สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

นริศา อดิเทพวรพันธุ์ แสดงความไม่พอใจต่อเอกสารที่ประธานสภาส่งมาด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่ง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช เธอเรียกร้องให้รัฐมนตรีแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและปัญหาการกัดเซาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชให้เร่งด่วน โดยเฉพาะที่แหลมตะลุมพุก ซึ่งเธอแจ้งปัญหานี้เมื่อปีที่แล้ว แต่ยังไม่มีการแก้ไข

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องบอกว่าเมื่อเห็นญัตติ ในเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่งต้องบอกว่าดีใจที่ทางคณะรัฐมนตรีได้นำเรื่องนี้ไปศึกษา สาเหตุที่ดีใจก็เพราะว่าที่จังหวัดนครศรีธรรมราชต้องเรียนท่านประธานว่าจากเอกสารที่ท่าน ส่งกลับมาให้พวกเราในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขผลกระทบ ปัญหาการกัดเซาะชายทะเล กรุงเทพมหานคร และเขตพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งแม่น้ำโขง จากเอกสารที่ท่านส่งมาต้องบอกว่าดิฉันดีใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็เปิดเอกสารนี้ด้วยความที่มี ความหวังอย่างยิ่งที่จะเห็นว่าท่านได้ไปศึกษาว่าที่ไหนที่มีการกัดเซาะสูงและท่านจะแก้ไข การกัดเซาะอย่างไร รวมถึงงบประมาณที่จะจัดสรรลงมานะคะ แต่ก็ต้องเรียนท่านประธานค่ะ หลังจากที่เปิดเอกสารแล้วดิฉันต้องเรียนท่านประธานว่าไม่มีความหวังอะไรกับเอกสารนี้เลย ท่านเป็นการรวบรวม หรือถ้าเกิดว่าเป็นโรงเรียนเราก็จะเรียกว่าเป็นการทำรายงาน แบบตัดแปะ ท่านก็ไปเอารูปต่าง ๆ มาแปะเข้าไปในเอกสารของท่าน ท่านไปเอาเอกสาร ทางราชการมาใส่ในเอกสารฉบับนี้นะคะ ที่ดูหนาไม่ได้เป็นเนื้อหา ไม่ได้เป็นสาระ ไม่ได้มีแนวทางในการแก้ปัญหา แต่เป็นเอกสารที่ประกอบไปด้วยรูปว่าสถานที่ไหน โดนกัดเซาะอย่างไร แล้วก็เขื่อนต่าง ๆ ที่ท่านคิดจะทำนั้นคือเขื่อนไหนเรียกว่าอะไร สำหรับดิฉันเองความรู้ที่ได้จากเอกสารอันนี้ก็ต้องบอกว่าเอกสารที่ท่านส่งให้พวกเราได้พบว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่กัดเซาะสูงที่สุดนะคะ จะขอเรียนท่านประธานค่ะว่า ณ ขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชมีพื้นที่เสียหายไปแล้วจากการกัดเซาะถึง ๓๖๙ ตารางกิโลเมตร ถ้าเรามาดูเป็นไร่ ณ ขณะนี้ก็เสียหายไปแล้วถึง ๒๓๐,๖๕๒ ไร่ มีบ้านเรือนเสียหายไปแล้ว ๑๒๓ หลัง ประชาชนเดือดร้อนทั้งสิ้น ๒,๕๙๗ ครัวเรือน สาธารณูปโภคโดยเฉพาะถนน ที่ได้ชำรุดไปแล้ว ๑,๖๕๐ เมตร ความยาวทั้งสิ้น ๖๕ กิโลเมตร นี่ก็คือเอกสารที่ท่านบอก เมื่อมาดูแล้วว่าจังหวัดไหนได้รับผลกระทบในเรื่องของการกัดเซาะสูง แน่นอนค่ะสิ่งที่พวกเรา คาดหวังที่จะเห็นก็คือการจัดสรรงบประมาณลงมาในการแก้ไขปัญหา แต่เมื่อเปิดทั้งเล่มเลย ไม่มีงบประมาณของจังหวัดนครศรีธรรมราชเลยแม้แต่รายการเดียว สิ่งที่เห็นก็คือ เพียงแต่บอกว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นได้รับความเสียหายเป็นทั้งหมด ๘ แห่งด้วยกัน ในความยาวทั้งสิ้น ๖๕ กิโลเมตรเท่านั้นเองค่ะ

ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นท่านรัฐมนตรีเดินเข้ามา เพราะฉะนั้นดิฉัน ขอถามท่านเลยนะคะว่าในการที่ท่านจะแก้ปัญหาให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราชหลังจาก ที่ท่านได้ทำการศึกษาแล้วนั้น ใน ๘ โครงการที่ท่านบอกไว้ในหนังสือเล่มนี้ แต่ไม่มีรายละเอียด ดิฉันขอถามว่าแต่ละโครงการมีอะไรบ้าง บริเวณไหนที่ท่าน จะทำการแก้ไข แล้วก็เขื่อนต่าง ๆ ที่ท่านบอกว่าท่านจะทำนั้นรูปแบบเป็นอย่างไร แล้วก็ แต่ละจุดท่านจะใช้งบประมาณเท่ากับเท่าไร และที่สำคัญที่สุดค่ะ ปีไหนคะที่ท่านจะจัดสรร งบประมาณให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราช อันนี้ก็ต้องเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี

สุดท้ายค่ะที่อยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีเดินเข้ามานะคะ สำหรับ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและในเขตพื้นที่เลือกตั้งของดิฉันก็คืออำเภอปากพนังนะคะ ดิฉันเองได้นำเสนอถึงปัญหาในช่วงของการอภิปรายงบประมาณ มีการปรึกษาหารือ มีการนำเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีท่านนริศ ขำนุรักษ์ เป็นประธาน พร้อมกับท่านวิทยา แก้วภราดัย ในเรื่องของปัญหาการกัดเซาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะที่ตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ดิฉันได้เจอท่านรัฐมนตรี ท่านจำได้ไหมคะ ท่านบอกว่าผมเป็นคนหนุ่ม ทำงานเร็ว ณ ขณะนี้ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีค่ะ เวลาผ่านมา ๑ ปีแล้วนะคะท่านรัฐมนตรี ปัญหาทุกอย่างเงียบสนิท ไม่ว่าจะเป็น การปรึกษาหารือ ไม่ว่าจะเป็นผลของคณะกรรมาธิการอย่างไรก็ตามเงียบนะคะ วันนี้สิ่งที่แหลมตะลุมพุกได้งบประมาณก็คือได้งบประมาณจากจังหวัดมาทำเขื่อน เขาเรียกว่าโครงการสร้างแนวหินใหญ่ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ ตำบลแหลมตะลุมพุก ความยาว ๘๐๐ เมตร เป็นเงิน ๔,๘๙๖,๐๐๐ บาทถ้วนเท่านั้นเองค่ะ ท่านรัฐมนตรีคะ วันนั้นที่แหลมตะลุมพุกมีปัญหา เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๕ เช้าท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ลงพื้นที่ไปดู ความเสียหาย บ่ายท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านฐานิสร์ เทียนทอง ก็ได้ลงไปดูในพื้นที่ เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๕ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีก็คือดอกเตอร์ปลอดประสพ สุรัสวดี ก็ได้เดินทางไปดู ทุกท่านก็บอกว่า ผมจะนำปัญหานี้มาแก้ไข แต่วันนี้เรียนท่านประธานแล้วก็ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ ทุกอย่างเงียบสนิทเหมือนเดิม ประชาชนที่ได้รับผลเสียหายไม่ว่าจะเป็นคนที่ไม่มีบ้านอยู่อาศัย ในวันนี้ก็ยังเป็นประชาชนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเหมือนเดิมนะคะ มีจดหมายจากจังหวัดขอใช้พื้นที่ ในบริเวณที่เราเรียกกันว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณพื้นที่หมู่ที่ ๓ ตำบลแหลมตะลุมพุก จำนวน ๑๓๓ ไร่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถที่จะเข้าไป อยู่อาศัยได้ มีคำตอบสั้น ๆ อย่างเดียวค่ะ ขัดมติ ครม. ไม่สามารถให้ใช้ได้ ปัญหาของวันนี้ แหลมตะลุมพุกยังคงเหมือนเดิมเหมือน ๑ ปีที่ผ่านมา ดิฉันต้องเรียนท่านรัฐมนตรีว่า ให้ท่านเห็นใจค่ะ ณ ขณะนี้ลมมรสุมกำลังจะมาอีกแล้วนะคะ เริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม พี่น้องประชาชนวันนี้อยู่ด้วยความหวาดระแวงว่าวันนี้ บ้านเขายังจะมีอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ถือปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญและ แก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องชาวแหลมตะลุมพุกอย่างเร่งด่วนด้วย ขอบพระคุณค่ะ