สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

พงศ์เวช เวชชาชีวะ หารือเรื่องปัญหาการเกษตร โดยเฉพาะข้าวโพดและมันสําปะหลังในจันทบุรี และเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดโควตากลางและราคาประกันรายได้ให้กับเกษตรกร

นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ จันทบุรี

ต้องขอกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พงศ์เวช เวชชาชีวะ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี ก่อนอื่นต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามของผมให้มาสอบถามผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาล ผมมีความจําเป็นที่ต้องสอบถามทางรัฐบาล เพราะว่าประเทศไทยของเรานั้น มีสินค้าการเกษตรหลายตัวที่มีปัญหา แต่ที่สังเกตก็คือรัฐบาลนั้นได้เน้นแต่เรื่องข้าวที่ค่อนข้าง จะมีการสร้างความมั่นอกมั่นใจให้กับเกษตรกร และผมขอกราบเรียนนะครับว่าข้าวนั้นก็ยังมี รายละเอียดปลีกย่อยที่ยังไม่ได้ครอบคลุม แต่ผมจะไม่พูดถึงเพราะถือว่ารัฐบาลนั้นก็ได้พูดไว้ พอสมควรแล้ว รัฐบาลนั้นเปรียบเสมือนกับว่าไม่ค่อยสนใจสินค้าในตัวอื่นดังกับที่ผมจะถาม ต่อไป แล้วในวันนี้ก็มีพี่น้องเกษตรกรจากจังหวัดเพชรบุรี โดยมีท่าน ส.ส. อรรถพร พลบุตร ก็ได้นําพี่น้องเกษตรกรที่มาร้องเรียนที่สภาแห่งนี้ เรื่องของสับปะรดราคาตกต่ําก็นําโดย ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตําบลหนองหญ้าปล้อง แล้วก็ท่านสมาชิกสภาจังหวัดเพชรบุรี แล้วก็กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด อําเภอหนองหญ้าปล้อง ซึ่งเมื่อจบแล้วผมจะเอาหนังสือนี้ ให้กับท่านรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางการแก้ไขต่อไปนะครับ ซึ่งเขาขอให้รัฐบาลกําหนดโควตากลางให้เกษตรกรในพื้นที่ส่งโรงงานวันละ ๓๐๐ ตัน ขอให้ รัฐบาลกําหนดราคาประกันขั้นต่ํา ๕ บาทต่อกิโลกรัม ขอให้รัฐบาลเจรจาธนาคาร ธ.ก.ส. ยืดระยะเวลาการชําระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับเกษตรกร วันนี้ครับท่านประธาน ราคาสับปะรดที่ซื้อกันในราคากิโลกรัมละ ๑ บาท ๘๐ สตางค์ อันนี้เป็นข้อเรียกร้องจาก กลุ่มพี่น้องเกษตรกรจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเหลือสับปะรดประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตันอยู่ในแปลง เมื่อเช้าท่าน ส.ส. ยุพราช บัวอินทร์ ก็บอกว่าข้าวโพดจังหวัดเพชรบูรณ์ ยังถามถึงความ ชัดเจนจากรัฐบาลนะครับ ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ก็พูดถึงราคายางตกต่ํา ท่านสุพัชรี ก็ได้พูดถึงการทํานา สิ่งเหล่านี้ครับผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานสู่รัฐบาลว่า รัฐบาลนั้น สนใจเฉพาะบางพืชเหมือนกับรักลูกไม่เท่ากันนะครับ ผมในฐานะ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี จันทบุรีนั้นก็มีพืชที่มีปัญหาก็คือมันสําปะหลังและข้าวโพด ซึ่งผมอยากจะเรียนถามกับ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ช่วงนี้ก็เริ่มการเก็บเกี่ยวแล้ว รัฐบาลยังไม่ให้ความมั่นใจหรือ ความชัดเจนกับพี่น้องเกษตรกร ผมลงพื้นที่ พี่น้องเกษตรกรก็ถามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการ อะไรช่วยเหลือ ซึ่งผมก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นโครงการรับจํานํา ซึ่งก็คงจะคล้ายข้าว และผมเคยอ่าน ในหนังสือพิมพ์บางฉบับ เมื่อประมาณกลางเดือนตุลาคม ก็เห็นท่านรัฐมนตรี ภูมิ สาระผล ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ก็คงจะเป็นโครงการรับจํานํานะครับ ผมก็บอกกับเขาว่าคงจะเป็น โครงการรับจํานํา ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับว่าเกษตรกรบ้านผมนั้น จากที่เคยมี ความสุขกับราคามันสําปะหลังที่ได้ราคาอย่างดี ข้าวโพดได้ราคาอย่างดีจากโครงการประกัน รายได้ จากรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พอมารู้ว่าข่าวแว่ว ๆ ว่าจะจํานํากลับมา เขาเป็นทุกข์นะครับ ซึ่งมันตรงกันข้ามกับการติดป้ายหาเสียงของ พรรครัฐบาลที่จะเร่งคืนความสุข ผมก็อยากกราบเรียนว่าโครงการจํานํานั้นที่ผมเป็น ส.ส. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ รัฐบาลที่ผ่านมาก็ใช้โครงการจํานํา จังหวัดจันทบุรีทุกปีครับต้องมีม็อบ (Mob) นะครับเพื่อมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ แต่พอมาเป็นโครงการประกันรายได้ครับ ๒ ปีที่ผ่านมา ผมงานเบาขึ้นเยอะครับ ชาวบ้านมีความสุข ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องราคาตกต่ํา พี่น้องเกษตรกรบ้านผม ๒ ปีที่ผ่านมานั้นผมอยากจะกราบเรียนให้รัฐบาลนี้ทราบนะครับว่า เขามีฐานะที่ดีขึ้นลืมตาอ้าปากได้ เราดูได้จากเดี๋ยวนี้หลายหลังครับได้ออกรถแทรกเตอร์ ขนาดเล็กสีส้ม ๆ นะครับ คูโบต้าสีส้มเยอะแยะไปหมดเลย ไม่ต้องไปจ้างนายทุน มอเตอร์ไซค์ รถปิกอัพ การปลูกบ้านใหม่มีเยอะแยะครับ แต่วันนี้เขามีความกังวลใจนะครับ ผมก็อยากจะเรียนถามรัฐบาลให้เข้าประเด็นนะครับ ว่ารัฐบาลคงจะใช้โครงการรับจํานํา ใช่หรือไม่ กับพืชมันสําปะหลังและข้าวโพด แล้วก็ขอให้รัฐบาลกําหนด ถ้าใช้โครงการ รับจํานํา ขอให้กําหนดวันที่เปิดโครงการรับจํานํามันสําปะหลังและข้าวโพดที่แน่นอน หลักการจะเป็นอย่างไรขอให้บอกชัดเจนนะครับ แล้วโควตาที่เข้าโครงการรับจํานํานั้น ท่านจะให้เป็นโควตาของจังหวัดเหมือนเดิม หรือเป็นรายครัวเรือน ก็ขออนุญาตถามเบื้องต้น คําถามแรกไว้ก่อนครับ