สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ยุรนันท์ ภมรมนตรี เสนอการตรวจสอบผลกระทบของกล้องซีซีทีวีที่ไม่ใช่กล้องจริง และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหานี้ให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีกล้องซีซีทีวีที่ติดตั้งไว้ในสะพานลอยที่กรุงเทพมหานคร

นายยุรนันท์ ภมรมนตรี บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ยุรนันท์ ภมรมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอเวลานิดเดียวครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วเรื่องซีซีทีวีเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากนะครับ แต่ว่าเห็นเพื่อนสมาชิกอภิปรายค่อนข้างจะครอบคลุมแล้ว แต่ประเด็นที่ผมกําลังจะพูดนี้ เป็นประเด็นที่ไม่ค่อยมีใครหยิบยกมาพูดนัก นั่นก็คือผลกระทบของกล้องซีซีทีวีที่ไม่ใช่ กล้องจริงก็คือกล้องปลอมนั่นเองนะครับ จริง ๆ แล้วนโยบายซีซีทีวีเป็นนโยบายที่ผมเอง ก็ชื่นชอบเพราะตอนที่ผมหาเสียงผู้ว่า กทม. พร้อมกับท่านผู้ว่า กทม. ในปัจจุบันนี้ ก็ใช้นโยบายนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าเราจะได้รับเลือกตั้งมาประมาณเกือบ ๗๐๐,๐๐๐ คะแนน ไม่มากพอนะครับ แต่ผมก็ชื่นชมว่าท่านได้นํานโยบายที่หาเสียงไว้นั้นไปปฏิบัติจริงนะครับ แล้วก็รู้สึกตกใจว่าเมื่อมันมีข่าวออกมาว่ากล้องซีซีทีวีที่เห็นอยู่นั้น ๑๐,๐๐๐ กล้อง มันมีกล้องที่ไม่จริงปนอยู่ด้วยทําให้เกิดความกังวลนะครับ เมื่อมีคนยื่นญัตติเพื่อจะตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบผมก็เห็นด้วย เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เรากําลังถกอยู่นี่เมื่อนําเข้าสู่ กระบวนการ เข้าไปพูดคุยกันในคณะกรรมาธิการก็คงจะหาข้อสรุปเพื่อจะได้เป็นการชี้แจงว่า ใครผิดใครถูกอย่างไร จะได้ชัดเจนและเอาคําตอบตอบกับสังคมครับ แต่สิ่งที่ผมเห็นว่า ยังไม่มีใครพูดถึงก็คือว่าผลกระทบของกล้องปลอมที่มีต่อสังคมมันมีอย่างไรบ้าง มีท่านสมาชิกพยายามพูดว่าข้อดีอย่างโน้นอย่างนี้ของกล้องหลอก ผมก็คิดว่านั่นคือมุมหนึ่ง แต่อีกมุมหนึ่งคือข้อเสียครับ คือกล้องหลอกถ้ามีเอาไว้หลอกผู้ที่กระทําความผิด ผมว่าเป็นสิ่งที่ดี นะครับ เป็นต้นว่า กล้องที่หลายประเทศเขาเอาไว้ติดหลอกเอาไว้ในกลางสี่แยก ที่เป็นที่รโหฐานให้คนที่กําลังจะทําความผิดมีความฉุกคิดที่จะไม่ทํา ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เหมือนกรณีของหลาย ๆ ประเทศกระทํากัน แต่ในทางกลับกันครับถ้ากล้องหลอก หลอกผู้บริสุทธิ์อันนี้ผมว่าน่ากลัวนะครับ คือถ้าผู้บริสุทธิ์อย่างเรา ๆ รู้สึกว่ามีกล้องติด อยู่เท่ากับเรารู้สึกว่ามีคนเฝ้าดู มีตํารวจเฝ้าดู มีผู้ที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายเฝ้าดู เขาจะมี ความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จะมีความไว้เนื้อเชื่อใจและอาจจะชะล่าใจ ในบางเรื่องได้นะครับ เป็นต้นว่า มีใครสักคนหนึ่งอยากจะจอดรถในที่เปลี่ยวแล้วมองเห็นว่า มีกล้องซีซีทีวีติดอยู่เขาก็จะกล้าที่จะจอด ผมเห็นสํานวนของ สน. สน. หนึ่งนะครับ บอกว่า มีที่ที่หนึ่งมีคนจอดรถในที่นี้รถหาย ๕ คันภายใน ๑ เดือน นั่นแสดงให้เห็นว่าอะไรครับ คนที่มาแจ้งว่าของหาย เขาบอกว่าเขามั่นใจว่าเขาจอดตรงนี้ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยวแต่ก็เห็นว่า มีกล้องเขามั่นใจว่ารถเขาปลอดภัยนะครับ แต่ในขณะเดียวกันถ้าคนที่รู้ว่ากล้องตรงนี้ เป็นกล้องปลอมคือโจรนะครับ มันกําลังเป็นเครื่องมือให้โจรหรือเปล่า อันนี้เป็นข้ออันตราย อีกข้อหนึ่งที่เราไม่ค่อยได้พูดถึงกัน ผมเลยอยากจะฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ด้วยว่าอย่างไรก็ช่วยเอาประเด็นนี้ไปพูดคุยด้วยว่านโยบายตรงนี้มันถูกต้องแล้วหรือยัง นะครับ

๒. คือผู้หญิงหลาย ๆ คนนะครับ ที่ผมเอาสํานวนที่เขาไปแจ้งความ มานั่งอ่านดู มีผู้หญิงคนหนึ่งเขากําลังถูกทําร้าย ถูกฉุดไปกระทําชําเรา เขามาแจ้งความ เขาบอกว่าปลายหางตาเขามองเห็นว่ามีกล้องซีซีทีวี เขาก็ร้องตะโกนให้ช่วย ก็คิดว่าจะมีใคร ช่วยก็ไม่มี ก็ยังคิดว่าถ้ามีอะไรเลวร้ายที่สุดยังสามารถเอาหลักฐานไปหาผู้กระทําความผิดได้ เมื่อไปเข้าจริง ๆ ปรากฏว่ากล้องใช้ไม่ได้ กล้องเป็นกล้องปลอม

อีกหนึ่งเรื่องครับ มีพ่อแม่มาแจ้งความลูกเสียชีวิต สน. หนึ่งลูกถูกทําร้าย วิ่งทําร้ายไปไกลมากและเชื่อว่าผ่านกล้องซีซีทีวีถึง ๒ กล้อง เชื่อว่าน่าจะนําผู้กระทําความผิด มาลงโทษได้ ลูกเขาเสียชีวิตครับ ปรากฏเอากล้องทั้ง ๒ กล้องนั้นมาเปิดหาหลักฐาน กล้องใช้การไม่ได้ครับ

อีกหนึ่งเรื่อง เมื่อเดือนกว่า ๆ ที่แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งมาร้องไห้กอดขา นายกรัฐมนตรี แล้วแจ้งว่าลูกสาวเขาเดินผ่านเข้าออกตรงสะพานลอยนี้ทุกวัน ก็มั่นใจว่า มีกล้องซีซีทีวีนะครับ เขารู้สึกปลอดภัย อบอุ่น เชื่อว่าถึงแม้จะค่ํามืดดึกดื่นก็ปลอดภัย ปรากฏว่าลูกถูกทําร้ายเสียชีวิตครับ ขอพึ่งพาหลักฐานของกล้องซีซีทีวีไม่ได้เช่นกัน เหมือนการถูกทําร้าย ๒ ครั้งติดต่อกัน ก็ร้องไห้มาขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรี ผมว่า เรื่องนี้ควรจะนําสู่กระบวนการพูดคุยกันให้ชัดเจนว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายที่ยังดํารงไว้ หรือไม่ ผมชื่นชมนะครับ ซีซีทีวีเป็นสิ่งที่ดี แต่ผมไม่เห็นด้วยกับกล้องปลอมนะครับ อยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ช่วยกันลงความเห็นว่า ถ้าไม่เห็นด้วยก็ควรจะบอกว่า ให้ท่านผู้ว่า กทม. ยกเลิกนโยบายนี้ไปเถอะครับ เพราะว่าสิ่งที่ดีดํารงไว้ แต่สิ่งที่ไม่ดีผมว่า เราอย่าดื้อเลย วันนี้ความจริงที่เกิดปรากฏขึ้นถ้าจะโทษใครสักคนหนึ่งผมว่าก็โทษ นกกระจอกตัวหนึ่งที่มันบินเข้าไปทํารังในกล้องปลอมนะครับ แล้วก็มีรังนกยื่นออกมา มีคนไปถ่ายรูป แล้วก็ไปลงในเว็บไซต์ ทําให้เกิดว่า มันมีกล้องปลอม จริงหรือ ก็ไม่รู้ควรจะตําหนิหรือควรจะขอบคุณนกกระจอกตัวนั้น แต่ทําให้ความจริงนี้ กระจ่าง ทําให้เห็นได้ว่าถ้าไม่มีกล้อง ไม่มีไปเลยครับคนจะได้ไม่ชะล่าใจ แต่ถ้ามีแล้วเป็น กล้องจริงเถอะครับ โดยเฉพาะบางที่ที่ติดป้ายไว้ว่าเป็นกล้อง กล้องติดแล้ว ๑๐,๐๐๐ กล้อง แต่กล้องนั้นเป็นกล้องหลอก ผมว่าเรายิ่งทําร้ายสังคม ๒ เท่านะครับ วันนี้ผมไม่มีเจตนา จะตําหนิใคร แต่อยากให้การพูดคุยกันวันนี้ อภิปรายวันนี้อย่างสร้างสรรค์ แล้วก็นําสู่ กระบวนการแก้ไข การจะตรวจสอบกันว่าจะทุจริตหรือไม่ กล้องปลอมนั้นมีกี่กล้อง หรือว่า กล้องปลอมมันจะติดตั้งตรงไหนบ้าง หรือว่ากล้องจริงที่ใช้ไม่ได้ ซึ่งเราก็เรียกว่ากล้องปลอม นะครับ ซื้อมาแต่ใช้ไม่ได้คือกล้องปลอมราคาแพง หรือว่ากล้องปลอมที่ไปติดตั้งแล้วบอกว่า เป็นกล้องจริง อันนี้ผมว่าเราก็ต้องตรวจสอบกันให้ความยุติธรรมในทุก ๆ ฝ่ายนะครับ ก็ขอสนับสนุนคณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้วขอให้รีบได้ความจริงออกมาตอบสังคมให้เร็วที่สุด ผมว่าเป็นข้อหนึ่งที่สังคมรอฟังอยู่ครับ กราบขอบพระคุณครับ