สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๕

ปลอดประสพ สุรัสวดี พูดถึงปัญหาน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มการเก็บน้ำและกระจายน้ำให้เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ปิดเขื่อนปากมูล เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของคนอีสาน และลดความเสียหายจากการแล้ง

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่านครับ ต้องขอบคุณคุณรัชฎาภรณ์อย่างยิ่งที่ได้กรุณาถามเรื่องนี้ขึ้นมา ผมจะเล่าให้ท่านฟังสักนิดหนึ่งก่อนแล้วกันแล้วก็จะตอบค้าถาม ยกเว้นจะขอตอบล่วงหน้าไป อันหนึ่งแล้วกันนะครับ ท่านบอกว่าผมบอกว่าปีนี้ปกติ หนังสือพิมพ์ไม่รู้หนังสือพิมพ์อะไร ผมว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นน่าจะไม่ปกติ เพราะว่าผมไม่ควรจะพูดอย่างนั้นนะครับ เอาอย่างนี้ เอาใหม่นะครับ เรื่องน้าปีนี้ภาคเหนือ ภาคกลางปกติ ภาคใต้มากกว่าปกติ ภาคตะวันออกปกติ แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ปกติแน่ครับ น้าฝนที่ตกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อต้นปีท้าท่าจะดี แต่พอถึงกลางปี ปลายปี ไม่ดีเอามาก ๆ ขอเรียนไว้ด้วยครับว่าทาง กบอ. เองไม่เคยไปท้าอะไรกับอ่างเก็บน้าใด ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนะครับ เพราะว่าได้มีบางคนมาพูดบอกว่าผมไปสั่งให้ระบายน้า จากเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนล้าปาว ไม่มีเลยครับ ไม่เคยแตะต้องเลยสักนิดเดียวนะครับ ที่แล้งนี่ ก็แล้งด้วยธรรมชาติ แล้วก็เป็นการแล้งอย่างที่คุณรัชฎาภรณ์พูดนะครับ ค่อนข้างรุนแรง ในรอบ ๒๐ ปี ๓๐ ปี ทีนี้ถามว่าแล้วจะท้าอย่างไรนะครับ สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี สั่งผม ท่านก็บอกว่าในเมื่อน้ามีน้อยไปใช้ประโยชน์จากน้าให้ได้สูงสุดนะ แล้วท่านก็บอกว่า อย่าให้เกิดการขาดแคลนน้านะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนต้องมีน้ากินน้าใช้ แล้วท่าน ก็บอกว่า กบอ. ในเมื่อท้าเรื่องน้าท่วมเสร็จไปแล้วก็ให้เปลี่ยนหมวดการท้างานนะครับ ให้มาท้าเรื่องน้าแล้ว นั่นคือค้าสั่งท่านนายกรัฐมนตรี ทีนี้ผมก็มาประชุมกันว่าโอเค (OK) เราจะท้าอย่างไรกัน ก็วางยุทธศาสตร์ ๓ ข้อ ข้อแรก อันที่ ๑ ก็คือว่าท้าอย่างไรจะเอาน้า จากฟ้ามาให้ได้มากที่สุดเท่าที่เวลามันมีนะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่ารายละเอียดสักนิดหนึ่ง อันที่ ๒ จะเอาน้าผิวดินมาอย่างไรที่มันกระจัดกระจาย อันที่ ๓ จะเอาน้าใต้ดินอย่างไร ซึ่งดูเหมือนน้าใต้ดินจะเป็นค้าตอบที่ดีที่สุดในขณะนี้ ข้อที่ ๒ ก็คือการกระจายน้า อย่างสม่้าเสมอ อย่างเสมอภาคไม่ใช่ว่าคนนี้เดือดร้อนแล้วคนโน้นได้ แล้วสุดท้ายก็คือว่า การเตรียมเครื่องมือให้พร้อมเราจะตั้งดีโพ (Depot) ในพื้นที่ส้าคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งดีโพนั้นเขาจะมีเครื่องสูบน้าแล้วก็สูบ แล้วก็น้ามันเป็นหลัก ทีนี้ระดับความส้าคัญเราก็วางว่า น้าเพื่อการบริโภคอุปโภคต้องมาก่อน แล้วก็รองลงมาน้าเพื่อการเกษตร ข้อที่ ๓ ก็คือ ในเรื่องของระบบนิเวศเพราะเราไม่อยากเห็นนะครับว่าแม่น้าล้าคลองมันแห้งไปหมดนะครับ มันจะกระทบกับสิ่งที่มีชีวิตอื่นอีกเยอะแยะ ทีนี้ถามและกลยุทธ์ล่ะครับที่เราจะท้า จะท้าอย่างไร กลยุทธ์จะมี ๗ ข้อนะครับ

ข้อแรก คือเรื่องการท้าฝนหลวง ปกติฝนหลวงจะหยุดในวันที่ ๑๕ ตุลาคม แต่ปีนี้ได้มีการประชุมกันผมก็ได้ขอร้องส้านักฝนหลวงว่าอย่างไรปีนี้ขอให้ท้าต่อไปเถอะ แล้วก็บังเอิญช่วงนี้ลมมรสุมตะวันออกยังแรงอยู่ ก็ยังเอาความชื้นจากทะเลจีนมาให้ แล้วที่ส้าคัญที่สุดก็คืออาทิตย์หน้าจะมีดีเปรสชันเข้ามาที่แหลมญวนก็เชื่อว่าจะน้าความชื้น มาให้ เพราะฉะนั้นเราก็จะท้าฝนหลวงไปนานเท่าที่จะท้าได้ โดยไม่จ้ากัดสถานที่และเวลา เมื่อไรความชื้นสัมพัทธ์ถึงก็ให้ไปท้าเลยนะครับ แล้วจะตกเหนือเขื่อน จะตกบนนา จะตกบนภูเขา ขอให้มันตกเถอะ ซึ่งทางส้านักฝนหลวงก็รับไปท้างานเรียบร้อยแล้วนะครับ

ข้อ ๒ ก็คือเราจะปล่อยน้าเข้าทุ่งแทนที่จะปล่อยน้าให้มันไหลลงทะเล ซึ่งอันนี้จะเน้นในภาคกลางเป็นหลัก แต่เดิมในฤดูนี้ก็ยังมีการหรี่น้าแล้วก็ปล่อยน้า มันก็ไหลออกทะเล ตอนนี้ไม่ให้เขื่อนไหนนะครับปล่อยน้าลงล้าน้ายกเว้นแต่เพื่อเป็น การหล่อเลี้ยงล้าน้าเพื่อระบบนิเวศเท่านั้น นอกนั้นให้เอาลงทุ่งให้หมดซึ่งก็ท้าแล้ว เอาอย่างนี้นะครับ เมื่อกี้ผมเรียนเรื่องฝนหลวงท้าแล้วมา ๑ อาทิตย์ เอาน้าเข้าทุ่งท้าแล้ว

ข้อ ๓ ก็คือปิดเขื่อนปากมูล ผมอยากเรียนว่าเขื่อนปากมูลเป็นประวัติศาสตร์นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีชวน ท่านรัฐมนตรีสาวิตต์สมัยนั้นมอบผมนะครับ ก็ไปด้าเนินการจนแล้วเสร็จ วันนี้ผมก็หวังว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็จะร่วมกับรัฐบาลในการที่จะรักษาเขื่อนปากมูล เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของคนอีสานให้ได้นะครับ ผมต้องขอบคุณพรรคพวกที่เขื่อนปากมูล ที่เรียกกันว่าสมัชชาคนจนบางกลุ่มที่อุตส่าห์เสียสละปีนี้ปิดเขื่อนปากมูลก่อนก้าหนด ๑ เดือน การปิดนี่จะสามารถเซฟ (Save) น้าได้วันละ ๑๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร และผมก็คิดว่า การเสียสละของคนปากมูลในวันนี้จะเป็นตัวอย่างของการเสียสละของคนในลุ่มน้ายม ในอนาคตอีกต่อไปนะครับ ก็ตกลงว่าในแม่น้ามูลตอนนี้จะมีน้าแล้ว

คราวนี้ต่อไปนะครับเราจะเริ่ม ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีปรีชาก็จะมา ขยายความเรื่องระบบน้าบาดาลเพื่อการบริโภคอุปโภค อาจจะขุดสัก ๒,๐๐๐ บ่อให้เสร็จ ภายในเดือนหน้านะครับ ซึ่งแต่ละบ่อจะให้น้าประมาณ ๒๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงนะครับ แล้วก็จะมีการผันน้าข้ามลุ่มน้านะครับ ซึ่งอันนี้ไม่เกี่ยวกับภาคอีสาน แต่ผมเล่าให้ท่านฟังได้ จากลุ่มน้ายมกลับไปที่ลุ่มน้าน่าน ในสมัยน้าท่วมแม่น้ายมไปแม่น้าน่าน แต่ตอนนี้จะเอาแม่น้าน่านกลับมาแม่น้ายม ๒. ก็คือ จะผันน้าจากลุ่มน้าแม่กลองเข้ามาให้ลึกที่สุดเท่าที่จะท้าได้ในลุ่มน้าเจ้าพระยา เมื่อก่อนนี้ ท้าแค่จังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี แต่คราวนี้อาจจะเอาเข้ามาถึงจังหวัดสุพรรณบุรี เราจะพยายามเติมน้าในอ่างเก็บน้าหรือบ่อน้าให้ได้เท่าที่สูบน้าจะมี ทีนี้ท่านได้พูดเรื่องสูบน้า สมัยผมยังหนุ่ม ๆ เมื่อก่อนเรามีสูบน้าด้วยไฟฟ้า กระทรวงพลังงานเป็นคนท้า แต่น่าเสียดายการบริหารจัดการช่วงหนึ่งไม่ดี สืบเนื่องจากการโอนย้ายถ่ายเทอะไรกันนี่ละครับ เราเห็นว่ายังมีโอกาสที่ท้าได้ เพราะฉะนั้นจะน้าโครงการนี้กลับมาท้าให้ แต่จะท้าเฉพาะพื้นที่ ซึ่งมีน้าต้นทุนประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ และจะแจกเข้าไปในพื้นที่ในระหว่าง ๑,๐๐๐ ไร่ไม่เกิน ๓,๐๐๐ ไร่ ซึ่งคาดว่าจะท้าได้ประมาณ ๖๐ จุด เสริมกับที่กรมชลประทาน ได้งบประมาณแล้ว ๗๐ จุด เพราะฉะนั้นระบบสูบน้าก็จะมีประมาณ ๑๕๐ จุด ผมหวังว่า ในเรื่องสูบน้านี้จะท้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ซึ่งความจริงก็อาจจะเลท (Late) ไปสักนิดหนึ่ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ท้าเลยนะครับ ที่ผมกราบเรียนทั้งหมดนี้เราจะเซฟว่า พื้นที่ชลประทานจะเสียหาย ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น การท้านาปรังรอบแรก ในพื้นที่ชลประทานยังพอท้าได้บ้าง ในขณะที่พื้นที่เกษตรน้าฝนก็คงจะต้อง มีการเปลี่ยนแปลงในการท้าด้านการเกษตร แต่ทีนี้ที่ท่านถามผมนะครับ ข้อแรก ท่านบอกว่า คนอีสานจะลุกขึ้นมา ก็ลุกขึ้นมาช่วยที่เขื่อนปากมูลไปเรียบร้อยแล้วก็มีปัญหา ลุกขึ้นมาประท้วงอะไรไม่มีประโยชน์หรอกครับ ฝนแล้งมันเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องต่อสู้ร่วมกัน แก้ปัญหาให้ได้ ท่านบอกว่าแล้งผิดปกติผมเห็นด้วยกับท่าน ปีนี้ภาคอีสานแล้งผิดปกติ จริง ๆ แล้วก็ไม่รู้จะไปโทษใคร แล้วผมก็ไม่เคยพูดว่าแล้งปีนี้ภาคอีสานปกติ ผมคงไม่บ๊องพอ ที่จะพูดอย่างนั้นหรอกนะครับ ส่วนเขื่อนล้าปาวเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นความจริง เพราะฉะนั้นการใช้น้าจากเขื่อนล้าปาวต้องกระท้าด้วยความละเอียดถี่ถ้วนเป็นอย่างยิ่งนะครับ เรื่องข้าวนาปรังในบางพื้นที่ซึ่งปลูกไม่ได้มันก็ปลูกไม่ได้ ก็ต้องบอกความจริงว่าปลูกไม่ได้ ส่วนเรื่องความเสียหายรัฐบาลมีการส้ารวจเรียบร้อยแล้วว่าจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสกลนคร จังหวัดอ้านาจเจริญอะไรเสียหายเท่าไร ซึ่งผมคิดว่าไม่จ้าเป็นต้องมาเรียนท่านในขณะนี้ว่า เสียหายเท่าไร ประชาชนเดือดร้อนเท่าไร คิดเป็นเงินเป็นทองเท่าไร แต่เสียหายแน่นอน แล้วเราก็พยายามช่วยจนสุดความสามารถของเราเพื่อให้ความเสียหายมันน้อยที่สุด แล้วก็จะมีระบบเดดิเคท เรมีดี (Dedicate remedy) เข้าไปช่วยเพื่อให้ความเดือดร้อน ของประชาชนมีน้อยที่สุดครับ