาคม ยางแผ่นดิบ ๘๐ บาท ยางรมควัน ๗๖ บาท วันที่ ๑๖ สิงหาคม ยางแผ่นดิบ ๘๒ บาท ยางรมควัน ๗๙ บาท วันที่ ๑๗ สิงหาคม วันที่ ๒๐ และวันที่ ๒๑ สิงหาคม ราคายางแผ่นดิบ ๘๒.๘๐ บาท ในขณะที่ยางแผ่นรมควัน ๘๑ บาท ท่านทํานโยบายอะไรคะ ท่านล้มเหลวในการบริหาร ท่านล้มเหลวในการแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา วันนี้ดิฉันขอฝากกับทางรัฐบาลเลยว่าดิฉันและ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนพี่น้องประชาชน ๖๖ จังหวัด และพี่น้องชาวใต้ ๑๔ จังหวัด พวกเรารอคอยการแก้ปัญหาของรัฐบาล พวกดิฉันเองและ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เกือบ ๕๐ ชีวิต ได้เดินทางไปที่ทําเนียบรัฐบาลเมื่อเช้า ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายกรัฐมนตรี และเราก็ทราบว่าท่านอยู่ที่ทําเนียบรัฐบาลแต่ก็ไม่ได้ลงมารับหนังสือ เราผิดหวังจากเมื่อเช้า เราผ่านเข้ามาสู่ระบบรัฐสภา เราจึงเสนอในการเลื่อนญัตติพิจารณายางพาราเพราะเป็น ปัญหาเร่งด่วนของพี่น้องเกษตรกร วันนี้พวกดิฉันหวังว่าการแก้ปัญหาผ่านระบบรัฐสภานี้ จะได้รับความเป็นธรรม จะได้รับการแก้ปัญหา เหมือนที่ทางซีกรัฐบาลท่านบอกว่าถึงแม้ จะไม่มีรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเข้ามา ถึงไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงแม้ไม่มีนายกรัฐมนตรี แต่มีวิทยุที่จะให้พวกท่านนั่งฟังอยู่ที่บ้าน แต่มีทีมงานที่คอยฟัง และแก้ไขปัญหา ดิฉันหวังว่าการเลื่อนญัตติวันนี้จะทําให้รัฐบาลให้ความจริงจังกับพี่น้องชาวใต้ ให้ความจริงจังกับพี่น้องชาวเกษตรกร ๖๖ จังหวัด ดิฉันหวังว่าทางท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี จะนําเสนอการแก้ปัญหาผ่านคณะกรรมการ กนย. มากกว่าจะให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาบอกว่าผมไม่ใช่เทวดาที่จะทําให้ ราคายางเพิ่มขึ้น ขอบพระคุณค่ะ