สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๙ กันยายน ๒๕๕๔

โปรดปราน โต๊ะราหนี หารือเรื่องเหตุระเบิดในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสนอ 5 หลักการในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการปรับปรุงหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทบทวนกฎหมายและกฎระเบียบให้เหมาะสมกับสถานการณ์

นายโปรดปราน โต๊ะราหนี บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โปรดปราน โต๊ะราหนี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ก่อนอื่นต้องขออนุญาตขอบคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสพรรครักประเทศไทย ได้มีโอกาส ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เป็นปัญหาของชาติบ้านเมือง ในเรื่องของการยื่นญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณากรณีเหตุเกิดระเบิดในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมเอง ต้องขออนุญาตใช้สิทธิในการพูดนะครับ ในฐานะที่เป็นมุสลิมด้วยแล้วก็เป็นพี่น้องในจังหวัด ภาคใต้ด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองก็เคารพในเวลาที่ท่านประธานได้พิจารณา พูดว่าประเด็นที่ไม่ซ้ําซ้อน ผมเองก็ต้องขอพูดอย่างนี้ครับว่า ประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านเพื่อน สมาชิกทุกท่านได้กรุณาพูดให้ความเสนอแนะที่ผ่านมาทั้งหมด ผมถือว่าเป็นประโยชน์ ต่อสภาเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมเองต้องขออนุญาตพูดกับท่านประธานในประเด็นที่ ไม่เกี่ยวข้องแล้วก็ไม่ไปซ้ํากับประเด็นที่ทางเพื่อนสมาชิกได้พูดมาในตลอดที่ผ่านมาครับ

ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตบอกกับท่านประธาน เรียนกับท่านประธาน แล้วผ่านไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะครับกับการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ที่จริงแล้วผมไม่อยากให้ เหตุการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นจะต้องได้รับความสําคัญเป็นอย่างยิ่งเสียก่อน ขนาดว่า ทางเพื่อนสมาชิกท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ได้กรุณาได้ขอญัตติเร่งด่วนเหล่านี้เข้ามา ต้องรื้อ ต้องยื้อกันกว่าจะได้พูด นั่นก็แสดงให้เห็นว่ารัฐจริง ๆ ก็ไม่ได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ กับการแก้ไขปัญหาของพี่น้อง ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเรื่องนี้ อยากจะให้จบ อยากจะให้ไปได้ด้วยดี รัฐจะต้องให้ความสําคัญก่อนสิครับ ต้องให้ ความสําคัญ ตั้งแต่แถลงนโยบายมาผมยังไม่เห็นมาตรการ ยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจนของ รัฐบาล ซึ่งท่านก็อาจจะบอกว่าขอเวลา ซึ่งท่านก็อาจจะบอกว่ากําลังดําเนินการนะครับ แต่ในการดําเนินการของรัฐบาลนั้น ผมอยากจะให้มีความชัดเจนที่ประชาชนพอที่จะมี ความหวังพึ่งรัฐบาลได้กับการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตนําเสนออย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้ว การแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องกําหนดยุทธศาสตร์ของแต่ละฝ่ายให้ ชัดเจนก่อนแล้วนํามาบูรณาการที่จะให้รัฐบาลนําไปแก้ไขปัญหา อย่างเช่นว่า รัฐบาลภายใต้การนําของรัฐบาลชุดนี้มีแนวคิดอย่างไรกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โอเค ในอดีตที่ผ่านมา ใครทําผิด ใครทําถูก ใครทําดีไว้ ไม่ดีไว้ ผมไม่รู้ครับ แต่ ณ วันนี้จากการ เริ่มต้นของรัฐบาลชุดนี้ท่านมีแนวคิดเรื่อง ๓ จังหวัดอย่างไร ท่านต้องบอกสิครับ บอกในสภานี้ครับว่าท่านมีแนวคิดที่จะทํา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ประชาชนหรือรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เห็นด้วยไหมที่รัฐจะทําแบบนี้ ให้เขาได้ถกเถียงกัน ได้เสนอแนะกันให้เต็มที่ไปเลยครับ จะเป็นประชุมลับ ไม่ประชุมลับ ที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาขอก็แล้วแต่ความกรุณา ของท่านประธานและของรัฐบาล ประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ถามฝ่ายค้านสิครับ เราต้องให้เครดิตท่านด้วยในฐานะที่ท่าน เป็นเจ้าของพื้นที่กวาดมาทุกพื้นที่นี่ครับ แสดงว่ามวลชนของท่านดี พื้นที่ของท่านสุดยอด ต้องให้เกียรติท่านนะครับ ต้องให้เครดิตท่าน ต้องถามสิครับว่าท่านทางพรรคประชาธิปัตย์ มีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แบบไหน ตรงกันไหมกับรัฐบาล หรือมี แนวทางที่แตกต่างกัน แตกต่างกันแล้วสามารถที่จะบูรณาการให้ไปด้วยกันได้ไหม ฉะนั้น ถามสิครับถามให้ทุกฝ่ายเลย แล้วก็ถามนักวิชาการด้วยครับที่ไปวิจัยที่ไปทําอะไรกันรถสิบล้อ บรรทุกไปหมดแล้วครับ วิจัยกันจริงครับเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิจัยแล้วเสร็จ วิจัยแล้วตั้งกองเอาไว้เยอะแยะมากมาย ถามเขาครับเขาต้องการแบบไหนนะครับ ภาคส่วน ต่าง ๆ ครับที่ทุกภาคส่วนที่เข้าไปให้ความสนใจกับสถานการณ์ภาคใต้ถามเขาหน่อย เขาต้องการให้รัฐทําแบบไหน เมื่อรัฐบาลจริงใจที่อยากจะแก้ ถามแล้วทุกภาคส่วนต้องการ ให้ทําแบบนี้ ท่านทําเถอะครับ ไม่ต้องบอกว่าเป็นของฝ่ายค้าน ไม่ต้องบอกว่าเป็นของฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้ ถ้าเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนท่านรีบดําเนินการนะครับ เพราะฉะนั้น ในเวลาอันจํากัดตรงนี้ผมขออนุญาตฝากข้อเสนอผ่านไปยังรัฐบาลสัก ๕ หลักนะครับ ๕ หลักการนี้ถ้าท่านเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรจะนําไปคิดต่อก็จะขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ

หลักที่ ๑ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่รู้หรอกครับว่ามีหน่วยงานไหนกี่หน่วยงาน แต่เท่าที่รู้กันก็ ศอ.บต. กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า หรือกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ดีหรือยัง เหมาะสม หรือยัง หรือมีหย่อนยานตรงไหนบ้าง ควรปรับปรุงไหม ถ้าท่านว่าดีแล้วก็ไม่ต้องปรับปรุง แต่ถ้าท่านบอกว่ายังไม่ดี ก็เหมือนที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้กรุณาบอกในวันแถลงนโยบายว่า ก็ ศอ.บต. ไม่ใช่หรือครับที่เป็นส่วน ในการขับเคลื่อน แต่ยังไม่สามารถตอบสนองปัญหา ยังไม่ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนได้อย่างเต็มที่ แสดงว่าเป็นปัญหาแล้วครับ เมื่อเป็นปัญหาปั๊บท่านต้องหาวิธีการแก้ เพราะฉะนั้นง่ายนิดเดียวครับว่าใน ศอ.บต. ก็คือท่านเลขาธิการที่ดูแลเกี่ยวข้องอยู่ ก็ต้องตอบสนองภาครัฐเป็นธรรมดานะครับเพราะท่านเป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมเลยมองว่า ถ้าอยากจะให้ ศอ.บต. เป็นที่พึ่งของประชาชน ศอ.บต. ก็ต้องมาจากประชาชนด้วยส่วนหนึ่ง สิครับ ถึงแม้ว่าจะมีสภาที่ปรึกษาอยู่แต่ไม่มีอํานาจตัดสินใจนะครับ เขาต้องการแบบไหน ศอ.บต. พร้อมที่จะให้อํานาจเขาไหมละครับ ถ้าพร้อมก็ไม่มีปัญหานี่ครับ แสดงว่าถ้ามีปัญหา ต้องแก้ แล้วก็ต้องเพิ่มหน่วยงานนั้นให้มีประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่าก็จะสามารถแก้ไขปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มากทีเดียวครับ

หลักที่ ๒ หลักการดึงมวลชนเข้ามามีส่วนร่วม หลักการดึงประชาชน ให้อยู่กับฝ่ายรัฐบาล ณ วันนี้ต้องยอมรับนะครับว่าส่วนหนึ่งครับที่ผู้ประกอบการ ได้ปฏิบัติการได้อย่างง่ายดาย เพราะประชาชนส่วนใหญ่หรือส่วนมากเพียงพอแล้วครับ ที่ไม่ไว้วางใจรัฐ รัฐขอข้อมูลก็ไม่ให้ รัฐขอความร่วมมือก็ไม่ให้ เพราะกลัวว่ารัฐก็คือ มีความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นรัฐต้องหาวิธีการดึงมวลชน ง่าย ๆ ครับ จริงใจ กับเขา ให้ในสิ่งที่เขาต้องการที่ไม่ผิดหลักกฎหมาย ไม่ผิดหลักมนุษยธรรมให้เขาเถอะครับ อย่างเช่นว่า เรื่องของการผมพูดไว้ในช่วงตอนอภิปรายแถลงนโยบายว่า ข้าราชการที่มี ความประสงค์อยากออกจากนอกพื้นที่ครับ ที่หลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ไปเซ็นชื่อแปดโมงเช้า แล้วกลับ ๘ โมงครึ่งนะครับ ให้เขาย้ายเถอะครับไม่ต้องให้เขาวิ่งผ่านนักการเมือง ไม่ต้องวิ่งไป เยอะแยะมากมาย เขาอยากจะย้ายให้ย้ายเลยครับ เพราะเขาอยู่ก็ไม่มีใจที่จะทํางานเพื่อ ประชาชนแล้ว แล้วก็บรรจุแต่งตั้งคนในพื้นที่ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม ไม่เว้นแม้แต่ศาสนาไหน ในพื้นที่ที่ว่างงานเยอะ จบปริญญาตรีมีเยอะแยะมากมายคนใต้ชอบเรียนหนังสือ ว่างแล้วมา เป็นลูกจ้างกันอยู่แถว ๆ กรุงเทพฯ ก็เยอะนะครับ กลับให้เขาไปทํางานที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้บรรจุเขาเป็นพนักงานราชการดูแลบ้านเมือง ปัญหาก็จะคลี่คลายไปได้เยอะทีเดียวครับ ท่านประธานครับ หรือแม้กระทั่งผู้นําที่ผมพูดนะครับ ทั้งผู้นําอิสลาม ทั้งผู้นําชุมชนนะครับ ทุกเทศบาล ทุก อบต. มีผู้นําชุมชน ไปทํางานฟรีกันอยู่ครับ บรรจุเขาสิครับ ถ้าผิดกฎหมาย ก็แก้กฎหมายให้ถูกสิครับจะได้ให้เขาได้มาช่วยทํางานแล้วก็เป็นหูเป็นตาแทนพี่น้องในพื้นที่ หลายท่านพูดว่าการใช้จ่ายงบประมาณใน ๓ จังหวัดนั้นอย่างแท้จริงหรอกครับ เพราะส่วน ที่เขาจะได้ประโยชน์กันเขาก็ทํากันไป เพราะฉะนั้นหลักง่าย ๆ ก็คือให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ถึงประชาชนอย่างแท้จริงหรอกครับ เพราะส่วนที่เขาจะได้ประโยชน์กัน เขาก็ทํากันไป เพราะฉะนั้นหลักง่าย ๆ ก็คือให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ทั้งผู้นําอิสลาม คณะกรรมการอิสลามประจํามัสยิด หรือคณะกรรมการชุมชน เสนอของบประมาณที่มี ส่วนเกี่ยวข้อง อย่างเช่นว่า ศอ.บต. เป็นหน่วยงานที่กุมงบประมาณ สมมุตินะครับ ก็ให้เขา ขอตรงได้ไม่ต้องผ่านใคร เขารู้นี่ครับว่าหมู่บ้านของเขาต้องการแก้ไขตรงไหน หมู่บ้านได้รับ การแก้ไขปัญหาทั้งหมด ปัญหาก็จบนะครับ ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา เยอะแยะมากมาย ที่เขาต้องการบูรณาการ มัสยิด การเรียนการสอน ถ้าเขาต้องการเห็นว่าเป็นปัญหาอยู่เขาขอ ตรงได้ แต่ที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นก็แสดงว่าประชาชนยังไม่ได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ ใช่หรือไม่ครับ

หลักที่ ๔ ก็คือหลักการพัฒนาทบทวนกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดทั้งหลายนะครับว่า พ.ร.ก. หรือพระราชกําหนดต่าง ๆ ก็ดี หรือกฎหมาย ที่ไม่เอื้ออํานวยในการที่จะให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้รับความสงบสุข แก้ไขทบทวน ได้ไหมครับ ยกเลิกหรือคงไว้เฉพาะที่จําเป็น หรือถ้าไม่มีได้ก็ไม่มีปัญหานี่ครับ มีแล้วก็ไม่ใช่ว่า จะไม่เกิดปัญหา แต่ถ้าประชาชนเขาต้องการไม่ให้มีก็ไม่ต้องมีสิครับ มันจะมีปัญหาในการ ดําเนินการหรือเปล่านะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากให้รัฐบาลทบทวนด้วยครับ

หลักสุดท้ายครับ หลักที่ ๕ สําคัญมากครับ ก็คือหลักการให้ความสําคัญ กับปัญหา ไม่ต้องให้มาตั้งกระทู้ถาม ไม่ต้องตั้งญัตติเสนอด่วนอะไรครับ รู้อยู่แล้วว่า เป็นปัญหา หลักต่อเนื่องเลยครับทําต่อเนื่อง ปรับปรุง อันไหนว่ามีปัญหาก็ปรับปรุง อันไหนที่ ยังไม่ได้รับการแก้ไขก็แก้ไขเสียให้เรียบร้อยนะครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้ารัฐเริ่ม ที่จริงแล้ว พวกผมพูดไปก็ได้แต่พูดละครับ บ่นไป ไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องได้ยินหรือเปล่า พูดไปก็จบ พูดกันทุกท่าน ๒ วัน ๓ วัน ไม่รู้จะเข้าหูฝ่ายรัฐบาล หรือเปล่านะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้การพูดในสภาผู้แทนราษฎรตรงนี้พูดแล้ว ก็จบไป เพราะพระเจ้าบอกว่าเป็นที่โกรธกริ้วสําหรับพระเจ้าครับพูดแล้วไม่ทํา เพราะฉะนั้น อยากให้รัฐบาลพูดแล้วก็นําไปทําเสียให้สําเร็จเรียบร้อย ปัญหาก็จะได้หมด ๆ ไปนะครับ แล้วก็สิ่งต่าง ๆ ที่ดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจากการปฏิบัติของ รัฐบาลชุดไหนถ้าดีก็ขอให้ปฏิบัติต่อเถอะครับ ผลประโยชน์ก็จะได้ตกกับประชาชน

ก็หวังว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้สะท้อนปัญหา ได้แสดง ความรู้สึกอยากจะให้รัฐบาลนําไปแก้ไขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ขอให้รัฐบาลได้ทํา ด้วยครับ แล้วก็ทําให้เต็มที่ อย่าไปโทษกันครับว่าทําแล้วไม่สําเร็จ แล้วไปโทษว่าฝ่ายรัฐบาล ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ทําให้เต็มที่ ถ้าผิดพลาดแก้ครับ แต่อย่าผิดพลาด เพราะความตั้งใจเพราะอยากจะทุจริตกัน ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ