มนพร เจริญศรี หารือเรื่องการขยายเขตไฟฟ้าให้ทั่วถึงในพื้นที่ชนบท โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีที่กํากับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยกเลิกมาตรการการลงทุนของประชาชน และขอขยายเขตไฟฟ้าให้รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายเขตไฟฟ้าในหมู่บ้านและในครัวเรือนในชนบท นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้พิจารณาผ่อนผันหลักเกณฑ์เงื่อนไขการไฟฟ้าให้เหมาะสม และบูรณาการพลังงานไฟฟ้ากับกระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อส่งเสริมการติดตั้งไฟฟ้าตามสถานีสูบน้ำ และก่อสร้างคลองส่งน้ำ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ปัญหาเรื่องไฟฟ้าหรือพลังงานไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐาน ที่สําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดําเนินภารกิจ หลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการผลิตและการจําหน่ายพลังงานไฟฟ้าทั่วประเทศ ในรูปแบบของการขยายเขตไฟฟ้าชุมชนในภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และการขยาย เขตไฟฟ้าในพื้นที่ที่ดินทําการเกษตร ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ดําเนินการขยายเขตบริการไฟฟ้าซึ่งมีเป้าหมายเพียง ๕๑,๕๒๗ ครัวเรือน โดยมีหลักเกณฑ์ ที่ชาวบ้านขอขยายเขตไฟฟ้านั้นจะต้องเป็นหลังคาเรือนที่มีบ้านเลขที่ ถ้าไม่มีบ้านเลขที่ก็จะ ไม่ได้รับการอนุมัติ เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ในส่วนที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกําหนด เกณฑ์ที่ กําหนดไว้นั่นก็คือหลังคาเรือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท และจากการขอขยาย เขตไฟฟ้านั้นจะต้องมีอย่างน้อย ๑๐ หลังคาเรือน ถ้าจะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสํารวจแล้วก็ ประมาณค่าใช้จ่าย เมื่อประมาณค่าใช้จ่ายออกมาแล้วนั้นชาวบ้านมีเงินไม่เพียงพอ ชาวบ้าน ก็จะไปร้องขอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตําบล หรือเทศบาลให้สมทบค่าใช้จ่ายในส่วนเกินนั้น ๆ เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ไฟฟ้า โดยระเบียบ กฎเกณฑ์ของการจ่ายเงินให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หลังจากได้รับทราบค่าใช้จ่าย ทั้งหมดแล้ว อบต. จะต้องจ่ายเงินทันที แต่เมื่อจ่ายเงินให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว หน่วยงานดังกล่าวก็ไม่มีการกําหนดห้วงเวลาว่าจะไปติดตั้งเมื่อใด เพียงแต่บอกว่ารอคิว ๆ รอจนกระทั่งบางครั้ง ๗-๘ เดือน บางแห่งรอเป็นปี จนกระทั่งสิ้นปีงบประมาณก็ยังแจ้งว่า รอคิวค่ะ
ส่วนอีกภารกิจที่สําคัญอย่างหนึ่ง นั่นก็คือโครงการขยายเขตไฟฟ้า ในพื้นที่ที่ดินทางการเกษตรของเกษตรกร ซึ่งภารกิจดังกล่าวมีความสําคัญต่อวิถีชีวิต ของพี่น้องเกษตรกรอย่างยิ่งยวด และเป็นนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในเรื่องของการขยาย เขตไฟฟ้า ทําระบบท่อน้ําส่งไปสู่หัวไร่ปลายนาทุกพื้นที่ของเกษตรกร และนโยบายเรื่องของ การไฟฟ้าเพื่อการเกษตรนั้น เป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต และส่งเสริมให้มีการขยายพื้นที่ชุมชนทางการเกษตร นอกจากนั้นค่ะยังเป็นการพัฒนา เศรษฐกิจแบบพอเพียงของครัวเรือนซึ่งเป็นเกษตรกรพื้นฐาน และก่อให้เกิดความยั่งยืน ในการพัฒนาพื้นที่ในชนบทค่ะ
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาการคัดเลือกเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนั้น จะต้องได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือส่วนราชการนั้น ๆ เช่น พื้นที่ของเกษตรกรจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีทางสาธารณะ รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้ เพื่อจะทําให้ มีการก่อสร้างปักเสาพาดสายไปถึงจุดที่ใช้บริการ
ส่วนรูปแบบที่จะต้องระบุแหล่งน้ําเพื่อใช้ผลการผลิตนั้นก็จะต้องเป็นแหล่ง ที่คลองสาธารณะหรือคลองชลประทาน แล้วเกษตรกรก็จะต้องมีเอกสารสิทธิตามประมวล กฎหมายที่ดินหรือหนังสือการเช่าที่ดิน
ประการสุดท้าย เกษตรกรรายย่อยที่จะต้องขอติดตั้งมิเตอร์อย่างน้อย จะต้อง ๑๕ แอมป์ต่อ ๑ ราย ก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมไม่เกินรายละ ๕,๐๐๐ บาท ปัญหาโดยส่วนมากพบว่าเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้รับการสนองตอบ ในจํานวนน้อยค่ะ ท่านประธาน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ในจังหวัดนครพนมของดิฉันได้รับ เพียงแค่ ๑๔๐ ราย มีเกษตรกรจากตําบลบ้านค้อ อําเภอโพนสวรรค์ เป็นเกษตรกรที่ทํา ไร่นาสวนผสมมีความมุ่งมั่นขอรับการติดตั้งไฟฟ้ามาจนกระทั่ง ๒ ปีแล้วค่ะ ยังไม่ได้ รับการติดตั้ง แล้วก็มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ทุกข้อ นอกจากนั้นยังมีเกษตรกรที่ทํา สวนยางพาราขอเข้าร่วมโครงการตั้งแต่เริ่มปลูกยางพาราจนกระทั่งขณะนี้เปิดกรีดแล้วค่ะ ก็ยังไม่ได้รับการติดตั้งที่บ้านดง ตําบลพนอม อําเภอท่าอุเทน นอกจากนั้นพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของภาคอีสานไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใกล้เคียง ก็คือจังหวัดมุกดาหาร ที่ตําบลโคกสง่า อําเภอเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ของเพื่อน ๆ สมาชิก บอกว่า มีการขยายเขตไฟฟ้าออกไป ๓๐ หลังคาเรือน ขอมาเกือบ ๑๐ ปีก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขค่ะ ท่านประธาน ดิฉันใคร่ขอเสนอให้ท่านรัฐมนตรีที่กํากับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ดําเนินการแก้ไขปรับปรุง และดิฉันขอเรียนถามต่อท่านรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ นั่นก็คือ
ข้อที่ ๑ ขอให้ท่านได้ยกเลิกมาตรการการลงทุนของพี่น้องประชาชน ที่นับจํานวนหลังคาเรือนหลังคาละ ๕๐,๐๐๐ บาท หรือยกเลิกการเก็บเงินสมทบจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดค่าครองชีพ ช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้บริการ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้
ข้อที่ ๒ ควรจะมีการขอขยายเขตไฟฟ้าให้ทั่วถึง ต่อเนื่อง และรวดเร็ว โดยเฉพาะการสมทบการดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขยายเขตไฟฟ้าในหมู่บ้านและในครัวเรือนในชนบท จะทําให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ ทุกครัวเรือน นั่นก็จะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตอีกทางหนึ่ง
ข้อที่ ๓ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคควรจะเพิ่มเป้าหมายการขยายเขตจําหน่าย ไฟฟ้าให้กับพื้นที่ที่ดินทํากินของเกษตรกร และประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวให้ประชาชน ได้รับรู้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้นค่ะ
ข้อที่ ๔ เกษตรกรที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการและมีความจําเป็น ที่จะขอขยายเขตไฟฟ้านั้น บางครั้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขอาจจะไม่เข้าตามหลักเกณฑ์ ที่ทางราชการกําหนด แต่การไฟฟ้าก็ควรจะพิจารณาผ่อนผันให้ตามความเหมาะสม ตามที่ท่านเห็นสมควร
ข้อที่ ๕ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคควรจะบูรณาการพลังงานไฟฟ้ากับ กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมการติดตั้งไฟฟ้าตามสถานีสูบน้ํา ด้วยไฟฟ้า พร้อมทั้งก่อสร้างคลองส่งน้ําคอนกรีต คลองชลประทาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่ม ผลผลิตทั้งการเกษตร ทั้งในฤดูแล้ง และฤดูฝนค่ะ
ข้อสุดท้ายค่ะ การตรึงราคาค่ากระแสไฟฟ้าของรัฐบาลที่ออกมาตรการช่วย พี่น้องประชาชนในการใช้ไฟฟ้าฟรี ๖๕ หน่วยในขณะนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นอีกมาตรการ ของการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่งของรัฐบาล ดิฉันขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่งค่ะ ขอขอบคุณค่ะ