สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ศุภชัย ใจสมุทร หารือเรื่องความขัดแย้งในประเทศไทย และเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยเน้นย้ำความสำคัญของการร่วมมือกันและความสามัคคีเพื่อความเป็นธรรมชาติ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย เมื่อวานนี้ท่านสมาชิก ได้มีการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ ก็นับว่าท่านก็ได้ให้อภิปรายกันมากมายนะครับ และผม คิดว่าสิ่งที่ท่านได้มีการอภิปรายกันนั้นมันน่าจะเป็นประโยชน์สําหรับการที่เราจะได้มีแนวทาง ในการที่จะร่วมกันฝ่าวิกฤติที่ถือว่ามันเป็นวิกฤติมาหลายปีในเรื่องของความขัดแย้ง ซึ่งผมคิดว่าถ้าในมุมมองของสังคมส่วนหนึ่งเราก็คงคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นองค์กรอันสําคัญหรือเป็นอํานาจอธิปไตย ๑ ใน ๓ ควรที่จะต้องได้มีการร่วมมือกันในการที่จะแก้ปัญหาที่เป็นวิกฤติอันนี้นะครับ เมื่อวานนี้ ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นผู้ได้ยื่นญัตติอันนี้แล้วก็ได้มีการมอบหมายให้ผมได้มีการ อภิปรายเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ และหลังจากนั้นผมได้พบว่าหลายกรณีที่มันเกิดขึ้นเมื่อวาน สมาชิกหลายท่านก็อาจจะมีการเสนอข้อเท็จจริงจากมุมของแต่ละท่านไป ซึ่งผมคิดว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราได้มีความเห็น ในการที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการกันนะครับ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าหลายเรื่องหลายราวที่มันเกิดขึ้น ถ้าเราได้มีการหาแนวทางกัน อย่างเป็นระบบ อย่างที่ฝ่ายบริหารได้มีการตั้งคณะกรรมการ และคณะกรรมการเหล่านั้น ก็ได้มีการเดินหน้ากันไปพอสมควร ผมคิดว่าวันนี้คงยังไม่สายถ้าว่าอํานาจนิติบัญญัติของเรา ซึ่งอย่างที่ผมได้เรียนไปเมื่อวานนี้นะครับว่าที่นี่เป็นที่ที่ถือเป็นตัวแทนของประชาชน ทุกภาคส่วน ทุกสีก็ได้มาอยู่ที่นี่กัน และถ้าพวกเราได้สละความเป็นสีเหล่านั้น เอาเรื่องของ ความขัดแย้งมาเป็นตัวตั้งในการที่จะร่วมกันแก้ปัญหา มาพูดจากันหาแนวทางในสิ่งที่เรา เรียกว่าเป็นสันติวิธี ผมว่าก็คงไม่ยากลําบากในการที่เราจะร่วมกันในการที่จะแก้ปัญหา ในสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา ผมคิดว่าเรามีบทเรียนในหลาย ๆ ประเทศ อยากจะเรียน กับท่านประธานว่าในแต่ละประเทศที่มีความขัดแย้งกันเราจะพบว่าในหลาย ๆ ประเทศ มันเป็นความขัดแย้งเนื่องจากมีความเห็นต่างกันทางด้านเชื้อชาติ เป็นคนละเชื้อชาติกัน ก็เลยมีการสู้รบกันอย่างรุนแรงมีความขัดแย้งกัน บางพื้นที่บางประเทศก็เป็นความขัดแย้ง ทางด้านศาสนาซึ่งมันมีความร้าว มีความลึก แล้วก็ต้องใช้เวลากันนาน แต่ในที่สุดไม่ว่าจะ เป็นความขัดแย้งทางเชื้อชาติหรือทางศาสนา แต่ในที่สุดแล้วเขาก็หาวิธีการที่จะเข้าสู่หนทาง แห่งสันติคือหาสันติภาพ พบกัน สิ่งหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเราควรที่จะต้องเริ่มต้นกันก็คือเรื่องของ สิ่งที่ เขาใช้ภาษาอังกฤษคําว่า พีซทอล์ก (Peace talk) คือการมาพูดคุยกัน ในขณะเดียวกัน ที่ผมได้เรียนไปสักครู่ว่าหลายประเทศมันมีความร้าวลึกเพราะมันมีความเห็นต่างกัน มีความต่างกันอย่างชัดเจนเรื่องเชื้อชาติ เป็นคนละชาติ เป็นคนละศาสนากัน แต่ความเป็น คนไทยผมว่ามันน่าจะเป็นประเทศเดียวที่อาจจะต้องพูดกันได้ว่าเราคือคนไทย หลายท่าน ก็ได้บอกว่าเรามีธงไตรรงค์ สีทั้งหลายที่ท่านมีอยู่ในที่สุดก็อยู่ในธงไตรรงค์ ผมว่ามันคงไม่ยาก ที่เราจะร่วมกันในการที่จะฝ่าวิกฤติ เพราะฉะนั้นก็คงต้องขออนุญาตกราบเรียนต่อ ท่านประธานที่เคารพครับว่าเมื่อวานนี้พวกเราได้ยินสิ่งที่เป็นการเสนอแนะ ซึ่งผมคิดว่า ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ทั้งสิ้น เพราะทุกท่านก็ล้วนแล้วแต่มีความตั้งใจที่จะหาแนวทาง แน่นอนครับ สิ่งที่หลายท่านได้มีการพูดแล้วเมื่อวานเป็นการพูดในลักษณะที่ฟังดูแล้ว เหมือนกับเห็นแสงอันริบหรี่อยู่ในปลายอุโมงค์ แต่ผมเองขออนุญาตกราบเรียนว่า ผมถือหลัก ว่าเราต้องควรจะเริ่มนับ ๑ วันนี้ถ้าเราได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วได้มีการเริ่มนับ ๑ กัน แน่นอนครับในวงเล็กอาจจะต้องมีข้อเท็จจริงที่เปิดเผยกันมา แต่ถ้าเราตั้งฐานความคิดกันว่าเราจะเดินหน้าเพื่อจะหาแนวทางในการที่จะทําให้เกิดความ ปรองดองให้กับคนในชาติในฐานะที่เราเป็นตัวแทนของสมาชิก เป็นสมาชิกที่เป็นตัวแทนของ ที่เป็นสมาชิกของคนทั้งประเทศแล้วผมว่าในที่สุดไม่ยากเกินละครับ อาจจะยาก วันเริ่มต้น อาจจะขลุกขลัก แต่ถ้าเราตั้งใจเอาความตั้งใจของเรา เอาเจตจํานงความมุ่งหมายเรื่องของ ความสามัคคี ละลายสลายความคิดต่าง ๆ ของความเป็นสี เป็นเหล่า ซึ่งมันไม่ได้หนักหนา สาหัสสากรรจ์เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งเขาทําสําเร็จมาแล้ว ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ เราสามารถที่จะเริ่มต้นนับ ๑ นับ ๒ ไปเรื่อย ๆ และผมมั่นใจว่าในที่สุดเราน่าจะทําได้สําเร็จ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ