สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องกล้องวงจรปิดที่ไม่ทำงานในช่วงน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องการสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ โดยอ้างว่ากรุงเทพมหานครใช้เงิน 330 ล้านบาทในการซื้อ 2046 กล้องวงจรปิดและ 1325 กล้องดัมมี่ แต่กล้องดัมมี่มีราคาแพงกว่ากล้องจริง และมีการใช้เงินเพิ่มเติมในการติดตั้งและจ้างคนให้ไปติดตั้ง กล้องดัมมี่ จิรายุเรียกร้องให้ท่านประธานอภิรักษ์ โกษะโยธิน อธิบายว่ากล้องดัมมี่นี้มีค่าใช้จ่ายเท่าใด และวิธีการใช้จ่ายเงินนี้อย่างไร นอกจากนี้ จิรายุยังแสดงความไม่พอใจต่อระบบกล้องวงจรปิดที่ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างยุติธรรมและสมเหตุสมผล และเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบให้สามารถตรวจสอบได้อย่างจริงจังและไม่มีการทุจริต

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวาครับ เขตพลีชีพน้ํายังท่วมให้คนกรุงเทพฯ ชั้นในได้เดินชอปปิ้ง (Shopping) อย่างสบาย ๆ อยู่นะครับ

ท่านประธานครับ มาที่เรื่องของกล้องวงจรปิด ขออนุญาตเรียน ผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนครับ ว่าขอให้ท่านเข้าใจในระบบสภานะครับ มีเรื่องบรรจุไว้ในญัตติก็ต้องดําเนินการต่อไปนะครับ เป็นความสวยงามของประชาธิปไตย ส่วนเรื่องน้ําท่วมเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ทุกเขตก็แก้ไขปัญหากันอย่างต่อเนื่องครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมมีจดหมายอยู่ ๑ ฉบับ จะขออนุญาตอ่าน เป็นคําพูด ของคนที่ไปร้องเรียนที่พรรคเพื่อไทยเมื่อช่วงก่อนน้ําท่วม แล้วก็ถูกเลื่อนญัตตินี้ไป ๒ เดือนเต็ม ๆ นะครับ เป็นคําพูดของคุณรุ่งนภา สมชัย ท่านประธานครับ ท่านเป็นคนที่อยู่ ในกรุงเทพมหานคร ท่านโควท (Quote) คําพูดแบบนี้นะครับ บุตรสาวของดิฉัน ประสบอุบัติเหตุในบริเวณที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔ ซึ่งอยู่ในบริเวณ ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร. ๙ ซอย ๒๘ แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงนั้น ดิฉันเชื่อว่ามีกล้องวงจรปิดตามโครงการของกรุงเทพมหานครติดตั้งอยู่ ซึ่งน่าเชื่อว่า จะสามารถบันทึกภาพคนร้ายทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน ทําให้หากมีเหตุร้ายขึ้น ตํารวจสามารถใช้เป็นพยานหลักฐาน สุภาพสตรีท่านนี้มาร้องครับว่าญาติของเขาเสียชีวิต แล้วก็ไปแจ้งตํารวจนะครับ ตํารวจก็ทําการสืบสวนสอบสวน ปรากฏว่ากล้องถ่ายไม่ได้ นี่เป็น ๑ ตัวอย่างท่านประธานที่เคารพครับ

เรื่องต่อมาลักษณะคล้ายกันครับ ที่เป็นผลกระทบต่อกล้องวงจรปิด ที่ท่านสมาชิกบอกว่าลวงโลกหรือจะแหกตาอะไรก็แล้วแต่นี่นะครับ มีมันดีครับ แต่มันต้องเอาให้ชัดว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือว่าประโยชน์ของมันนั้นจะเป็นประโยชน์ ขนาดไหนนะครับ คนนี้ชื่อว่านางยุวดีครับ มีลูกชายชื่อว่านายอาณัติ จงเทพ ขออภัยนะครับ น้องคนนี้เสียชีวิตไปแล้ว อายุ ๑๘ ปี เป็นนักเรียนโรงเรียนปัญจะวิทยา เสียชีวิต จากเหตุการณ์ถูกคนร้ายรุมทําร้ายเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เหตุเกิดในท้องที่ สน. วังทองหลาง ที่บริเวณปากซอยลาดพร้าว ๙๖ เขตวังทองหลาง ซึ่งขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตํารวจ สน. วังทองหลาง ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้ตรวจสอบสภาพ ของพยานแวดล้อมในจุดที่เกิดเหตุ พบว่ามีกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานครครับ ซึ่งอาจจะบันทึกภาพคนร้ายในวันเกิดเหตุและเวลาเกิดเหตุได้ นี่เป็นคําร้องของมารดา ของน้องอายุ ๑๘ ปีที่เสียชีวิตในจุดดังกล่าวครับ ก็มาร้องเรียนยังพรรคเพื่อไทยนะครับว่า ท่านช่วยกรุณาตรวจสอบหน่อยว่ากล้องวงจรปิดที่ว่ามีจริงหรือไม่อย่างไรนะครับ ก็ปรากฏว่า กล้องแหกตาครับท่านประธานครับ

เรื่องต่อมาท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตใช้ภาพต่าง ๆ ขึ้นบนจอ นะครับ เพื่อจะเรียนให้กับพี่น้องประชาชนได้เห็นภาพชัดเจนครับว่า วันนี้ตกลงแล้วเราทํา อะไรกันแน่ จะลวงโลกหรือไม่ จะดัมมี่หรือไม่ จะเฮ้าส์ซิ่ง (Housing) อย่างไรทําความเข้าใจ ให้ชัดเจน

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ ญัตตินี้ ท่านอยู่ในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าท่านจะชื่นชอบพรรคไหนอย่างไร ท่านมีโอกาส เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับกรณีลักวิ่งชิงปล้นได้เหมือนกันครับ ท่านประธานดูนะครับ คําว่า กล้องดัมมี่ กล้องพราง กล้องเปล่า หรือว่าเฮ้าส์ซิ่ง ท่านประธานครับ ดูต่อมาครับมันอาจจะ มองไม่ชัดบ้างแต่ผมขยายความให้ได้ครับ คําว่ากล้องดัมมี่ก่อน ท่านประธานครับ กล้องดัมมี่ นี่หมายความว่ามันเป็นกล้องที่มีกล่อง มีของมาให้ดูท่านประธานครับ ขออนุญาตแล้วนะครับ นี่ครับ อย่างนี้เขาเรียกว่า เฮ้าส์ซิ่ง ท่านประธาน ทําความเข้าใจก่อนนะครับ เฮ้าส์ซิ่งคือกล่อง ถ้าเปรียบเป็นป้อมยามจ่าเฉย คือข้างในไม่มีจ่าเฉยนะ ท่านประธานครับ มีแต่ป้อมตํารวจ อย่างนี้ครับเขาเรียกว่า เฮ้าส์ซิ่ง เราทําความเข้าใจไปเรื่อย ๆ แล้วจะเข้าใจครับว่าการทุจริต เกิดขึ้นจริงหรือไม่นะครับ ท่านประธานครับขอดูจออีกนิดเดียวครับ ผมไปค้นในเว็บไซต์ ต่าง ๆ ซึ่งวันนี้มันก็ค้าขายกันเยอะแยะมากมายนี่นะครับ ถ้าโจรจะโง่ต้องไปหันหลังให้กับ กล้องดัมมี่ก็แล้วแต่โจรแล้วกันแต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือท่านดูตัวแรกนะครับ ตัวแรกนี่ ท่านประธานครับ เขาเรียกว่าดัมมี่ ดัมมี่ คือดูไปปุ๊บ ท่านประธานครับมันดูแล้วเป็นลักษณะกล้อง มีไฟแวบ ๆ ใส่ถ่านเอ ๒ (A2) เอ ๓ (A3) อย่างนี้เขาเรียกดัมมี่ครับ ดูต่อมาไล่มาเรื่อย ๆ ครับ มีแอลซีดี (LCD) หมุนได้ด้วยหลอกอ้ายจุก อ้ายแกละ หลอกใครก็แล้วแต่นี่นะครับ ราคา ๒๒๐ บาท ท่านประธานครับ ขายยกโหลครับ ๒,๓๐๐ บาท ก็สิริรวมแล้วตัวละ ๑๙๑ บาท เดี๋ยวผมจะชี้ต่อครับว่าทําไมกรุงเทพมหานครถึงได้ซื้อแพงมหาโหดอย่างนี้ครับ ท่านดูต่อมาข้างล่าง มีแอลซีดีวัสดุเดียวกับกล้องจริงครับ ราคา ๓๐๐ บาทต่อตัว ถ้าขาย ยกโหล ๒๗๕ บาท ท่านประธานครับ ที่ผมวงไว้มันมีลักษณะคล้ายกับกล้อง ของกรุงเทพมหานคร ในโครงการทั้งชีวิตเราดูแลติด ๑๐,๐๐๐ ตัวทั่วกรุงอะไรก็ว่ากันนี่นะครับ ปรากฏว่าท่านประธานครับ มีแอลซีดีคือไฟแวบ แวบ แวบ คือดูปุ๊บโจรตกใจของจริงหรือเปล่า ไม่แน่ใจจะไปชะโงกดูเดี๋ยวติดคุก อย่างนี้เขาเรียกว่ากล้องดัมมี่ครับ ท่านดูราคานะครับ มีไฟแอลซีดีใช้เซนเซอร์ (Sensor) จับการเคลื่อนไหวด้วย คือง่าย ๆ ก็คือถ้าจ่าประสิทธิ์ เดินปุ๊บกล้องมันแพน (Pan) ตามเลย แต่มันเรคคอร์ด (Record) ไม่ได้ท่านประธานครับ แล้วมันส่งสัญญาณกลับไปไม่ได้ ราคา ๗๕๐ บาท ยกโหล ๘,๑๕๐ บาท ราคาเป็นชิ้นนะครับ ถ้ายกโหล ๖๗๙ บาท ท่านประธานครับ ดูภาพต่อไปครับ ท่านประธานครับ ผมก็ชอบสงสัยครับ กลางคืนเล่นเน็ตก็คลิก (Click) เข้าไปในเว็บไซต์อะเมซอนครับ ลักษณะคล้าย ๆ กับที่ กทม. เขาติดนี่ละครับ วงกลม ๆ นั่นแหละครับขายอยู่ ๑๒ เหรียญสหรัฐครับ คิดราคาแพงหน่อยครับ ดอลลาร์หนึ่ง ๓๕ บาท ก็น่าจะอยู่ประมาณสัก ๓๖๐ บาท ไม่เกิน ๔๐๐ บาท ท่านประธานครับ เดี๋ยวท่านดูนะครับในสมัยที่ท่านอดีตผู้ว่า กทม. หรืออดีตผู้ว่า กทม. คนปัจจุบันซื้อราคา เท่าไร ดูภาพต่อไป ท่านประธานครับ อย่างนี้เขาเรียกว่ากล้องของจริง ท่านประธานครับ ลักษณะคล้ายกันครับ ก็เปิดฝามา พอเปิดฝาปุ๊บเอากล้องใส่เข้าไป อ้ายนี่เขาเรียกว่า หลังคาบ้านเฮ้าส์ซิ่ง ท่านประธานครับ แล้วข้างในนี่กล้องจริง ดูภาพอีกทีท่านประธานครับ อันนี้นะครับเจ้าหน้าที่กําลังประกอบกล้อง มีเลนส์ (Lens) มีตัวกล้อง มีสายนําสัญญาณแล้ว เอาฝาครอบไว้ครับกันฝนตก เวลาน้ําเข้าไปมันจะได้ไม่ชอร์ต (Short) ไม่พังครับ อันนี้เราเรียกว่า กล้องจริงนะท่านประธานครับ สรุปว่าเมื่อกี้เฮ้าส์ซิ่งนะครับ กล่อง กล้องจริง ดัมมี่ เอาให้ชัด ๆ ก่อนนะครับ ต่อมาท่านประธานครับ ไปดูภาพต่อไปครับ หลายท่านบอกว่า เอ๊ะ พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลทําไมยังทําการเมือง ผมบอกท่านครับเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีคนร้องเข้าไปในเว็บไซต์เยอะแยะมากมายครับ ผ่านทางกระบวนการต่าง ๆ ทาง ภาคประชาชน เขาทํากันมาก่อนแล้วครับ เพียงแต่ว่าพวกเราเห็นว่า เอ๊ะ พูดในภาคประชาชน มันไม่เป็นประเด็นแล้วมันตรวจสอบไม่ได้มันก็ต้องเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรครับ นี่เป็นภาพที่ ปรากฏในเว็บไซต์ ท่านประธานครับ ชาวบ้านก็ไปยืนชะโงกดูครับ เอ๊ะ กล้องมันอย่างไร เอ๊ะ ถ่ายแล้วจะหล่อไหม ข้างในไม่มีอะไรเลยก็โบ๋เบ๋อย่างที่เห็นในภาพท่านประธานครับ

ก็สรุปว่าถ้าอย่างนี้เราเรียกว่าอะไรครับ ดัมมี่ เฮ้าส์ซิ่ง หรือกล้องจริง ถ้าผมพูดไม่ผิดแบบเมื่อกี้ท่านประธานครับ นี่เขาเรียกว่า เฮ้าส์ซิ่ง ถูกไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะข้างในมันไม่มีกล้อง ถ้าดัมมี่มันต้องมีกล้องแต่มันถ่ายไม่ได้แล้วครอบไว้อย่างนี้ ไว้แหกตาโจรอย่างที่ท่านจุติได้อธิบายนั่นแหละครับ อย่างนั้นเขาเรียกดัมมี่ครับ ท่านประธานดูต่อมาครับ ภาพต่อไปครับ ผมเคยนําเสนอครับ จุดเดียวกันครับ พอมีประเด็นข่าวทางสังคมปุ๊บไอ้โม่งครับ ถอดหายแวบเลยเห็นไหมครับ หายแล้ว ปรากฏว่ากล้องหายไปไหนครับ ๑. เอาไปติดใหม่ เอาไปใส่เลนส์เข้าไปข้างใน หรือไปเชื่อมสายไฟ หรือไปซื้อไฟเบอร์ออฟติก (Fiber optic) ท่านประธานดูต่อนะครับ เอาละอันนี้ผมฉายภาพรวมให้ท่านประธานได้ฟังครับว่า ตกลงเรามี ๓ อย่างนะครับ กล้องเฮ้าส์ซิ่ง กล้องดัมมี่ กล้องจริง

ท่านตามไปเรื่อย ๆ ครับ ไปดูการจัดซื้อท่านประธานครับ ในปี ๒๕๕๐-๒๕๕๑ รัฐบาลในยุคนั้น ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ก็คือท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ครับ กรุงเทพมหานครเงินมีครับ แต่ขอไปยังรัฐบาลยุคนั้น ๓๓๐ ล้านบาทโดยอ้างเหตุผลนานาครับ ว่าเกิดเหตุระเบิดที่เซ็นทรัลเวิลด์บ้างละ ประตูน้ําบ้างละ ก็ไม่ว่ากันครับ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล แล้วก็หน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่จะบูรณาการร่วมกันครับ แต่ประเด็นที่น่าสนใจครับ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านนั่งอยู่ใกล้ ๆ ผมนี้ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ครับ ท่านไปให้สัมภาษณ์บอกว่าติดจริง ติดกล้องจริง ๆ ไปทั้งหมด ๒,๐๔๖ ตัว แล้วก็เป็นกล้องดัมมี่ ๑,๓๒๕ ตัว เดี๋ยวท่านช่วยอธิบายนะครับว่าตกลงแล้วดัมมี่เอาอย่างไรแน่ เฮ้าส์ซิ่ง ดัมมี่ กล้องจริง แบบไหนครับ ท่านอภิรักษ์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ท่านประธานครับ บอกว่าติดไปทั้งหมดจริงนะครับ ถ่ายได้หรือเปล่าผมไม่รู้นะครับ ๒,๐๔๖ ตัว กดเครื่องคิดเลขนะ ท่านประธานครับ หารจาก ๓๓๐ ล้านบาท ตัวละประมาณ ๓๐๖,๙๐๐ บาท สุดยอด แต่ไม่ว่ากันท่านประธานครับ อาจจะมาจากเสาด้วย บอกคุณจิรายุไปพูดอย่างนี้ได้อย่างไร มันก็ต้องมีเสาด้วย มันต้องมีสาย มันต้องมีค่าติดตั้ง มันต้องมีมอนิเตอร์ (Monitor) เข้าใจครับ ก็รวมแล้วกันว่าจุดหนึ่งประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อตัวท่านประธานครับ คิดเป็นเงิน แล้วก็คือ ๓๐๖,๙๐๐,๐๐๐ บาทครับ หายไปไหนอีกประมาณ ๒๔ ล้านบาทครับ ผมเอาตัวเลขไปคิดที่ท่านอภิรักษ์ได้พูดไว้ให้กับสื่อมวลชนนี่นะครับ ก็คือกล้องดัมมี่ ที่ท่านว่านี่นะครับ มีจํานวนทั้งหมด ๑,๓๒๕ ตัว ก็กดเครื่องคิดเลขทันทีครับ คิดเล่น ๆ นะครับ ราคาให้แพงเลยท่านประธานครับ กล้องดัมมี่นี่นะครับ ๑๗,๓๐๐ บาทต่อตัว เอาละลดราคา ให้เหลือ ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ให้ ๒,๕๐๐ บาทเป็นค่าไปติดตั้ง จ้างไอ้จุก ไอ้แกละ ไอ้เปีย ไอ้โก๊ะไปช่วยกันปีนเสาติด ก็คิดราคาที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ คิดเป็นเงินประมาณ ๒๗ ล้านบาท รวมกันแล้วก็ ๓๓๐ ล้านบาทครับ ผมถึงบอก ให้ท่านประธานดูตั้งแต่ต้นอย่างไรครับ จะได้เห็นราคาว่าตกลงราคาเขาซื้อขายกันเท่าไร เผื่อท่านประธานจะไปหลอกโจรที่บ้านบ้าง แพงสุดท่านประธานครับ ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท เอาละฝังเพชรก็แล้วแต่ แต่ผมว่ามันไม่น่าจะเกิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัว นี่ผมคิดให้ท่านแพงแล้ว นะครับ แพงเว่อร์ด้วยท่านประธานครับ

ดูต่อมาท่านประธานครับ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามนะครับ ท่านฝ่ายค้าน อย่าเพิ่งประท้วงเลยครับ ท่านสุขุมพันธ์ บริพัตร ให้สัมภาษณ์สื่อสารมวลชนไว้ในช่วงวันที่ ๒๑ กันยายนครับ ท่านบอกว่าการติดตั้งกล้องหลอกในชุดที่ ๑ นะครับ ๓๓๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ กว่าตัวนะครับ เกิดจากความไม่ฉลาดนัก นัยภาษาผมอาจจะแปลผิดครับ ก็หมายความว่ามีจริง ผู้ว่า กทม. คนปัจจุบันพูดถึงใครก็ไม่รู้ในอดีตบอกว่าไม่น่าจะฉลาดนัก นี่เป็นคําพูดที่เขาพูดลงในสื่อมวลชนอ้างอิงได้ท่านประธานครับ ต่อนะครับ หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธ์ บริพัตร ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) ครับ ก็ไฮเทค (High tech) นะครับทุกวันนี้ เฟซบุ๊กก็ใช้กันเยอะครับ เขาบอกอย่างนี้ครับ เขาบอกว่าผมขออธิบายอีกครั้งนะครับว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องการโกงกิน หรือการโกหกผลงาน แต่เดิมนั้นมีการติดตั้งกล้องเปล่าในบางจุด เพื่อความปลอดภัย พอมาสมัยผม ผมก็ผลักดันตามสัญญาของผมว่าจะทําให้กล้องซีซีทีวี ในกรุงเทพฯ ให้มีครบ ๑๐,๐๐๐ ตัว ซึ่งผมก็ทําได้แล้วตามนั้น และผมก็จะทําอีก ๑๐,๐๐๐ ตัว ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านสมาชิกฝ่ายค้านพูดไว้ชัดเจนครับ ผมเข้าใจครับ ในเรื่องความมั่นคงของชาติ แต่ท่านครับ ถ้าเราเอาชีวิตของประชาชนมานั่งฝากไว้ กับความมั่นคงในกรุงเทพมหานครนี่นะครับ ผมว่าเราลําบากครับ ผู้ก่อการร้ายถ้าโง่ขนาดนี้ ท่านอย่าขับเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเลยครับ คือถ้าท่านดูไม่ออกว่ากล้องแบบนี้ มันมีในเว็บไซต์ เยอะแยะมากมาย ท่านอย่าได้เป็นเลยครับผู้ก่อการร้ายนี่ ท่านเป็นอย่างอื่นเถอะครับ

ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ผมเชื่อว่ากล้องในกรุงเทพมหานครนั้น ไม่เกี่ยวกับภาคใต้ครับ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับการหลอกผู้ชุมนุมครับ จําได้ใช่ไหมครับ ทําเนียบรัฐบาลโดยกลุ่มผู้ชุมนุมยึด กลัวอะไรครับ ก็เอาถุงดําไปครอบเท่านั้นเอง ไม่เห็นมี อะไรตื่นเต้น มีผู้ชุมนุมที่ไหนเห็นกล้องวงจรปิดแล้วจะนั่งชุมนุมหันหลัง ไม่มีหรอกครับ ท่านไปดูในรัฐบาลนั้นครับ มีภาพเยอะแยะมากมาย แล้วที่ท่านอ้างว่าใช้ในประเทศอังกฤษ ผมเคยไปอังกฤษท่านประธานครับ หลังจากนั้นมาผมก็สงสัยว่า เอ๊ะ ตกลงแล้วอังกฤษ เขาใช้กล้องของทางราชการอย่างเดียวหรือไม่ ไม่ใช่ท่านประธานครับ ประเทศอังกฤษ ถ้าเกิดท่านเคยไปนะครับ ห้างแฮร์รอดส์ชื่อดังครับ เขามีกล้องซีซีทีวีอยู่ในห้างเป็นพัน ๆ ตัว ท่านประธานครับ แล้วปรากฏว่าในห้างนั้นลิงค์ (Link) สัญญาณต่อไปยังโปลิส (Police) ครับ เพื่อที่จะคลิกดูทันทีได้มีใครวางระเบิดไว้จุดไหน อย่างไร ประเทศไทยถึงขนาดนั้นแล้วหรือครับ กรุงเทพมหานครเชื่อมสัญญาณไปห้างสรรพสินค้าดัง ๆ แล้วขอดูภาพเขาได้หรือยังครับ มันทําไม่ได้ครับ ท่านเห็นเมืองเจริญที่นี่มันประเทศกําลังพัฒนา แค่มีกล้องและมีเจ้าหน้าที่นั่งดู แค่นี้ก็โอ้โฮเวิร์ค (Work) แล้วท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นบางเรื่องเราอุปโลกน์ได้ครับ ว่ามีกล้องแล้วจะทําให้อาชญากรลดลง มันก็เป็นเหตุเป็นผลครับ แต่มันไม่ทั้งหมดละครับ

ท่านประธานครับ ผ่านยุคของท่านผู้ว่าอภิรักษ์ โกษะโยธิน นะครับ มาต่อยุคที่ ๒ ครับ นี่อมตะนิรันดร์กาลนะครับ ผมตื่นเต้นมากครับที่เห็นกล้องวงจรปิด แล้ววันนี้ก็ยังเห็นคนไปยืนชะโงกดูเหมือนกับเกมจับผิดในรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ท่านประธานครับ ใครจับผิดได้ว่ากล้องจุดไหนไม่มีข้างในให้มารับรางวัลจากพรรครัฐบาล คือพรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ยุคที่ ๒ ปี ๒๕๕๓ ถึงมีนาคม ๒๕๕๔ ยุคของท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบันครับ งบประมาณใช้เงินภาษี ของพี่น้องประชาชน ๒,๔๖๓ ล้านบาท แหม ถ้าผมสนใจนอสตราดามุสที่พูดถึงเรื่องเมืองไทย ว่าน้ําจะท่วมใหญ่ ผมจะเจียดสักพันล้านบาทไปทําอุโมงค์ให้มันเสร็จเร็ว ๆ จะได้ช่วยดึงน้ํา เขตบ้านผมคลองสามวาครึ่งเอวอยู่วันนี้ครับ ท่านประธานครับ ทั้งชีวิตเราดูแล ๑๐,๐๐๐ ตัว ติดเรียบร้อย วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ ท่านดูภาพนะครับ ท่านก็หล่อดีนะครับ ท่านก็ไปยืนปรบไม้ปรบมือกันมีความสุขว่าติดแล้ว ๑๐,๐๐๐ ตัว ตอนนั้นยังไม่ดัง ท่านประธานครับคนยังไม่รู้หรอกว่าแหกตาหรือไม่อย่างไร คนก็ชื่นชมว่ากรุงเทพมหานครดี ติดแล้วเห็นอย่างนี้ชัดเจนตามสะพานลอย ท่านประธานครับ ผมพาไปดูที่หน้า วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพแถว ๆ สาทร ติด ๔ ตัว ข้างละ ๒ ตัว ซ้ายติด ขวาไม่ติด ช่างภาพ นักข่าวไปด้วยกันเยอะแยะยังนั่งหัวเราะกันเลยครับ บอกเออพี่ ผมก็ไม่ได้สังเกตเพราะมัน ติดฟิล์ม (Film) คือเหมือนรถครับท่านประธานครับ ติดฟิล์มเราก็ไม่เห็นหรอกใครเขาทําอะไร อยู่ในรถ กล้องวงจรปิด ท่านอย่าเพิ่งเก็บนะครับ เอาขึ้นมาให้หน่อย นี่ครับท่านประธาน ข้างหน้านี้ ถ้าอย่างนี้มองเห็นใช่ไหมครับ แต่ถ้าเกิดที่ กทม. เขาติด เขาติดฟิล์มนะครับ ไม่รู้ยี่ห้ออะไร แต่ท่านมองไม่เห็นหรอกครับ ท่านต้องไปชะโงก แล้วใครจะไปปีนชะโงกครับ วันนั้นผมปีนเสาเป็นลิงเลยท่านประธานครับเพื่อจะไปชะโงกดู เอ๊ะ ไม่มี ท่านประธานครับ ดูต่อมาครับ ผมยอมรับครับว่ากล้องนี้เป็นไอเดีย (Idea) ที่ดีครับ แต่ถ้าท่านติดโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรมแล้วก็ไม่มีการทุจริตไม่ว่ากันละครับ ด้านความมั่นคง ท่านจะหลอกจะจริง แต่ขอให้ มันสมเหตุสมผลคนกรุงเทพฯ อย่างผมหน่อยครับ บ้านผมเกิดเขต แขวง ตําบลทุ่งพญาไท อําเภอพระนคร จังหวัดพระนคร ท่านประธานครับ คนกรุงเทพฯ โดยกําเนิด เสียภาษี มาตลอดนะครับ ท่านดูต่อมาครับ

ต่อไปเป็นเรื่องของการประมูลท่านประธานครับ เมื่อกี้เราเห็นติดปลายทาง เลยครับ เดี๋ยวเราย้อนน้ํากลับไปดูต้นทางท่านประธานครับ การประมูลมีทั้งหมด ๔ บริษัท ครับ มีบริษัท เอ (A) จี (G) เจ (J) และ เค (K) น่าสนใจตรงไหนรู้ไหมครับท่านประธานครับ เวลาประมูลทําไมมันไม่มีใครสนใจเลยหรือกล้องวงจรปิด ผมเห็นโฆษณากันเยอะแยะ ๔ บริษัทนี้เข้าไปประมูลท่านประธานครับ ที่เหลือก็เป็นรายย่อยครับ สิริรวมแล้วครับ มีการประมูลทั้งหมด ๗ บริษัท

๑. ท่านประธานครับ เพื่อการวัดและรายงานสภาพการจราจร งบประมาณ ประมาณ ๑๒๗ ล้านบาท ท่านประธานเชื่อไหมครับเขาตั้งงบประมาณ ๑๒๗ ล้านบาท เขาประมูลได้เท่าไรท่านรู้ไหมครับ ๑๒๖,๘๐๐,๐๐๐ บาทครับ ส่วนลด ๒๐๐,๐๐๐ บาท บ้าไปแล้วประมูลอีออกชัน (e-Auction) ท่านประธานครับ ชีวิตทําข่าวมาทั้งชีวิตนะครับ เขาประมูลกันต่ําสุดก็ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๓ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์ ส่วนลดนะครับ เดี๋ยวผมชี้ต่อท่านประธานครับ ดูต่อมาครับ

ในโครงการที่ ๒ เพื่อตรวจสอบและสั่งการแก้ไขปัญหาจราจร ๑๗๕ ล้านบาทครับ ลดไปเท่าไรรู้ไหมครับท่านประธาน ๒๕๐,๐๐๐ บาทครับ แหม ใจดีจริง ๆ

โครงการที่ ๓ เพิ่มประสิทธิภาพความมั่นคงของถนนสายหลักและส่งเสริม การท่องเที่ยว อย่างไรครับ กล้องไปส่งเสริมการท่องเที่ยว ท่านจะเอาคลิปไปฉายอยู่ในยูทูป (YouTube) หรืออย่างไร อันนี้ลดดีหน่อยครับ เพราะว่าโครงการ ๑๙๘ ล้านบาท ท่านประธานครับ ลดไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ

โครงการที่ ๔ ท่านประธานครับ เชื่อมโยงสัญญาณภาพไปที่สถานีตํารวจ ในพื้นที่นะครับ โครงการนี้ท่านประธานครับ ๔๐๒ ล้านบาท ลดราคาให้ ๔๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ อะไร โครงการของรัฐคนกรุงเทพมหานครอย่างผมท่านเจรจาความกัน ลดได้แค่นี้เองหรือ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ถ้าคิด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ลด ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท นี่ลด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ท่านประธานครับ

โครงการที่ ๕ ติดตั้งบริเวณสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร งบประมาณ ๗๗๗ ล้านบาท ลดไป ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ

โครงการที่ ๖ ติดตั้งบริเวณศูนย์บริการสาธารณสุขก็คือโรงพยาบาลละครับ ๒๙๑ ล้านบาท เอ๊ะ อันนี้ลดราคามาก เมื่อกี้ ๗๗๗ ล้านบาท ลด ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ส่วนลดนะครับ แต่อันนี้ ๒๙๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ ลดไป ๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท หน้าแตกไหมครับ ติดตั้งบริเวณชุมชนเปลี่ยนถ่ายในการเดินทางก็คือ พวกขนส่งต่าง ๆ นี่แหละครับ ๓๓๐ ล้านบาท ลดไป ๒,๕๙๐,๐๐๐ บาท ที่ผมชี้อย่างนี้ ท่านประธานครับ อีออกชันเรารู้อยู่แล้วครับ ก็คือไม่เจอตัวครับ ประมูลผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ เดี๋ยวท่านช่วยอธิบายหน่อยเถอะครับว่าทําไมส่วนลดท่านจึงได้น้อยเหลือเกิน คิดเล่น ๆ นะครับ ลดแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ โครงการข้างบนก็ยังลดได้ตั้ง ๑๐-๒๐ ล้านบาทนะครับ นี่ลด ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ทําอะไรกันครับกรุงเทพมหานคร คนกรุงเทพฯ รู้ไหมครับ ท่านประธานดูต่อมานะครับ ดูภาพกราฟฟิก (Graphic) ต่อภาพที่ ๙ ครับ

โครงการจังหวัดชายแดนภาคใต้ งบประมาณ ๙๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ยังซื้อเอกสารไปทั้งหมด ๑๔ รายครับ นี่งบ ๙๐๐ ล้านบาทนะครับ อีออกชัน มียื่น ๒ ราย แต่ ๑ ใน ๒ ขาดคุณสมบัติ แล้วก็มีการจัดซื้อระบบพิเศษก็ว่ากันไป ผมไม่พูดถึงภาคใต้ครับ ที่น่าตื่นเต้นท่านประธานครับ แหมถ้าภาษาวัยรุ่นเขาบอกว่ามาอย่างกับขนมรวมมิตร คือเพื่อนมาเยอะครับ ท่านประธานดูนะครับ ประกาศประกวดราคาวันเดียวกัน ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ ยื่น ๓ รายครับ ก็รายที่ว่านี่แหละครับ เคาะราคาวันเดียวกัน สถานที่ เดียวกันครับ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ แล้วก็ผ่าน ๓ รายอีก โอ้พระเจ้าช่วย ท่านประธานครับ เสนออนุมัติจ้างวันเดียวกัน ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓ ท่านอาจจะบอกก็เจ้าหน้าที่เขามีแค่ ๓ รายเขาก็นัดมาทําพร้อมกันก็เป็นเรื่องที่ท่านต้อง อธิบายครับ

ประเด็นต่อมา มีคนไปเล่าให้ฟังนะครับ เขาบอกเป็นอ้ายจุก อ้ายแกละ บอกว่าถ้าไม่ใช่ ๓-๔ รายนี้เดี๋ยวจะส่งมอบงานแล้วเดี๋ยวผู้รับเหมา ขออภัยครับ ผู้รับมอบงาน จะงอแงจริงหรือเปล่าไม่รู้ครับ ท่านประธานดูภาพต่อมาครับ ผมเจาะลงรายละเอียดเข้าไป ในโครงการที่ ๑ ครับ ติดตั้งซีซีทีวีเพื่อวัดและรายงานสภาพการจราจรครับ ก่อนที่จะมี การอภิปรายในการตั้งญัตตินี้เรามีการเรียกตํารวจมาท่านประธานครับ ยศพันตํารวจเอกครับ สังกัดกองบัญชาการตํารวจนครบาลครับ ดูแลเรื่องศูนย์อํานวยการเทคโนโลยีของ บชน. ผมถามครับ ผู้การ ตกลงกล้อง กทม. ลิงค์สัญญาณไปหา สน. ไหนบ้าง เขาตอบว่าอย่างไร รู้ไหมครับ ไม่มีหรอกคุณจิรายุส่วนใหญ่ไปที่ บก. ๐๒ บก. ๐๒ ตรงวิภาวดีรังสิต ท่านประธานครับ อันนั้นดูเรื่องการจราจรอย่างเดียว แต่ความปลอดภัยก็หมายความว่า ถ้าเกิดเห็นว่ามีโจรกําลังจะจี้ใครก็แล้วแต่แล้วแจ้งไปยังตํารวจ ตํารวจไม่เห็นนะครับ ถ้าเป็น หนังฝรั่งเขาบอกว่าคําพูดของคุณจะเป็นประโยชน์ต่อศาล แต่ถ้าเป็นหนังไทยครับ เทปบันทึกภาพของคุณไม่มีประโยชน์ต่อศาลเพราะบันทึกไม่ได้ท่านประธานครับ ผมถาม ตํารวจต่อครับ ตกลงแล้วกล้อง กทม. ที่บันทึกแล้วก็ส่งต่อไปยังกองบังคับการตํารวจจราจร หรือว่า บก. ๐๒ นี่นะครับมีเท่าไร เอาละไม่พูด เดี๋ยวท่านหาว่าเรื่องของความมั่นคง ท่านประธานเคยโดนไหมครับ ฝ่าไฟแดงแล้วเขาเก็บบิลไปที่บ้าน ก็กล้องแบบนี้แหละครับ เขาใช้กล้องแบบนี้ครับ โดย กทม. ให้ บก. ๐๒ คือตํารวจใช้งานครับ มีอยู่ไม่ถึง ๒๐ แยก ท่านประธานครับ ลุ้นเอาเองครับไม่บอกแยกไหนเดี๋ยวจะหาว่าไปชี้ช่องให้นักฝ่าไฟแดงอีกนะครับ และนอกจากนี้ครับ ตํารวจให้การชัดเจนครับ บอกว่าไม่มีกล้องซีซีทีวีในกรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันและปราบปรามและตํารวจก็ไม่เคยมีเชื่อมสัญญาณไปที่สถานีตํารวจเลยครับ ท่านประธานครับ อย่างไรแน่ ทั้งชีวิตเราดูแลเอาอย่างไรกันแน่ ท่านประธานครับ ลงรายละเอียดหน่อยดูภาพโครงการที่ ๑ เมื่อกี้นี้นะครับ ที่ผมบอกว่า ๑๒๗ ล้านบาท ประมูลได้ ๑๒๖,๘๐๐,๐๐๐ บาท ลดลง ๒๐๐,๐๐๐ บาทครับ ผมว่าถ้าเกิดเป็นไปได้นะครับ เดี๋ยวจะเสนอญัตติให้รัฐบาลกรุณายกเลิกเสียทีครับ อีออกชัน ถ้าประมูลกันได้อย่างนี้เปิดซองกันต่อหน้าต่อตาดีกว่าจะได้ต่อรองราคากันได้ดีกว่านี้นะครับ

ดูต่อมาท่านประธานครับ ไปดูใบประเมินราคา เอาละมันมองไม่เห็น เดี๋ยวผมส่ง ให้ท่านประธานนะครับ เล่าให้ฟังครับเป็นเอกสารนะครับ มันมัว ๆ บ้างครับ อุปกรณ์ การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวีแบบฟิกซ์ (Fixed) จํานวน ๘๐ กล้อง กล้องละ ๔๘,๐๐๐ บาทต่อตัวท่านประธานครับ ตัวกล้องนะท่านประธานครับ ปรากฏว่าในใบนี้บอกว่า เลนส์กล้องโทรทัศน์วงจรปิด ตกลงซื้อกล้องต้องซื้อเลนส์อีกหรือนี่ อย่างไรนี่ ผมก็งง ๆ ท่านประธานครับ ตกลงเราไปซื้อกล้องถ่ายวิดีโอ (Video) ถ้าเป็นกล้องแบบนักข่าว โอเค เลนส์แยกต่างกัน เดี๋ยวนี้เขาก็เหมาชุดครับ แต่กล้องวงจรปิดท่านต้องซื้อเลนส์ด้วย ท่านอาจจะอ้างแบบนั้นก็ไม่ว่าอะไรครับ แต่ดูข้อที่ ๓ ท่านประธานครับ เขาบอกว่า ซื้ออุปกรณ์หุ้มกล้อง นี่นะครับ เขาบอกว่าซื้ออุปกรณ์หุ้มกล้องเฮ้าส์ซิ่งนะครับ มีมาตรฐาน ในการป้องกันไม่น้อยกว่าค่าไอพี ๖๕ (IP65) มีแผ่นกันแสงจากดวงอาทิตย์ก็คือฟิล์มนี่นะครับ และระบบควบคุมการทํางานโดยพัดลมระบายอากาศ ท่านประธานครับ กล่องเปล่า ๆ นี่นะครับ เขาตั้งราคาไว้ตัวละ ๘,๐๐๐ บาท กล่องเปล่าพวกนี้ท่านประธานครับ ถ้ารวมแล้ว มีกล่องเปล่า ๘,๐๐๐ บาท มีเลนส์อีก ๕,๕๐๐ บาท มีตัวกล้องอีก ๔๘,๐๐๐ บาท นี่ยังไม่นับ รวมพวกเสา พวกสาย พวกมอนิเตอร์ ผมถึงบอกอย่างไรครับว่ามันน่าผิดปกติครับ

ถ้าดูต่อมาครับ คนกรุงเทพมหานครครับ ท่านกรุณาดูภาพต่อไปนะครับ ไม่มี เรื่องอะไรตื่นเต้นแต่เป็นราคาครับ เขาบอกว่าอย่างนี้ครับ ซอฟต์แวร์ (Software) สําหรับ เก็บข้อมูลรายงานสภาพการจราจร ๑ ชุด ราคาเท่าไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ ๒๕ ล้านบาท ซอฟท์แวร์ความหมายง่าย ๆ ก็คือโปรแกรมครับ ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ (Hardware) คือ เครื่องมอนิเตอร์เหมือนที่เจ้าหน้าที่นั่งดูกันท่านประธานครับ น่าสนใจผมก็คลิกเข้าไปเว็บไซต์ครับ เขาบอกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี่ก็แพงแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ซอฟต์แวร์มันเยอะแยะมากมาย ทั่วโลกท่านประธานครับ คนที่เป็นเซอร์ไอแซก นิวตัน เป็นไอน์สไตน์ มันเกิดขึ้นในโลกใบนี้เยอะ ถ้า ๑๐-๒๐ ปีที่แล้วไม่ว่าครับ คนจะเขียนซอฟต์แวร์แต่ละโปรแกรมใช้เวลาครับ ใช้ต้นทุน ใช้สมอง แต่เดี๋ยวนี้มันถูกมากท่านประธานครับ เขาซื้อกัน ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทก็แพงแล้วครับ กรุงเทพมหานครตั้งงบประมาณซื้อ ๒๕ ล้านบาทท่านประธานครับ

ดูต่อมาครับ โครงการที่ ๒ เป็นโครงการติดตั้งซีซีทีวีเพื่อตรวจสอบ และสั่งการแก้ไขปัญหาจราจรครับ งบประมาณ ๑๗๕ ล้านบาท ผมไม่ว่าบริษัทนี้นะครับ เขาอาจจะประมูลโดยชอบด้วยกฎหมายก็เป็นสิทธิเสรีภาพของเขา แต่ตั้งข้อสังเกตว่า มันน่าตื่นตระหนกตกใจครับ ๑๗๕ ล้านบาท ท่านลดราคาลง ๒๕๐,๐๐๐ บาทเองหรือ ถ้าผมรู้อย่างนี้นะครับ ผมบอกจ่าประสิทธิ์เลย ไปตั้งบริษัทไว้เลยนะ แล้วไปประมูลลดให้เขาไป ๓๐๐,๐๐๐ บาทเลย ได้โครงการนี้แล้วท่านประธานครับ หรือถ้ามีใคร นายจุก นายแกละ อ้ายเปีย อ้ายโก๊ะ แค่เสนอลดไป ๕๐๐,๐๐๐ บาทก็ได้แล้วท่านประธานครับ ๑๗๕ ล้านบาท นี่ลด ๒๕๐,๐๐๐ บาท เจ็บปวดคนกรุงเทพมหานครครับ คิดเล่น ๆ นะครับท่านประธาน เวลาเขาอีออกชันกันนี่นะครับ ๑๗๕ ล้านบาท ถ้าลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็น่าจะลดประมาณ ๑๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทครับ เอาละถูกหน่อย ลด ๑ เปอร์เซ็นต์ท่านประธานครับ ก็น่าจะลดประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาทครับ เอาละถูกอีกลดประมาณ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ลดไปประมาณ ๘๕๐,๐๐๐ บาท นี่ลด ๒๕๐,๐๐๐ บาท ทําไปได้

ท่านประธานครับ ดูต่อนะครับ ลักษณะเดียวกันครับ ซื้อซอง ๔ ราย ประกาศประกวดราคาวันเดียวกันครับ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ แล้วก็ยื่น ๓ ราย เพราะราคา วันเดียวกัน สถานที่เดียวกัน ๑๓ มกราคม ๒๕๕๓ ผ่าน ๓ ราย เสนออนุมัติจ้างวันเดียวกัน ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓ เอานะนาน ๆ มาทีมาพร้อมกันไม่ว่าอะไรครับ

ท่านดูต่อนะครับ ภาพที่ ๑๕ ครับ เจาะลงไปในรายละเอียดครับ เขาก็มี การซื้อกล้องบวกเลนส์นะครับในการสั่งการแก้ไขจราจร เอาละ ท่านอาจจะอ้างเหตุผลว่า กล้องแบบนี้มันเอียงซ้าย เอียงขวา มองไม่เห็นครับ ไม่เป็นไร แต่ผมอธิบายให้ท่านฟังอย่างนี้ครับ ว่า ๑ ชุดนี่นะครับ ๑๖๕,๐๐๐ บาท ๑ ตัวนะครับ แล้วก็มีอุปกรณ์หมุนส่าย มีจอยสติ๊ก (Joystick) เล็ก ๆ เจ้าหน้าที่อยากจะเห็นอะไรก็กดไปนี่นะครับ รวมแล้วประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาทครับ สิริรวมแล้วกล้องเทคโนโลยีนี้ท่านประธานครับ ในงบประมาณประมาณ ๑๗๕ ล้านบาท ใช้เงินเยอะมากผิดปกติหรือไม่ อย่างนี้ สตง. ตรวจสอบให้ลึกครับ เดี๋ยวผมจัดเอกสารให้ครับ

ดูต่อมาครับ เป็นการติดตั้งเพื่อการจราจร ท่านประธานครับ ๘๐ กล้อง กล้องตัวละ ๔๘,๐๐๐ บาท เหมือนเมื่อกี้ที่ผมบอกเลยครับ มีเลนส์ ๕,๕๐๐ มีเฮ้าส์ซิ่ง ๘,๐๐๐ บาท สรุปแล้วตกลงเราซื้อของแพงหรือว่ามันมีคนไปรู้กัน ต่อมาท่านประธานครับ เมื่อกี้ชัดเจนนะครับ กล้องจริง กล้องปลอม เฮ้าส์ซิ่ง ถ่ายได้หรือไม่ได้เดี๋ยวว่ากันต่อครับ เมื่อมีกล้องท่านประธานครับ มันก็ย่อยมีสายครับ มันไม่ได้ส่งสัญญาณแบบไวร์เลส (Wireless) ครับ สายนี่ก็ต้องลากไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ สมมุติว่าตั้งหน้าสภากว่าจะ ลากมาห้องคอนโทรล (Control) นี้นะครับก็นับเป็นเมตรครับ เดี๋ยวท่านดูต่อนะครับ ไปดูสายของกรุงเทพมหานครับที่เราเรียกกันว่า ไฟเบอร์ออฟติก ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครประมาณราคาไว้ซื้อความยาวผมว่าน่าจะมากกว่ากรุงเทพฯ-สิงห์บุรีครับ ๑๑๘ กิโลเมตร คิดเป็นเมตรก็ประมาณ ๑๑๑,๘๐๐ ประมาณนี้ละครับ ราคาท่านประธานครับ สายฝังเพชรหรือเปล่าไม่รู้นะครับ ๔๐๐ บาทต่อเมตร ท่านประธานครับ นี่แค่มือผมนี่ ๔๐๐ บาท ที่น่าสนใจท่านประธานครับ สายเมตรละ ๔๐๐ บาท และเดี๋ยวผมจะชี้ว่า ทําไมมันจึงแพง สายปุ๊บก็ต้องมีเสาครับเพื่อจะไปตั้งนี่ครับต้นละ ๘๕,๐๐๐ บาท เสานะครับ ผมถามพรรคพวกเขาบอกเสากัลวาไนซ์ (Galvanized) ผมไม่รู้จักครับท่านประธานครับ เป็นอย่างไรไม่เข้าใจ แต่เข้าใจว่ามันคงจะกันสนิม เพราะมันอยู่เอาท์ดอร์ (Outdoor) แต่ที่น่าสนใจก็คือผมก็ไปถามตลาดเหมือนกัน ผมถามพี่จริง ๆ เถอะ ถ้าเสาแบบนี้ผมซื้อ สักร้อยตัว พี่ขายผมเท่าไร ความสูงประมาณเท่ากันนี่ครับ สูงประมาณ ๑๒ เมตร เขาบอก ขายอยู่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาทก็ขายแล้วคุณจิรายุ เพราะซื้อเยอะ อันนี้ ๘๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ จัดหนัก จัดเต็มนะครับ

ดูต่อมาท่านประธานครับ ผมเปรียบเทียบให้เห็นครับว่าสายไฟเบอร์ออฟติก ที่ผมเล่าให้ท่านประธานได้ฟังนี่นะครับ ว่ากรุงเทพมหานครซื้อราคา ๔๐๐ บาท นี่นะครับ ท่านไปดูการไฟฟ้านครหลวงสิครับ ดูนะครับ การไฟฟ้านครหลวงเสนอซื้อราคา อยู่ที่ ๑๖๐ บาทต่อเมตร เอ้า แล้วทําไมกรุงเทพฯ ซื้อตั้ง ๔๐๐ บาทล่ะ ทําไมล่ะ ฝังเพชรหรือ หรืออย่างไร หรือมันส่งสัญญาณดีกว่า มองเห็นหน้าชายชุดดําได้ชัดกว่า หรืออย่างไร ท่านประธานครับ คิดจากการไฟฟ้านครหลวงนะครับ ราคาแตกต่างกัน ส่วนต่างนะครับ ท่านเอาไปทําอะไรได้เยอะแยะเลยครับ ๑๓ ล้านบาท นี่คิดแค่ ๕๕,๔๐๐ เมตร เมื่อกี้ผมบอกแล้วว่า กทม. ซื้อเป็นแสนเมตร ท่านประธานครับ การไฟฟ้านครหลวง ๑๖๐ บาท กรุงเทพมหานครครับ ยุคของท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ทุกชีวิตเราดูแล ๔๐๐ บาท ท่านดูต่อไปครับ ไปดูดินแดนเมืองสวรรค์ ที่เขาบอกว่าเป็นเขตปกครองพิเศษเหมือนกันครับคือพัทยา เมืองสวรรค์เหมือน กรุงเทพมหานครนี่ละครับ ไม่มีอุโมงค์ครับ แต่น่าสนใจท่านประธานครับ ผมก็ต้องชื่นชมนะครับ ถ้าเป็นข้าราชการที่พัทยานี่ท่านซื้อของได้ถูกกว่า กทม. เขานะ หรือท่านใช้เงิน ไม่เป็นก็ไม่รู้ครับ ซีซีทีวีเมืองพัทยาซื้อราคา ๗๐ บาท โอ้ กทม. ๔๐๐ บาท การไฟฟ้านครหลวง ซื้อเท่าไรครับ ท่านประธานครับ ๑๖๐ บาท

ดูต่อมานะครับ ไปค้นดูต่อภาพเก่าเมื่อกี้นิดเดียวครับ ไปค้นดูต่อครับ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ ท่านประธานครับ ซื้อที่ ๙๐ บาทครับ ไป ๆ มา ๆ การไฟฟ้านครหลวงก็ไปซื้อเพิ่มครับ แล้วก็เจรจาต่อรองราคาลดลงเหลือ ๔๘ บาทต่อเมตรครับ ซีซีทีวีกรุงเทพมหานครครับ สายไฟเบอร์ขั้นเทพครับ ๔๐๐ บาท ท่านประธานครับ มีคําถามว่า เอ๊ะ จริงหรือ ดูภาพต่อมาท่านประธานครับ ผมก็ไปหยิบ เอกสารนะครับ เป็นเอกสารของทางหลวงหมายเลข ๖ บางปะอิน-โคราช เขาเป็นเอกสาร เสนอผลิตภัณฑ์สายใยแก้วนําแสงไฟเบอร์ออฟติกเคเบิล (Cable) นี่ครับ เรียน ผู้จัดการโครงการทางหลวงหมายเลข ๖ มีการเสนอหลายบริษัทนี่นะครับ ข้อจํากัด ทางเทคนิคก็ว่ากันลักษณะเดียวกับ กทม. ครับ ราคา ท่านประธานครับ ๙๐ บาทครับ ก็เฉลี่ยรวมแล้วมันไม่น่าจะเกิน ๑๕๐ บาท มันก็แพงแล้ว ท่านประธานไปดูต่อครับ ดูเอกสาร ที่เขาทํากันไปแล้วที่พัทยาครับ เวลาใกล้เคียงกันด้วยไม่ได้ห่างกันเท่าไรนะครับ และเดี๋ยวผม จะบอกว่าทําไม กทม. จึงซื้อแพงกว่า สายเหมือนกันละครับแต่ซื้อแพงกว่าเพราะอะไรครับ ตัวนิดเดียวท่านประธานครับ ดูแล้วฮาลืมบ้านเลขที่เลยท่านประธานครับ ท่านดูนะครับ ซีซีทีวีพัทยา ๗๐ บาทครับ เป็นใบเสนอราคาไฟเบอร์ออฟติกเมืองพัทยา ท่านว่าแพงไหมครับ ๗๐ บาท ท่านดูต่อนะครับ ที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี่ครับ การไฟฟ้านครหลวงไปต่อราคาได้อีก ท่านประธานครับ เหลือ ๔๘ บาทต่อเมตร ไฟเบอร์ออฟติกนี่นะครับ ปรากฏว่าผมก็ไปค้น เอกสารว่า กรุงเทพมหานครมันจะต้องมีอะไรในสายนี้แน่เลย มันฝังเพชรไหม หรืออย่างไร ได้ความอย่างนี้ท่านประธานครับ เขาบอกสายของกรุงเทพมหานครคนอมรรัตนโกสินทร์นี่ มันไม่ใช่คนธรรมดาครับ มันต้องซื้อของแบบไฮโซหน่อย จะไปใช้แบบไอ้จุก ไอ้แกละ คนพัทยา คนแถวโคราชอย่างนี้ไม่ได้ ราคาไก่กาไม่ได้เด็ดขาดท่านประธานครับ เขาบอกว่า ต้องมี มอก. โดยการระบุว่าต้องมี มอก. ๒๑๖๖/๒๕๔๘ ในการประมูล จะกินหรืออย่างไรครับ ไม่ว่ากัน ท่านบอกมาตรฐานอุตสาหกรรมมันก็ต้องมีน่าจิรายุ ที่ผ่านมาก็แสดงว่าพัทยา ใช้ของไม่ได้เรื่อง โคราชก็ใช้ของไม่ได้เรื่อง การไฟฟ้านครหลวงก็ใช้ของไม่ได้เรื่อง อะไรล่ะครับ ท่านดูต่อนะครับ เงินมันไปตกในกระเป๋าใครหรือเปล่าครับ ถ้าไอ้โก้ยังอยู่นี่ครับ ไอ้โก้ที่หนี ไปลาว ผมว่าจะให้ไปหาผู้บริหาร กทม. บางคนครับน่าจะซุกไว้ในรถท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ดูจดหมายนี้ครับที่เมื่อกี้ผมบอกว่าต้องมีมาตรฐาน มอก. นะครับ นี่เป็น จดหมายลงนามโดยสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมตอบ บริษัทที่นําเข้าไฟเบอร์ออฟติกครับ ตอบว่าอย่างไร รู้ไหมครับท่านครับ เขาตอบบอกว่า ตามที่ท่านได้ส่งรายละเอียดมาให้ข้าพเจ้าได้พิจารณาในเรื่องของสายนําสัญญาณดังต่อไปนี้ ขอเรียนให้ท่านทราบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่อยู่ในข่ายการควบคุมตามพระราชบัญญัติ กฤษฎีกาครับ ที่กําหนดให้เคเบิลใยแก้วนําแสงโทรคมนาคมที่ติดตั้งในท่อร้อยสายฝังดิน ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน สรุปแล้วครับ การนําเข้าไม่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตกลง กทม. เขียนเพื่อใครครับ ผมก็ตั้งข้อสังเกตครับว่า เอ๊ะ ตกลงแล้วอย่างไร หรือมันมีข้ออื่นอีก ท่านประธานครับ ไปค้นเอกสารอีกปรากฏว่า มีข้อหนึ่งน่าสนใจครับ เวลาถ้าเกิดท่านสมาชิกไปตีกอล์ฟท่านจะเห็นสายล่อฟ้าไว้ครับ เพราะอะไรครับ เหล็กตีกอล์ฟพอขึ้นวงสวิงขวับ แหมชี้เข้าไปมันเปรี้ยงตายครับ แต่สายนํา สัญญาณนี้ครับ ผมไม่รู้ว่าท่านไปเขียนสเปกไว้อย่างนี้หรือเปล่านะครับ ท่านบอกว่าต้องผ่าน การทดสอบจากสถาบันแห่งชาติเพื่อความปลอดภัย ฟ้าผ่าหรือไม่ ก็คือพูดง่าย ๆ คือสาย ไฟเบอร์ออฟติกต้องผ่านสถาบันป้องกันฟ้าผ่าหรือไม่ ปรากฏว่าท่านประธานครับ ผมก็ไปดูครับ สายพวกนี้มันไม่ใช่สายนําสัญญาณ ก็เหมือนเวลาเราเสียบปลั๊ก คนกลัว ๆ กล้า ๆ ก็จับ ปลายสาย คนใจถึงหน่อยก็จับตรงเต้าแล้วก็เสียบปึกเพราะรู้อยู่แล้วมันไม่นําสัญญาณ มันไม่นําไฟฟ้า เท่านั้นเองครับสายไฟเบอร์ออฟติกมันไม่ต้องไปตรวจสอบจากสถาบันฟ้าผ่าครับ ภาพต่อไปนี้ผมจะให้ท่านประธานดูครับ เป็นภาพที่ทําไมมันจึงแพงครับ ดูเลยครับ มันมีตรา ไอ้นี่แค่นี้เอง สจส. ท่านประธานครับ เท่านั้นเอง คือถ้าคนที่นั่งอยู่ในนี้นี่นะครับมีแค่อะไร ไปแสตมป์ (Stamp) นิดเดียวเหมือนกันกับสายราคา ๔๘ บาท ๗๐ บาท ๑๖๐ บาท ท่านประธานครับ ก็แสดงว่าหมึกนี้มันต้องไม่ใช่หมึกธรรมดาเหมือนกัน ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ๑. ก็คือต่างประเทศก็ไม่เคยรับรองเลยครับว่าจะต้องเป็นสายนําไฟฟ้า หรือจะเป็นการที่ทําให้ฟ้าผ่าหรือไม่ อย่างไรนี่นะครับ และท่านเขียนสเปกนี้เพื่ออะไรครับว่า สายนี้จะต้องมี สจส. หรือไม่ อย่างไรครับ ทําไมล่ะครับจะต้องไปเขียนไว้ทั้ง ๆ ที่คุณสมบัติ มันก็เหมือนกันครับ นี่คือประเด็นปัญหาที่ผมตั้งความเห็นครับว่าทําไมเราจึงต้องตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบท่านประธานครับ ทําไมเราจะต้องยื่นญัตตินี้ เพราะจะได้เป็น บรรทัดฐานต่อไปครับว่า กทม. ไม่ใช่ทําอะไรตามใจชอบครับ ต่อไปนี้จะรื้อบิ๊กแบ็กหรือ จะไม่รื้ออย่างไร กทม. ต้องรับผิดชอบก็เหมือนกับลักษณะกล้องวงจรปิดเขาก็พูดบอก เป็นเรื่องของ กทม. อ้าว ก็ผู้แทน กทม. นี่ครับ ท่านดูสิครับ สายเทวดาขั้นเทพท่านประธานครับ จากกล้องเมื่อกี้นะครับ ซึ่งผมไม่บอกแล้วว่าอันไหนเฮ้าส์ซิ่ง อันไหนดัมมี่ อันไหนจริง อันไหนปลอมนะครับชัดเจนแล้ว ลากสายต่อไปนี่นะครับท่านประธานครับ ไปที่สํานักงานเขตครับ ผมว่าท่านประธาน ดูที่สํานักงานเขตแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ภาพต่อไปครับ นี่ครับห้องควบคุม เป็นอย่างไรครับ ชัดเจนครับ สายสืบเราไปถ่ายมาปุ๊บเห็นเลย เจ้าหน้าที่บอกพี่อย่าถ่าย ๆ ผมบอกไม่ได้แล้วของอย่างนี้ต้องถ่าย สัญญาณกล้องที่ว่านี่ท่านประธานครับ ลิงค์ไปภาพ อันนี้ เดี๋ยวดูภาพต่อไปท่านประธานครับ