ฐานิสร์ เทียนทอง หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการโดยใช้หลัก ๒ พี ๒ อาร์ และมีการเตรียมการดูแลช่วยเหลือประชาชน โดยมีการจัดตั้งศูนย์สนับสนุนอํานวยการและบริหาร สถานการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม ศอส. และมีการแจ้งเตือนภัย และมีการจัดซื้อจัดจ้างในกรณีพิเศษ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ฐานิสร์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดลพบุรี ท่านอํานวย คลังผา ซึ่งต้องขอกราบขอบพระคุณและขอชื่นชมต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ที่มีความเป็นห่วงเป็นใยในชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในขณะนี้ ซึ่งต้องขอกราบเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้นะครับ โดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีความเป็นห่วงเป็นใยในชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยเช่นเดียวกัน โดยท่านได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบนะครับ โดยใช้หลัก ๒ พี ๒ อาร์ คือ การเผชิญเหตุ การฟื้นฟูและการป้องกันในระยะยาวนะครับ ตั้งคณะกรรมการอํานวยการ และบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่มขึ้น โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน โดยให้เป็นการแก้ไขปัญหา แบบบูรณาการนะครับ โดยเชิญ ๓๗ หน่วยงานทํางานกันแบบ วัน สต็อป เซอร์วิส (One Stop Service) นะครับ มาตรการต่อไปก็คือการตั้งศูนย์สนับสนุนอํานวยการและบริหาร สถานการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่มนะครับ ศอส. โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้อํานวยการศูนย์ได้รวบรวมทั้งหมด ๒๒ หน่วยงานร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการประเมิน สถานการณ์วิเคราะห์เหตุการณ์และแจ้งเตือนภัย แล้วก็มอบรัฐมนตรีในการลงพื้นที่ รับผิดชอบเร่งรัดกํากับดูแลติดตามการกู้วิกฤติจากภัยธรรมชาติเป็นรายจังหวัดนะครับ เพื่อเสริมการทํางานของผู้ว่าราชการจังหวัด และเป็นการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ให้รวดเร็ว นอกจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ประชุม วิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ (Vedio conference) กับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นประจําทุกเช้าเพื่อติดตาม สถานการณ์และแก้ปัญหาให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยเป็นรายจังหวัดทุกวันนะครับ การช่วยเหลือ เยียวยาสําหรับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในขณะนี้นะครับ ก็สามารถใช้ เงินทดรองจ่ายราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด จํานวน ๕๐ ล้านบาท ในการช่วยเหลือ เยียวยาเบื้องต้น กรณีเสียชีวิตจะได้รับรายละ ๒๕,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัว ก็จะได้เพิ่มอีก ๒๕,๐๐๐ บาท เป็น ๕๐,๐๐๐ บาท เรื่องอาหาร เรื่องเครื่องอุปโภคบริโภค เรื่องถุงยังชีพ ที่อยู่อาศัยชั่วคราว เรื่องยารักษาโรค ตลอดจนการทําแนวป้องกันนะครับ ก็เป็นนโยบายที่จะต้องทําควบคู่กันไป กรณีเงินทดรองราชการไม่เพียงพอนะครับ ก็สามารถ ที่จะขอขยายวงเงินได้ ซึ่งจังหวัดได้ขอขยายวงเงินและได้รับอนุมัติไปแล้วจํานวน ๒๙ จังหวัด เป็นเงิน ๒,๙๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะให้มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการเพื่อดูแล ช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน กรณีที่เป็นการจัดซื้อกรณีพิเศษ เช่น ไม่ว่าจะเป็นเรือ เรื่องเต็นท์ เรื่องสุขาลอยน้ํา บ้านพักอาศัยชั่วคราว เครื่องสูบน้ํา การขุดลอกเพื่อเปิดทางน้ํา ก็อนุญาตให้ผ่อนผันยกเว้นในการดําเนินการจัดหาเป็นกรณีพิเศษได้ตามความจําเป็น นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณในปี ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นงบกลาง จํานวน ๒๓ จังหวัด จังหวัดละ ๑๐ ล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นการช่วยเหลือกรณีน้ําท่วมบ้าน ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท คณะรัฐมนตรีก็ได้ อนุมัติไป ๒ ครั้งแล้วนะครับ ครั้งแรกก็จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ครั้งที่ ๒ เป็น จํานวน ๓๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัวนะครับ เพราะฉะนั้นการดําเนินการในรอบแรกนั้น ก็ได้ดําเนินไปครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนในครั้งที่ ๒ ก็ดําเนินการไปประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ยังเหลืออยู่ก็คือเป็นการตรวจสอบในเรื่องของเอกสาร เพื่อให้การทํางานนั้น มีความชัดเจนแล้วก็โปร่งใสในการบริหารจัดการนะครับ ส่วนในด้านความช่วยเหลือ กรณีพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย อย่างข้าวของเดิมได้ ๖๐๐ บาท รัฐบาลเพิ่มให้เป็น ๒,๒๒๒ บาท พืชไร่เดิม ๘๓๗ บาท รัฐบาลเพิ่มให้เป็น ๓,๑๕๐ บาท พืชสวน ๙๑๒ บาท รัฐบาลเพิ่มให้เป็น ๕,๐๙๘ บาท นอกจากนั้นก็จะมีเงินบริจาคที่ทางสํานักนายกรัฐมนตรี ได้ดําเนินการเรื่องถุงยังชีพ เรื่องอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค เรื่องเรือ เรื่องสุขา แล้วก็มอบเงินชดเชยกรณีที่เสียชีวิตให้อีก ๕๐,๐๐๐ บาท กรณีที่บ้านพังทั้งหลังก็จะได้ มอบหมายให้ทางจังหวัดดําเนินการซ่อมแซม แล้วก็สร้างให้ใหม่ในวงเงิน ๒๔๐,๐๐๐ บาท ซึ่งในส่วนนี้จะดําเนินการหลังจากน้ําลดแล้ว ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณ สําหรับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่มีจิตอาสา มูลนิธิองค์กรการกุศลต่าง ๆ ซึ่งเป็นน้ําใจ ของคนไทยทั่วทั้งประเทศที่ได้หลั่งไหลให้กับพี่น้องผู้ประสบอุทกภัย ถึงแม้ว่าพี่น้อง ผู้ประสบอุทกภัยจะมีความทุกข์ มีความเดือดร้อน แต่พอได้ทราบถึงน้ําใจของพี่น้องคนไทย ที่ไม่ทิ้งกันในยามทุกข์ยามยากก็เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้น ท่านนายกรัฐมนตรียังมีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝึกอาชีพระยะสั้นให้กับผู้ประสบภัย เพื่อให้พี่น้องผู้ประสบภัยนั้นได้มีอาชีพในระยะสั้น ๆ แล้วก็เป็นการคลายเครียด แล้วก็มอบหมายให้กับกระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยเกี่ยวกับเรื่อง โรคระบาด เรื่องสุขภาพจิตของพี่น้องผู้ประสบอุทกภัย เมื่อน้ําลดแล้วก็จะได้ดําเนินการฟื้นฟู โดยมอบหมายให้หน่วยราชการต่าง ๆ สํารวจความเสียหาย บูรณะซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง สาธารณะสมบัติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถนน ไม่ว่าจะเป็นสะพาน สถานที่ราชการ เพื่อต้องการ ให้พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยนั้นได้กลับมาใช้ชีวิตโดยปกติโดยเร็วที่สุด นั่นก็คือมาตรการ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กําชับให้ส่วนราชการ แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ยึดถือแล้วก็ได้ ปฏิบัติมาโดยตลอด ขอบคุณครับ