สุรสาล ผาสุข หารือเรื่องการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ และเสนอแนะการแก้ไขบางประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะมาตรา ๓ และ ๔ (๔) เพื่อให้เหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย กระผม ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับครับ เพราะว่าทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าวนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งเด็กพิเศษ แล้วก็ครูการศึกษาพิเศษ แม้ว่าในหลักของการจัดการศึกษาพิเศษนั้นประการหนึ่ง จะต้องคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมกับคนปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นโดยหลักของการจัดการศึกษาดังกล่าวนั้น การจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กพิเศษเหล่านี้ จึงสมควรที่จะจัดให้เขาได้เรียนร่วมกับเด็กปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องนี้กระผมขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลโปรดให้การสนับสนุนโรงเรียนปกติ ให้สามารถจัดการศึกษาให้กับเด็กพิเศษไปพร้อม ๆ กับเด็กปกติด้วย ึ่งในปัจจุบันนี้โรงเรียน ที่มีศักยภาพดังที่ผมได้กล่าวมานั้นยังมีน้อยมากในทุกระดับด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ โรงเรียนที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ที่เป็นโรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษนั้นจะมีจำนวนเท่าไรก็ตามแต่ ึ่งเปิดจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กพิเศษเหล่านี้อยู่ ก็สมควรที่จะต้องได้รับการดูแลให้มี ประสิทธิภาพแล้วก็มีมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของจำนวนครูต่อจำนวนนักเรียน ในโรงเรียนที่จัดการศึกษาประเภทนี้ เพราะว่าถ้าเราสามารถจัดจำนวนครูให้สอดรับกับ อัตราส่วนของจำนวนนักเรียนที่มีอยู่นั้น ก็เชื่อได้ว่าโรงเรียนที่จัดการศึกษาประเภทนี้จะเป็น โรงเรียนที่มีประสิทธิภาพแล้วก็มีมาตรฐานสามารถที่จะจัดการศึกษาให้เด็กพิเศษได้ อย่างมีประสิทธิภาพดีเช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระผมจะเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้แต่ก็มีบางประเด็นในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่กระผมอยากกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลและคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อประกอบการพิจารณาในการแปรญัตติ ดังต่อไปนี้ครับ
ประการที่ ๑ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มาตรา ๓ ึ่งนิยามคำว่า ครูการศึกษา พิเศษ เอาไว้ ตรงนี้ผมว่าเป็นการนิยามที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง มีประโยชน์มาก เพราะว่า ได้มีการขยายบุคคลที่จะเป็นครูการศึกษาพิเศษนั้นไปถึงคนที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี แล้วก็วางเงื่อนไขที่จะเชื่อได้ว่าครูที่จบปริญญาตรีนี้จะเป็นคนที่มีคุณภาพ ที่จะเป็นครูพิเศษ ได้นั้นจะต้องผ่านการประเมินอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องที่ดีมากนะครับ อย่างไรก็ตามแต่ ในบทนิยามนี้ยังมีบางประการที่ผมเห็นว่าน่าจะได้ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณา ก็คือข้อความในวรรคสุดท้ายของมาตรา ๓ ึ่งเขียนเอาไว้ว่า ขออนุญาตอ่านเฉพาะข้อความ ที่มีการเพิ่มเติมที่ผมให้ความสนใจ เขียนว่า หรือครูที่มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษระดับปริญญาตรี ที่ผ่าน แล้วก็ว่าไปเรื่อย ๆ นะครับ แล้วก็อีกข้อความหนึ่งที่เขียนว่าปฏิบัติหน้าที่สอน ผมขออนุญาตที่จะอ่านจากข้อความเต็ม ๆ ก็แล้วกันมาตรา ๓ นะครับ ข้อความในวรรคท้าย ของมาตรา ๓ ของบทนิยามของครูการศึกษาพิเศษเขียนว่าปฏิบัติหน้าที่สอน จัดการศึกษา นิเทศ หรือหน้าที่อื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการในสถานศึกษาทั้งของรัฐ และของเอกชน ข้อความในวรรคท้ายนี้เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้อความในวรรคท้าย ของมาตรา ๓ ของ พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้ว ใน พ.ร.บ. ดังกล่าวนั้นเขียนไว้สั้น ๆ ว่าปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ผมพิจารณา ดูแล้วข้อความทั้ง ๒ ข้อความนี้น่าจะมีความหมายเหมือนกัน ึ่งถ้ามีความหมายเหมือนกันแล้ว น่าจะพิจารณาข้อความที่มีความกระชับมากกว่า นี่คือประการแรกที่อยากจะฝากไปนะครับ
ในประการที่ ๒ ในร่าง พ.ร.บ. มาตรา ๔ (๔) เขียนเอาไว้ว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสิบสี่คน โดยข้อความที่กระผมเห็นว่าน่าจะฟุ่มเฟือยก็คือข้อความที่เขียนว่า โดยในจำนวนนี้ต้องมีบุคคลึ่งเป็นผู้แทนขององค์การคนพิการแต่ละประเภทจำนวนไม่น้อยกว่า เจ็ดคน ข้อความนี้เมื่อเปรียบเทียบกับข้อความใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๑ เขียนเอาไว้สั้น ๆ ว่า อย่างน้อยเจ็ดคนต้องมาจากองค์การคนพิการแต่ละประเภท ึ่งก็เช่นเดียวกัน ๒ ข้อความนี้ มีความหมายเหมือนกัน ก็อยากจะฝากถ้าความหมายเหมือนกันแล้วข้อความไหนที่มี ความกระชับมากกว่าก็น่าจะใช้ข้อความนั้นใน พ.ร.บ. ที่เราจะบังคับใช้ต่อไป
ท่านประธานที่เคารพ ก็มี ๒ ประการที่กระผมอยากจะฝากทางรัฐบาล และคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาแปรญัตติในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ต่อไป ขอบพระคุณครับ