ปลอดประสพ สุรัสวดี แถลงปัญหาการระบายน้ำในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากกรุงเทพมหานครไม่พร้อมที่จะรับมือการเกิดน้ำท่วม และขอให้การวางท่อระบายน้ำที่ดินบนถนน รวมถึงหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงของวิธีคิดในการบริหารประเทศภายใต้อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และหารือเรื่องการให้เงินจากรัฐบาลแก่กรุงเทพมหานคร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านวรชัยที่เคารพครับ ผมเพิ่งพูดไปเมื่อกี้นะครับว่าผมจะไม่พูดเรื่องการเมือง กทม. นะครับ เพราะฉะนั้นผมจะกลืนน้าลายตัวเองไม่ได้นะครับ แต่ว่าผมจะพูดทางเทคนิคกับท่าน ก็แล้วกันนะครับว่า
ข้อแรก เมื่อทางท่านถามแล้วผมต้องตอบนะครับ รัฐบาลให้เงิน กทม. ไป ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทใช่ไหม ก็น่าจะใกล้เคียงนะครับ ท้าไหม ก็น่าจะท้านะ ท้าเสร็จ แค่ไหน โดยข้อตกลงส้าหรับ กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้าจะต้องเสร็จภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งตอนนี้เข้ามาเดือนกันยายนแล้วผมก็เชื่อว่าน่าจะเสร็จเป็นส่วนใหญ่นะ แต่ผมจะไปติดตาม ให้ท่านว่าที่ไหนมันเสร็จ ที่ไหนมันไม่เสร็จ แต่ว่าอย่าเพิ่งให้ผมตอบปั๊วะเปี๊ยะนะครับเพราะว่า ผมก็ไม่รู้จริง ๆ นะครับ
ทีนี้ในค้าถามของท่านผมจะตอบให้ท่านฟังอย่างนี้ใกล้ ๆ ง่าย ๆ นะครับคือ เราทุกคนในรุ่นขนาดผมถอยไปนะครับ เราอยู่ในยุคน้าน้อยมาตลอดนะครับ ถ้าในภาษา วิทยาศาสตร์เขาเรียกว่ายุคของเอลนินโญ (El Nino) เพราะฉะนั้นระบบความคิดทั้งหลายแหล่ มันก็เป็นเรื่องของน้าน้อย ก็หาน้ามานะครับ เครื่องมือ อุปกรณ์ วิธีคิดจะเป็นอย่างนั้นหมด เข้ามาเมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมาเรามาอยู่ในยุคน้ามากที่เขาเรียกว่าลานินญา (La Nina) และจะเป็นอย่างนี้ไปอีก ๓๐-๔๐ ปี ในทางปรัชญาวิทยาศาสตร์ก้าลังคิดกันบอกว่า เราต้องการ ภาษาอังกฤษเรียกว่าพาราไดม์ ชิฟท์ (Paradigm shift) คือการเปลี่ยนวิธีคิด ทั้งหมดในการบริหารประเทศภายใต้น้ามากว่ามันจะต้องท้าอะไรบ้าง ซึ่งเราไม่ชิน งบประมาณก็ไม่ใช่ เครื่องไม้เครื่องมือ สิ่งก่อสร้างที่สร้างมามันก็ไม่ใช่ นี่คือสิ่งที่เราก้าลัง พยายามท้าอยู่ สิ่งหนึ่งที่จะออกมาก็คือ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะครับจะออกมาเรียกว่า ในแอพโพรชใหม่ของวิธีคิดใหม่ในโลกยุคใหม่ที่มันเกิดขึ้น นี่เฉพาะ กทม. ถ้าจะให้ผมวิจารณ์ ภายใต้วิธีคิดในยุคน้ามาก เป็นผมนี่ผมจะคิดประมาณ ๕ เรื่องพร้อม ๆ กันซึ่งเวลานี้ คิดเรื่องเดียว ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดเพราะมันชินมา ๓๐ ปีนะครับ สิ่งที่ กทม. ชินมาตลอดก็คือ สร้างระบบขึ้นมารับน้าฝน ตั้งแต่รับธรรมดาจนกระทั่งมีปั๊ม จนกระทั่งมีปั๊มขนาดใหญ่ แล้วก็มีมาตรการว่าถ้า ๖๐ มิลลิเมตร ระบายได้ภายใน ๑ ชั่วโมงถ้าไม่มีปัญหาอะไร แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แล้วครับ มันอาจจะเกิดภาวะน้าหลากจากทิศเหนือได้อย่างปีที่แล้ว ใช่ไหมครับมันมาจากทิศเหนือ ก็ต้องคิดนะครับว่าจะป้องกัน กทม. ได้อย่างไร จากถ้าเกิดอุปัทวเหตุ สถิติ ๑๐๐ ปีน้าจากทางเหนือ ซึ่งยังไม่ได้คิดหรือยังไม่ได้ร่วมกันคิด
อันที่ ๒ เรื่องน้าล้นตลิ่ง เมื่อน้ามันเยอะมันต้องล้นตลิ่งใช่ไหมครับ ขณะนี้ แม่น้าเจ้าพระยารับได้ ๓,๕๐๐ มากกว่านี้หรือเขื่อนที่สร้างมาล้นแน่ ๆ เพราะฉะนั้น กทม. ก็ต้องคิดใหม่ใช้งบประมาณของตัวเองหรือจะขอจากรัฐบาลอะไรก็ตามที ท้าระบบตลิ่ง เสียใหม่ที่เรียกว่ารีเทนชัน วอลที่เป็นระบบเพื่อไม่ให้น้าล้น เท่า ๆ กับหวังว่ารัฐบาลจะท้า สิ่งที่เรียกว่าฟลัด ไดเวอร์ชัน (Flood Diversion) ขึ้นมา เพื่อลดปริมาณน้าที่มันผ่านใจกลาง ของ กทม.
เรื่องน้าทะเล วันหนึ่งก็ต้องเกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่ในช่วงชีวิตเรา ซึ่ง กทม. ก็ยังไม่ได้คิด ผมคิดก็ถูกด่าไปเรียบร้อยแล้ว แต่ด่าก็ด่า ด่าก็คิดต่อ อย่างไรเสียน้าทะเล มันสูงขึ้นแน่นอน ก็ต้องไปคิดว่าจะป้องกัน กทม. ทางใต้ได้อย่างไร
ต่อไปแผ่นดินทรุด มันทรุดของมันเองอยู่แล้ว มันทรุดเพราะเราไปใช้ น้าบาดาล พอมันทรุดเข้าไปนี่ทรุด ๑ มิลลิเมตรหรือทรุด ๑ หน่วยท้าให้น้าทะเลรุกขึ้น เร็วกว่าปกติประมาณ ๑๐,๐๐๐ หน่วย เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ภายใต้ยุคน้ามากนี่ กทม. ต้องคิดมากกว่านี้ไปเรียบร้อยแล้ว ผมก็พูดทางวิชาการให้แม้ว่าท่านจะไม่เชิงถาม
อีกนิดหนึ่งที่ กทม. ต้องคิดลึกไปกว่านั้นอีกก็คือเรื่องการระบายน้า เมื่อน้ามากก็ต้องระบายน้า ถ้าน้าน้อยก็หาน้า ระบายน้าท้าอะไรบ้าง มี ๔ อย่าง ใช้ถนน ให้เป็นที่ระบายน้า เพราะอย่างไรมันก็ตกบนถนนแน่ และตกมารวมถนนแน่ แต่ต้องไม่ใช่ ใช้ถนนจนท่วม ท้าอย่างไร อันนี้เป็นวิธีคิดใหม่
๒. ท่อเอาอย่างไร แยกท่อน้าดี ท่อน้าเสีย เพราะเอามาผสมกันอย่างทุกวันนี้ เอาท่อน้าเสียมาใช้น้ามันก็ไหลไม่สะดวกใช่ไหมครับ ลงทุนมโหฬาร
๓. เปลี่ยนระบบท่อใหม่ทั้งหมด มีบางท่านออกมาพูดซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ ต้องจัดระบบท่อหมด คุมระบบท่อให้หมด ขนาดของระบบท่อจากเล็กไปหาใหญ่อะไรก็ตามที ใช้คลองให้ได้ประโยชนทั้งหมดทั้งคลองเล็กคลองใหญ่ โดยเฉพาะระบบคลองเล็ก ในต่างประเทศในรอตเทอร์ดามมีชัดเจน กทม. มีคลองเล็กประมาณ ๑,๖๐๐ คลอง ยาวเท่าไรไม่รู้ ต้องท้าให้เป็นเซคชัน (Section) และมีการควบคุม มีเซนเซอร์ (Censor) และ มีการปั๊มส่งกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทคนิคอลลี (Technically) มันท้าได้
สุดท้าย เนื่องจาก กทม. มันเรียบ อย่างไรต้องใช้ระบบสูบทอย แน่นอน ทั้งหมดที่ผมเรียนให้ท่านทราบก็คือว่าถ้าจะป้องกันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้ กทม. อันเป็นเมืองหลวงของประเทศอยู่รอดปลอดภัยจากยุคน้าท่วม ไม่ว่าจะท่วมจากฝน ท่วมจากน้าหลาก ท่วมจากน้าทะเล ต้องคิดอย่างคล้าย ๆ ผมหรือคิดมากกว่าผมอีกเยอะแยะ เวลานี้คิดอย่างเดียวคือฝน ซึ่งผมบอกแล้วผมไม่ต้าหนิเพราะมันชิน เครื่องไม้เครื่องมือมาก็สู้ กับฝนอย่างเดียวแล้วไม่ใช่จะสู้ได้ มันก็สู้ไม่ได้อีกเพราะไม่ได้ดูแล ไม่ได้เตรียมการเท่าที่ควร แล้วปัญหาใหญ่ที่สุดขณะนี้คือท่อ แล้วก็แก้ไม่ได้ภายในวันนี้ด้วย ต้องใช้เวลามากพอสมควร วันนี้ถ้าจะท้าจริง ๆ ถ้าเป็นใจผมผมจะวางท่อบนถนนที่จ้าเป็น ท่อใหญ่ ๆ อย่างนี้ละครับ เล็กบ้างใหญ่บ้าง แล้วก็อธิบายให้ประชาชนทราบว่าท่อที่อยู่ใต้ดินมันใช้ไม่ได้ ใช้ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นขอเถอะ ๒ เดือนนี้ขอวางท่อเล็กไปใหญ่ ใหญ่ไปเล็ก แล้วก็ช่วยท่อใต้ดิน ผมถือโอกาสนี้แนะน้า กทม. ไปเลย ท่านไม่มีทางเลือกเพราะเวลาท่วมผมก็เดือดร้อนด้วย ไม่ใช่อะไรหรอก ท่านช่วยคิดเถอะครับ ผมตอบท่านหรือเปล่าไม่รู้