เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข อภิปรายเรื่องการเสนอญัตติด่วนเพื่อตั้งกรรมาธิการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำโขง และเรียกร้องให้รัฐบาลหาแนวทางผลักดันงบประมาณในการแก้ไขปัญหา
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการเสนอญัตติด่วน เพื่อให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งกรรมาธิการในการที่จะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทางทะเลและการกัดเซาะชายฝั่งริมแม่น้ำโขง ซึ่งตัวดิฉันขอมีส่วนร่วมของแม่น้ำโขง เพราะว่าจังหวัดเลยดิฉันก็ติดริมแม่น้ำโขง ซึ่งแม่น้ำโขง ก็ผ่านในประเทศไทยซึ่งผ่านไปถึง ๘ จังหวัดรวมทั้งจังหวัดเลยด้วย รวมระยะทาง ๙๕๙ กิโลเมตร ซึ่งผ่านในจังหวัดเลยเป็นระยะทางถึง ๙๗ กิโลเมตร ซึ่งแม่น้ำโขง ก็เป็นพรมแดนที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศ สปป. ลาว ซึ่งตัวดิฉันถือว่าธรรมชาติ สร้างไว้เป็นสิ่งที่ดีมาก ดีกว่าพรมแดนที่เป็นพื้นดินที่จะต้องมีปัญหาในการแบ่งปัน และมีปัญหากระทบกระทั่งถ้าว่าใช้พื้นดินในการแบ่งปันเขตพรมแดน ส่วนต่อมาปัญหา การกัดเซาะชายฝั่งทะเลและของแม่น้ำโขงนะคะ ในแต่ละปีแม่น้ำโขงถูกกัดเซาะชายฝั่ง ทางริมตลิ่งในประเทศไทยปีหนึ่งหลาย ๆ ร้อยไร่ และหลาย ๆ กิโลเมตร ซึ่งตัวดิฉันก็รู้สึกว่า ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาเร่งด่วน ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอมาตัวดิฉันก็ขอสนับสนุน ที่จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ เพราะว่าแต่ละปีประเทศไทยเราจะได้เสีย ผืนแผ่นดินไปทุก ๆ ปีให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะกรวดหินดินทรายของประเทศไทยเรา ทุกเม็ดมีความสำคัญมาก ๆ ซึ่งผลรายงานของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้มีการรายงานมาว่าปัญหาที่มีการกัดเซาะและต้องเป็นปัญหาเร่งด่วนมีถึง ๓๙๐ กิโลเมตร สร้างไปเพียง ๑๗๓ กิโลเมตรและอยู่ระหว่างการก่อสร้างอยู่ ๓๙ กิโลเมตร ยังเหลืออีก ที่จะต้องสร้างอย่างเร่งด่วนอีก ๑๗๘ กิโลเมตร ในส่วนนี้ตัวดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทางรัฐบาลจะหาแนวทางผลักดันงบประมาณในการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้นะคะ และอยากจะมีประเด็นอีก ๓ ประเด็นในการที่จะฝากไปเพื่อที่จะบันทึกเอาไว้ในรายงาน ในชิ้นนี้ด้วยก็คือปัญหาเกี่ยวกับเรื่องท่าทราย ในริมแม่น้ำโขงก็มีท่าทรายซึ่งมีการสัมปทาน ท่าทรายอยู่หลาย ๆ จุด ซึ่งก่อให้เกิดปัญหากับการเสียแผ่นดินหรือการกัดเซาะด้วย ก็อยากฝากในส่วนนี้เอาไปศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาว่าการสัมปทานท่าทราย แล้วก็การลักลอบการค้าขายหาความร่ำรวยเกี่ยวกับเรื่องทรายจะทำให้แผ่นดินไทย สูญเสียไป อีกส่วนหนึ่งการออกแบบแนวเขตเขื่อนป้องกันตลิ่ง ก็อยากจะฝากว่าไม่ได้ว่า ออกแต่เขื่อนป้องกันน้ำไม่ให้กัดเซาะเฉย ๆ ก็อยากให้เห็นใจพี่น้องประชาชนที่อยู่ ริมตลิ่งด้วย เพราะว่าชีวิตความเป็นอยู่ อาชีพเขาก็อาศัยริมแม่น้ำโขงด้วย ก็อยากให้ ออกแบบให้มีบันไดทางลงให้เขาสามารถที่จะลงไปทำมาหากินจับปลา จับปู ในการค้าขาย หรือใช้ชีวิตในการปลูกต้นไม้ พืชบางตัวเวลาหน้าแล้งเขาลงไปเพื่อปลูกพืชไว้ประกอบอาชีพ ก็อยากให้คิดถึงในส่วนนี้ด้วยและถ้าให้ดีเพิ่มงบประมาณอีกเล็กน้อยนะคะ ทำถนนคนเดิน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจะได้เขื่อนด้วย ได้ถนนแล้วก็ได้แหล่งท่องเที่ยวด้วยในส่วนนี้นะคะ และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญมากในจังหวัดเลยของดิฉันก็มีแม่น้ำเหืองซึ่งเกิดจาก เทือกเขาภูเมี่ยงในประเทศ สปป. ลาวก็มีแม่น้ำนี้ไหลผ่านเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศ สปป. ลาว ผ่านอำเภอนาแห้ว อำเภอด่านซ้าย อำเภอท่าลี่ ของจังหวัดเลย แม่น้ำเหืองนี้ไหลอยู่ในประเทศไทยใน ๓ จังหวัดนี้ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร แต่ถ้ารวมกับประเทศ สปป. ลาวด้วยแล้วก็ ๑๑๐ กิโลเมตร ซึ่งจะไหลเรื่อยลงมาสู่ แม่น้ำโขงที่ท่าดีหมี ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งบริเวณนี้เขาจะเรียกว่า ปากแม่น้ำเหือง แม่น้ำ ๒ สี ที่ชื่อแม่น้ำเหืองสาเหตุเกิดจากน้ำจากเทือกเขาภูเมี่ยงไหลจากที่สูง ลงมาสู่ที่ต่ำ ๑๑๐ กิโลเมตรนี้แรง ความดันนี้จะกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำนี้ทำให้ดินที่อยู่ข้าง ๆ ไหลลงมาด้วยทำให้น้ำเปลี่ยนสีเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลแล้วมาบรรจบกับแม่น้ำโขงก็เกิด แม่น้ำ ๒ สีขึ้นมา ในส่วนนี้ก็อยากให้มีการศึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาในส่วนนี้และบันทึก เอาไว้ในรายงานในครั้งนี้ด้วย ตัวดิฉันจึงฝากเรียนท่านทางกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า แม่น้ำเหืองนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้แผ่นดินไทยสูญเสียจากประเทศไทยไปสู่ ประเทศ สปป. ลาวด้วย ก็ฝากด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ